อินเตอร์ กลัวน้อยหน้าเตรียมจองบัตรคิวเผื่อสอยแวร์เนอร์ด้วย

อินเตอร์

กลายเป็นทีมจอมขอบัตรคิวไปเสียแล้วสำหรับอินเตอร์ มิลานที่มีข่าวเรื่องให้ความสนใจผู้เล่นทีมนั้นทีมนี้อยู่ตลอด โดยล่าสุดเนรัสซูรี่ตกเป็นข่าวว่าพร้อมเป็นแคนดิเดตในการแย่งตัว ติโมร์ แวร์เนอร์ กับทั้งลิเวอร์พูล และบาเซโลน่า

ติโมร์ แวร์เนอร์ ถูกเชื่อมโยงกับลิเวอร์พูลหนักมากตลอดสองเดือนที่ผ่านมา เพราะทั้งเจอร์เกน คล็อปป์ และแวร์เนอร์ต่างก็ให้ข่าวผลัดกันอวยกันไปมาอยู่เป็นระยะ จนคาดการณ์ได้อย่างแน่ชัดว่าหลังจบฤดูกาลนี้แอร์เบ ไลป์ซิกคงจะต้องปักป้ายขายดาวยิงดีกรีทีมชาติเยอรมันอย่างแน่นอน และในเมื่อในตลาดกำลังจะมีของดี มีหรือที่ทีมอย่างอินเตอร์ มิลานจะอยู่เฉย จนมีการยืนยันจากสื่อสเปนอย่าง “ มุนโด้ เดเปอร์ติโว่ ” ว่าอินเตอร์มิลานเองก็ต้องการที่ขอแจมดีลนี้เช่นกัน แม้ว่าปัจจุบันพวกเค้าจะมีศูนย์ระดับพระกาฬอย่างไรเมลู ลูกากู และเลาตาโร่ มาติเนซให้ใช้งานอยู่แล้วก็ตาม

นอกจาก อินเตอร์ ยังมีบาซ่าพร้อมร่วมเเจมเเย่งแวร์เนอร์

นอกจากนี้สื่อดังแคว้นคาตาลุนย่ายังระบุเพิ่มเติมอีกว่าบาเซโลน่าเองก็อาจล้มแผนดึงตัวเนย์มาร์แล้วหันมาทาบทามแวร์เนอร์ไปใช้งานแทนเช่นกัน เนื่องจากมองว่าเม็ดเงินที่อาจต้องจ่ายให้ไลป์ซิกนั้นย่อมเยาว์กว่ามาก เพราะมีการคาดการณ์กันว่าแวร์เนอร์จะมีค่าฉีกสัญญาในช่วงซัมเมอร์นี้ราว35ล้านปอนด์เท่านั้น

หงส์ใกล้จบดีลแวร์เนอร์ให้สูตรเดิมปล่อย ไลป์ซิก ยืมใช้ต่ออีกปี

แม้จะมีทีมใหญ่คอยหายใจลดต้นคอแวร์เนอร์เพิ่มเติม แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ทันการเสียแล้วเมื่อรายงานจากอังกฤษยืนยันว่าลิเวอร์พูลให้บรรลุข้อตกลงกับติโมร์ แวร์เนอร์ได้แล้ว

เชื่อกันว่าลิเวอร์พูลได้เริ่มพูดคุยกับไลป์ซิกเกี่ยวกับการทาบทามแวร์เนอร์มาพักใหญ่แล้ว และว่าที่แชมป์พรีเมียร์ลีกก็ได้ใช้มุกเดิมเหมือนครั้งที่ขอดึงตัวนาบี้ เกอิต้า คือจะปล่อยตัวแวร์เนอร์ให้อยู่กับต้นสังกัดเดิมต่อไปก่อนอีกหนึ่งปีเพื่อให้ทีมดังเมืองเบียร์มีเวลาในการหาตัวตายตัวแทนเสียก่อน ซึ่งนั่นแปลว่าลิเวอร์จะได้ตัวนักเตะมาใช้งานจริงในฤดูกาล2021/22เลยทีเดียว

แล้วเชื่อว่าไลป์ซิกเองก็อาจจะยอมเล่นด้วยเนื่องจากพวกมีความสัมพันธ์อันดีกับลิเวอร์พูลมาตั้งแต่ครั้งติดต่อค้าขายกองกลางอย่างนาบี้ เกอิต้าเมื่อหลายปีก่อน ทั้งยังมีความเป็นไปได้ว่าลิเวอร์พูลเองก็อาจยื่นนักเตะบางรายให้กับไลป์ซิกยืมไปใช้งานเพื่อซื้อใจก่อนปิดดีลครั้งนี้ด้วยซ้ำ โดยมีชื่อของทาคูมิ มินามิโนะ และดิว็อค โอริกี้เป็นผู้เกี่ยวข้องนั่นเอง