ม้าลาย ยังเชื่อมั่นโบนุชชี่จับยืดสัญญาออกไปจนกระทั้งปี2024

ม้าลาย

เลโอนาโด้ โบนุชชี่กองหลังคนสำคัญของยูเวนตุสได้ทำการต่อสัญญากับยูเวนตุสเพิ่มอีกหนึ่งปี ซึ่งจะทำให้ปราการหลังวัย32กะรัตต้องอยู่กับทีมไปจนกระทั่ง30มิถุนายม2024 โดยภายหลังจากการจรดปากกาในสัญญาฉบับใหม่โบนุชชี่ก็ได้กล่าวถึความรู้สึกอันปลาบปลื้ม

“ ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ยูเวนตุสยังเชื่อมั่นในตัวผม เป็นความยินเรื่อยมาที่ได้สวมยูนิฟอร์มลายขาวดำ แต่ผมก็อายุเข้าเลขสามแล้ว ผมยังรู้สึกแข็งแรงดีและอยากช่วยทีมให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ดังนั้นการได้รับสัญญาฉบับใหม่มันเป็นเรื่องพิเศษสำหรับผมอย่างมาก ผมต้องขอขอบคุณบอร์ดบริหาร,ประธานสโมสร และเพื่อนร่วมทีมทุกคน การได้เล่นฟุตบอลดท่ามกลางบุคคลที่ยอดเยี่ยมเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผมต้องการ ดังนั้นรายละเอียดในสัญญาเป็นสิ่งที่ผมไม่ได้สนใจเลย เพียงแค่สโมสรเปิดโอกาสให้ผมก็พร้อมตกลงอยู่แล้ว ” โบนุชชี่ซึ่งปัจจุบันรับหน้าที่เป็นกัปตันทีม(จอร์โจ้ เคียรินี่กัปตันตัวจริงบาดเจ็บยาวยังไม่คืนสนาม)ให้กับเบียงโคเนรี่กล่าวอย่างสบายใจ

ซารี่กุนซือ ม้าลาย สุดมั่นในโบนุชชี่จนทำให้เจ้าตัวทำสถิติเล่นเยอะสุดปีนี้

เมาริซิโอ ซารี่กุนซือคนใหม่ที่เพิ่งก้าวเข้ามาคุมทีมม้าลายให้ความเชื่อมั่นในตัวโบนุชชี่เป็นอย่างมาก ทั้งการมอบหมายให้สวมปลอกแขนกัปตัน และยังใส่ชื่อกองหลังดีกรีทีมชาติอิตาลี่ออกสตาร์ททุกนัด(ทุกรายการ)ในซีซั่นนี้ จนทำให้เลโอนาโด้ โบนุชชี่สะสมเวลาลงสนามสูงสุดในบรรดาผู้เล่นของยูเวนตุส(1,440นาที)

เหตุผลสำคัญอีกหนึ่งประการก็คือเมื่อยูเวนตุสไร้ผู้นำอย่างจอร์โจ้ เคียรินี่ ก็เห็นจะมีเพียงโบนุชชี่เป็นคนเดียวเท่านั้นที่พอจะเป็นพี่ใหญ่ในห้องแต่งตัวได้ เนื่องจากเจ้าตัวอยู่กับทีมมาตั้งแต่ปี2010(เคยย้ายไปเล่นให้มิลานมาหนึ่งฤดูกาลในปี2017)ทั้งยังลงเล่นให้ยูเวนตุสมาแล้วกว่า376เกม จนสะสมถ้วยรางวัลรวมกันมากถึง14รายการ

ทั้งนี้การที่ยูเวนตุสหนุนหลังโบนุชชี่อย่างเต็มที่ยังส่งผลดีต่อทัพอัซซูรี่อีกต่างหาก โดยโบนุชชี่น่าจะมีชื่อเป็นหนึ่งใน23ขุนพลของทีมชาติอิตาลี่ที่จะเดินทางไปลุ้นแชมป์แห่งชาติยุโรป2020อย่างแน่นอนเนื่องจากเจ้าตัวจัดเป็นแข้งมากประสบการณ์คนหนึ่งในแคมป์ทีมชาติจนมีสถานะเป็นกัปตันของทีมชาติอิตาลี่อีกด้วย ซึ่งหากนับจนถึงปัจจุบันโบนุชชี่ลงเล่นให้อิตาลี่ไปแล้วกว่า95นัดยิงได้9ประตู

อังกฤษ แคมป์ระอุสสเตอริ่งน็อตหลุดปรี่เข้าหาเรื่องโจโกเมซ

อังกฤษ

ในเกมที่ลิเวอร์พูลเอาชนะแมนซิตี้ได้3-1นั้น ช่วงท้ายเกมปรากฎว่าราฮีม สเตอริ่ง และโจ โกเมสได้มีปากเสียงกันเล็กน้อยในช่วงท้ายเกม และดูเหมือนปีกตัวจี๊ดของทีมตราเรือใบจะยังคงคาใจกับเหตุการณ์ดังกล่าวจนมีรายงานระบุว่าสเตริ่งได้ก่อเหตุชวนทะเลาะกับโจ โกเมสอีกครั้งในระหว่างการเก็บตัวฝึกซ้อมรับใช้ทีมชาติอังกฤษ

สื่อในอังกฤษได้ออกมาแฉว่าราฮีม สเตอริ่งได้บีบคอทักทายโจ โกเมสทันทีที่ได้เจอกันในแคมป์ทีมชาติ พร้อมทั้งท้าทายว่าดาวเตะรุ่นน้องจะมาทำซ่าไม่ได้อีกแล้วเนื่องจากในแคมป์ทีมชาติไม่ได้มีผู้เล่นลิเวอร์พูลคอยให้ท้ายอีกแล้ว โดยหลังจากข่าวฉาวนี้เล็ดลอดออกมา ทั้งตัวราฮีม สเตอริ่ง และสโมสรแมนเชสเตอร์ซิตี้ต่างก็พร้อมใจกันออกมาแถลงการขอโทษต่อสาธารณะโดยทันที

อย่างไรก็ตามด้านนายใหญ่ทีมชาติอังกฤษ แกเร็ธ เซาธ์เกตได้ตัดสินใจลงโทษราฮีม สเตอริ่งจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ด้วยการแบนออกจากทีมเป็นเวลาหนึ่งเกม นั่นเท่ากับปีกตัวเก่งของแมนซิตี้จะไม่มีชื่อลงเล่นในเกมที่ทีมชาติอังกฤษจะลงดวลกับมอนเตเนโกร แต่สเตริ่งก็จะกลับมาช่วยสิงโตคำรามในเกมถัดไปที่จะต้องแข่งกับโคโซโวนั่นเอง

ราฮีมแถลงผ่านIGเคลียร์ปัญหาใจกับโจโกเมสยันร่วมงานกันต่อในทีมชาติ อังกฤษ ได้

ราฮีม สเตอริ่งที่รู้สึกผิดต่อทุกฝ่ายหลังจากที่ได้บันดาลโทสะใส่เพื่อนร่วมทีมชาติก็ได้ออกมาขอโทษผ่านโลกออนไลน์ “ เกมฟุตบอลเต็มไปด้วยอารมณ์ร่วม และดูเหมือนผมจะใช้อารมณ์กับโจ โกเมสอย่างไม่เหมาะสม ผมรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก ผมได้ขอโทษเค้า(โจ โกเมส)แล้ว รวมถึงผมต้องโทษแฟนบอล,สตาฟฟ์โค้ช และเจ้าหน้าที่ทุกท่าน(ที่เกี่ยวข้องกับทีมชาติอังกฤษ) หลังจากนี้ผมกับโจจะสามารถเล่นร่วมกันได้เหมือนเดิม แม้ผมจะไม่ได้เล่นในเกมวันพฤหัส(อังกฤษแข่งกับมอนเตเนโกร)แต่ผมก็จะขอสนับสนุนทีมในทุกๆด้าน ” สเตอริ่งในวัย24กะรัตโพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรม

นอกจากนี้แกเร็ธ เซาธ์เกตยังหวังให้พี่ใหญ่อย่างจอร์แดน แฮนเดอร์สันเป็นตัวกลางในการที่ช่วยปรับอารมณ์รุ่นน้องทั้งสองคนเนื่องจากกัปตันทีมลิเวอร์พูลนั้นเคยสนิทสนมกับราฮีม สเตอริ่งตั้งแต่ก่อนที่เจ้าตัวจะย้ายมาร่วมทัพเรือใบ และโจ โกเมสก็ถือว่าเป็นรุ่นน้องที่อยู่ในโอวาทของเฮนโด้มาโดยตลอด โดยจอร์แดน แฮนเดอร์สันจะไม่มีชื่อในเกมกับมอนเตเนโกรเช่นเดียวกัน เนื่องจากเจ้าตัวติดโทษแบนโดนพักการแข่งขันเป็นเวลาหนึ่งนัดนั่นเอง

 

โรนัลโด้ คือแรงบันดาลใจให้แข้งม้าลายดูแลสุขภาพดั๊กลาสคอสต้าสารภาพ

โรนัลโด้

ดั๊กลาส คอสต้าปีกจอมพลิ้วของยูเวนตุสได้ออกมาเปิดเผยว่าคริสเตียโน่ โรนัลโด้เป็นคนที่มีสภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์อย่างแท้จริง จนมักจะชอบถอดเสื้อโชว์เรือนร่างอยู่เป็นประจำ และการอวดหุ่นให้เพื่อนร่วมทีมเห็นแบบซ้ำไปซ้ำมาก็เริ่มทำให้นักเตะเบียงโคเนรี่รายอื่นๆหันขึ้นมาฟิตหุ่นกันแล้ว โดยตัวเค้าเองก็ได้รับอิทธิพลเรื่องนี้มาจากดาวยิงชาวโปรตุกีสและเริ่มหันมาควบคุมการรับประทานอาหารมากขึ้น

“ บรรดาสตาฟฟ์ของยูเว่เองพบเจอกับเรื่องประหลาด ทั้งๆที่ไม่มีนโยบายควบคุมอาหารหรือการลดน้ำแต่ภาพรวมของไขมันนักเตะยูเวนตุสอยู่ดีๆก็ลงลงเองซะงั้น ผมคิดว่ามันเป็นเพราะคริสเตียโน่ โรนัลโด้ เค้าเข้ามาสร้างความแตกต่างให้ทีม ทว่าความยอดเยี่ยมมันไม่ได้อยู่เพียงฝีเท้าของเค้าหรอก เค้ามักอยู่ในสนามซ้อมแบบเปลือยท่อนบนพร้อมมัดกล้ามเนื้อที่ดูชวนลงไหล ผมคิดไปเองว่าการได้เห็นร่างกายที่ยอดเยี่ยมของเค้าทำให้นักเตะคนอื่นๆหันมาดูเองตัวเองมากขึ้น มันเป็นฝันร้ายแน่ๆถ้าคุณปล่อยเนื้อปล่อยตัวแล้วซักวันโรนัลโด้ก็ถอดเสื้อเดินเข้ามาคุยกับคุณว่า เฮ้!นั่นกล้ามนายหรอ? ผมเองก็เริ่มหันมาเลือกทานอาหารมากขึ้นพร้อมกับพยายามลดอาหารที่มีไขมัน ” คอสต้าในวัย29ปีกล่าวถึงแรงบันดาลใจจากR7

โรนัลโด้ ยังดูแลร่างกายเต็มร้อยแม้อายุจะ34กะรัตแล้วก็ตาม

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ขึ้นชื่อว่าดูแลร่างกายอย่างดีมาโดยตลอด ทำให้นอกจากเราจะได้เห็นเรือนร่างของเค้าผ่านช่วงถอดเสื้อดีใจหลังทำประตูได้แล้ว อีกหนึ่งบทบาทที่เจ้าตัวก็ไม่เคยห่างหายไปนั่นก็คืองานพรีเซนเตอร์สินค้าต่างๆที่บ่อยครั้งแบรนด์ชั้นนำเหล่านั้นก็มักจะหยิบจับเรือนร่างของดาวยิงทัพฝอยทองขึ้นมาเป็นจุดขาย ซึ่งในปัจจุบันเจ้าตัวมีอายุถึง34ปีแล้วก็ตามทว่าคริสเตียโน่ โรนัลโด้ก็ยังเป็นนักฟุตบอลอันดับหนึ่งที่มีรายได้จากการเป็นพรีเซนเตอร์สินค้าต่างๆ

และสถิติการตรวจวัดไขมันในร่างกายของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ยอดเยี่ยม แม้ว่าเค้าจะมีอายุมากแล้วก็ตาม ซึ่งถือว่าเป็นความยอดเยี่ยมของดาวยิงรายนี้ เมื่อได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เพื่อนๆในทีมยูเวนตุสหันมาฟิตหุ่นไปตามๆกัน โดยดั๊กลาส คอสต้ายังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “ เค้า(คริสเตียโน่ โรนัลโด้)ยังเป็นคนสบายๆ บางครั้งเค้าก็ยังให้คำแนะนำกับเพื่อนๆว่าอาหารอะไรบ้างที่เราควรทาน?ไม่ควรทาน? ไม่ต้องแปลกใจหรอกที่แฟนบอลจะรักเค้า เพราะนักเตะด้วยกันยังหลงรักเค้าเลย เค้าช่างเป็นคนที่ยอดเยี่ยมจริงๆ ”

 

ยูเวนตุส ทุบกระปุก40ล้านยูโรเป็นสินสอดไปสู่ขอฮาแลนด์จากซัลบวร์ก

ยูเวนตุส

 เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์กองหน้าเนื้อหอมแห่งปี2019อาจได้โยกย้ายมาล่าตาข่ายในอิตาลี่ในเร็ววันนี้ เมื่อสื่อในอิตาลี่ยืนยันว่ายูเวนตุสใจปล้ำยอมทุ่มเงินถึง40ล้านยูโรเพื่อภารกิจนี้ โดยเมาริซิโอ ซารี่หมายใจที่จะให้หัวหอกชาวนอร์เวย์เป็นตัวหลักในแผนการระยะยาวเนื่องจากคริสเตียโน่ โรนัลโด้ที่จองพื้นที่นี้อยู่ในปัจจุบันก็มีอายุมากขึ้นทุกที่นั่นเอง

ยูเวนตุส เข้าทางเอเยนต์หวังคว้าตัวฮาแลนด์

แม้ว่ายูเวนตุสจะขึ้นชื่อเรื่องความงกและมักได้นักเตะชั้นดีแบบไร้ค่าตัวเสมอ ทว่าสำหรับในเคสของฮาแลนด์นั้นถือว่าเป็นการพิจารณากรณีพิเศษ เนื่องจากกองหน้าวัย19ปีกำลังเป็นที่หมายตาของทีมชั้นนำทั่วยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่หวังใจให้กุนซือชาวนอร์เวย์ใช้ความเป็นชาตินิยมหว่านล้อมให้ฮาแลนด์ยอมตกลงด้วย จึงทำให้เบียงโคเนรี่หวังจะเดินหมากเข้าทางเอเยนต์ส่วนตัวอย่างมิโร่ ไรโอล่าแม้ว่าการดีลผ่านเอเยนต์จอมแสบ(ไรโอล่าเป็นเอเยนต์ให้นักฟุตบอลดังๆ เช่น ป๊อกบา,ดอนนารุมม่า ขึ้นชื่อเรื่องการเรียกค่าเหนื่อยและรายละเอียดโบนัสต่างๆแบบแสนแพง)จะทำให้มูลค่าการย้ายทีมทะลักไปถึง40ล้านยูโรก็ตาม

ซัลบวร์ก ให้ท่าผีโอกาสยังมีเพราะยังไร้ข้อเสนอเข้ามาให้พิจารณา

เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ยิงไปแล้วถึง22ประตูจากทุกรายการในซีซั่นนี้ แถมผลงานในศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก(ยิงไป6ประตู)ก็เรียกว่าร้อนแรงเป็นอย่างมาก นั่นทำให้ต้นสังกัดอย่าง เรดบลูส์ ซัลบวร์กต้องคอยรับมือกับข่าวการย้ายทีมของดาวยิงรายนี้ในทุกๆสัปดาห์ “ ฮาแลนด์มีข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์ไม่เว้นวัน แต่ข่าวก็เป็นเพียงข่าว มันไม่มีความหมายใดๆเมื่อต้นสังกัดอย่างเรายืนยันตรงนี้ว่ามันยังไม่มีพูดคุยกับทีมไหนทั้งนั้น และไม่มีข้อเสนอใดๆยื่นเข้ามาหาเราเลย ” คริสโตเฟอร์ ฟรอยนด์ผู้อำนวยการกีฬาของซัลบวร์กออกโรงแถลงการณ์เอง

“ ฝีเท้าของฮาแลนด์ในเวลานี้นั้นถือว่ายอดเยี่ยมมากๆ เราอยากให้เค้าอยู่ต่อนั่นคือความตั้งใจของเรา แต่หากมีข้อเสนอในระดับที่เราไม่สามารถปฏิเสธได้เข้ามาให้พิจารณา ผมก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าเราจะรั้งตัวเค้าไว้ได้ เราคงต้องจับตาดูกันต่อไปในช่วงปีใหม่ ” ฟรอยนด์กล่าวทิ้งท้าย ทั้งนี้สาเหตุอีกหนึ่งประการที่ทำให้ฮาแลนด์ต้องย้ายทีมเร็วกว่าที่ควรก็เป็นผลมาจากการที่ เจ้าตัวเพิ่งจะเปลี่ยนเอเยนต์ส่วนตัวมาเป็นมิโร่ ไรโอล่าในซีซั่นนี้นั่นเอง

เปอร์ตี ติงชาก้าพลาดมหันต์ฟันธงยากแล้วที่จะเล่นต่อพรีเมียร์

เปอร์ตี

กรานิต ชาก้ากัปตันจอมหัวร้อนของอาร์เซนอลที่กำลังเผชิญชะตากรรมอันน่ารันทด เมื่อเวลานี้แฟนบอลยังด่ากันไม่หยุดปากเลยหลังจากที่ดาวเตะชาวสวิตซ์ได้แสดงท่าที่ยั่วยุแฟนบอลและยังไปเถียงกับแฟนบอลระหว่างขับรถออกจากสนามในเกมล่าสุด(อาร์เซนอลเสมอคริสตัลพาเลซ2-2) จนรุ่นพี่ในชุดปืนใหญ่อย่างเอ็มมานูเอล เปอร์ตีต้องออกมาให้คำสอนว่าชาก้าควรต้องเรียนรู้ความสำคัญของการเป็นกัปตันทีมให้มากกว่านี้

“ ในฐานะนักฟุตบอลการต้องรับฟังเสียงโห่เสียงวิจารณ์เป็นเรื่องปกติ ยิ่งเมื่อคุณมีปลอกแขนอยู่ด้วยคุณยิ่งต้องยิ่งสงบนิ่งให้มาก โทนี่ อดัมส์ และปาทริค วิเอร่าต่างเคยผ่านช่วงเวลาย่ำแย่ด้วยกันทั้งนั้น แต่สิ่งที่พวกเค้าไม่เคยทำเลยคือหันหลังให้กับเพื่อนร่วมทีม หรือแฟนบอล นี่คือเอกลักษณ์ของลีกอังกฤษ และชาก้าผิดพลาดอย่างแรงที่ไม่ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ ต่อจากนี้มันไม่ใช่แค่แฟนบอลคู่แข่งอีกแล้วที่จะตั้งตัวเป็นศัตรูกับเค้า แต่มันจะเป็นฝันร้ายแม้แต่กับแฟนบอลของอาร์เซนอลเอง ผมมองไม่เห็นทางเลยที่เค้าจะลืมตาอ้าปากในพรีเมียร์ลีกได้อีก ” อดีตมิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศสกล่าวยืนยัน

เปอร์ตี ชี้ชัดชาก้าหมดความชอบธรรมที่จะเป็นกัปตันปืนอีกต่อไป

แม้ว่าอูไน เอเมรี่จะยังสงวนท่าที่ว่าอาจจะยังให้ชาก้ารับตำแหน่งกัปตันทีมอาร์เซนอลต่อไปแต่เปอร์ตีมองว่ายิ่งปล่อยให้ดาวเตะสวิตซ์สวมปลอกแขนต่อผลเสียทั้งหลายจะไปตกอยู่ที่ตัวชาก้าเอง “ เค้าต้องถูกถอดออกจากบทบาทผู้นำสถานเดียว ถ้าอูไนยังกล้าผลักดันชาก้าต่อไปมันจะยิ่งมีแต่แย่ลง ถ้าวันนี้คุณแพ้ในเกมพรุ่งนี้มันก็คือเกมใหม่ แต่กับสถานการณ์นี้มันแตกต่างออกไป เรื่องการยอมรับจากแฟนบอลมันไม่ได้มีโอกาสให้แก้ตัวได้บ่อยๆ ผมว่าคิดว่าเต็มที่ก็คือชาก้ายังได้อยู่กับทีมต่อแต่คงไม่ใช่ตัวหลักอีกต่อไป ”

“ ชาก้าคงได้รับบทเรียนจากเหตุการณ์นี้ มันเป็นส่วนหนึ่งของเกมฟุตบอลและคุณพังมันไปแล้ว สิ่งที่คุณทำได้คือก้มหน้าก้มตาซ้อมให้หนัก ทำผลงานให้ดี มันเป็นทางเดียวที่เค้าจะกลับมาได้ แน่นอนว่ามันไม่ง่าย ถ้าโรบิน ฟาน เพอร์ซี่ หรืออเดบายอร์ยังอยู่ในสนามพร้อมกับชาก้า ยังไงซะเสียงโห่ของชาก้าก็จะดังกว่าพวกเค้าทั้งคู่ เรื่องนี้มันไม่ใช่ว่าผู้จัดการทีมบอกให้คุณเป็นกัปตันต่อ ส่งคุณลงสนามแล้วมันจะจบ ชาก้ากำลังมีปัญหาใหญ่และไม่ว่าใครหน้าไหนก็ช่วยเค้าไม่ได้ทั้งนั้น ” เอ็มมานูเอล เปอร์ตีในวัย49ปีกล่าวอย่างจริงจัง