เสือเหลือง อึ้งฮาคิมี่ทำสถิติวิ่ง63กม./ชม.วิ่งเร็วสุดในบุนเดส

เสือเหลือง

ถ้าถามแฟนบอลว่านักเตะคนไหนวิ่งเร็วที่สุดในศึกบุนเดสลีก้า หลายคนอาจจะนึกถึงจาดอน ซานโช่,มาร์โก้ รอยส์ หรือคิงส์ลี่ย์ โกมัน แต่ทว่าวันนี้เราจะบอกคุณว่านักเตะที่เร็วเป็นเลิศในลีกเยอรมันหาใช่รายชื่อสองคนนี้ แต่กลับเป็นอัชราฟ ฮาคิมี่ฟูลแบ็คอนาคตไกลของโบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ต่างหาก

อัชราฟ ฮาคิมี่ย้ายมาเล่นให้ดอร์ทมุนด์ตั้งแต่ซีซั่นที่แล้ว ทว่าเพิ่งจะยึดตำแหน่งตัวจริงได้ในปีนี้ โดย ณ เวลานี้เจ้าตัวลงสนามไปแลวกว่า25นัดยิงได้6ประตูและทำทางอีก5แอสซิสต์ซึ่งถือว่าเป็นสถิติที่น่าประทับใจอย่างมาก ซึ่งก็เป็นเพราะดาวเตะชาวโมร็อกโกจัดเป็นฟูลแบ็คสมัยใหม่ที่ครบเครื่อง มีทั้งความแข็งแกร่ง,ทักษะ และความเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องสปีดต้นที่ฮาคิมี่นั้นถือว่าเป็นเอกอุเลยทีเดียว เมื่อล่าสุดเจ้าตัวทำสถิติวิ่งได้เร็วถึง36.2กม.ต่อชั่วโมง ขึ้นแท่นเป็นนักเตะที่วิ่งเร็วเป็นอันดับหนึ่งในศึกบุนเดสลีก้า(โกมันเพิ่งวิ่งได้เพียง35.66กม.ต่อชม.)

ด้วยศักยภาพของฮาคิมี่ก็ทำให้พื้นที่กรายขวาของเสือเหลืองกลายเป็นที่ครั่นคร้ามของทีมคู่แข่ง ทั้งยังนำพาให้โบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ยังคงมีลุ้นแชมป์บุนเดสลีก้าอย่างเต็มตัวเมื่อปัจจุบันพวกเค้ามีแต้มตามหลังจ่าฝูงแอร์เบ ไลป์ซิกเพียง4คะแนนเท่านั้น

รอยส์อวย เสือเหลือง มีฮาคิมี่ทำให้สีสันในเกมรุกดูสดใสขึ้น

ด้านมาร์โก้ รอยส์พี่ใหญ่(กัปตัน)ในทีมเสือเหลืองถึงกับออกมายกย่องฮาคิมี่อย่างออกหน้า “ ฮาคิมี่มีความเร็วที่เหลือเชื่อ เค้าเคลื่อนไหวอย่างทรงพลังทุกครั้งที่เค้าเคลื่อนที่ไปข้างหน้ามันทำให้คู่ต่อสู้ขวัญเสีย บ่อยครั้งมันส่งผลให้ทีมเล่นง่ายขึ้น เค้าอายุยังน้อยแต่ก็ได้กลายเป็นนักเตะคนสำคัญของเรา(ดอร์ทมุนด์)ไปแล้ว เป็นเรื่องน่ายินดีที่เรามีผู้เล่นฝีเท้าระดับนี้อยู่ในทีม ”

โดยอัชราฟ ฮาคิมี่เกิดในสเปนก่อนจะเข้าอะคาเดมี่ของรีล มาดริด กระทั่งได้ขึ้นมาเล่นชุดใหญ่ในปี2017 และเพียงซีซั่นแรกฮาคิมี่ก็พาทีมคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกได้เลย แต่ด้วยความที่ทีมราชันย์ชุดขาวยังมีดาเนียล การ์บาฆาลขวางหน้าอยู่ ก็ทำให้ฮาคิมี่เลือกย้ายออกมาเป็นสมาชิกใหม่ของดอร์ทมุนด์ในปี2018 แล้วเจ้าตัวก็ค่อยๆปรับตัวเข้ากับทีมได้ดีเป็นลำดับ ก่อนจะมาแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวในซีซั่นนี้ ด้วยการยิง4ประตูในการลงเล่นยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกทั้งที่ตำแหน่งที่ฮาคิมี่ประจำการก็คือแบ็คขวา หรือวิงแบ๊คฝั่งขวาเท่านั้น

 

ไรโอล่า มาแล้ว!เสนอฮาแลนด์ให้ผีพ่วงค่านายหน้าทะลุ88ล้านปอนด์

ไรโอล่า

จากกระแสข่าวในช่วงหลังชี้นำให้เห็นแล้วว่าเออวิ่ง เบลาร์ ฮาแลนด์น่าจะได้ย้ายออกจากเรดบูลส์ ซัลบวร์กอย่างแน่นอนแล้ว เหลือให้ลุ้นแค่ว่าย้ายเมื่อไหร่แล้วจะย้ายไปทีมไหนเท่านั้นเอง เมื่อข่าวในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมายืนยันตรงกันว่านักเตะกำลังรับฟังข้อเสนอจากทุกสารทิศ ทว่าล่าสุดได้มีรายงานเข้ามาเพิ่มเติมแล้วว่ามิโน่ ไรโอล่าเอเยนต์ส่วนตัวของฮาแลนด์กำลังพยายามเดินเกมให้นักเตะย้ายไปเป็นสมาชิกใหม่ของแมนยูฯโดยมีข้อแม้ว่าทีมอสูรแดงจะต้องยอมจ่ายค่าดำเนินการเรื่องนี้เพิ่มอีก12ล้านปอนด์(ไม่รวมค่าตัวในการย้ายทีม)

มิโน่ ไรโอล่าเอเยนต์จอมแสบเพิ่งจะก้าวเข้ามารับหน้าที่ดูแลสัญญาต่างๆให้กับฮาแลนด์ในซีซั่นนี้ เนื่องจากเจ้าตัวมีเครือข่ายกว้างขวางในวงการลูกหนัง ซึ่งแน่นอนว่ามันทำให้ดาวยิงอนาคตไกลอย่างฮาแลนด์มีโอกาสได้ซบทีมระดับบิ๊กเนม แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการที่สโมสรนั้นๆจะต้องยอมโดนโขกทั้งค่าตัว,ค่าเหนื่อย และค่านายหน้าสำหรับการเจรจาซื้อขาย แล้วในเคสของฮาแลนด์ก็เช่นเดียวกัน เมื่อไรโอล่าได้เสนอโอกาสที่จะทำให้แมนยูฯได้ตัวหัวหอกเป้าหมายสมใจหากยอมจ่ายค่าตัว76ล้านปอนด์ให้กับซัลบวร์ก และเพิ่มอีก12ล้านปอนด์แยกเป็นค่านายหน้าให้กับตัวไรโอล่าเอง(รวมกันเป็นเงิน88ล้านปอนด์)

เเมนยูไม่ชอบใจค่านายหน้าของ ไรโอล่า เเต่จำใจต้องยอม

ข่าววงในระบุว่าบอร์ดบริหารของแมนยูฯไม่ค่อยชอบใจกับตัวเลขค่านายหน้ามากนัก แต่ก็น่าจะยอมตกลงด้วยเนื่องจากยอมรับสถานการณ์ว่าฮาแลนด์กำลังได้รับความสนใจจากทีมอื่นๆอีกเพียบ ซึ่งหากไม่ตอบรับโอกาสทองนี้ไรโอล่าก็น่าจะตอบรับข้อเสนอจากสโมสรอื่นแทนนั่นเอง

แมนยู คิดหนักสื่อเบียร์เผยฮาแลนด์คุยกับไลป์ซิก,ดอร์ทมุนด์ด้วย

โดยระหว่างที่ในอังกฤษมีข่าวว่าฮาแลนด์อาจตกลงซบแมนยูฯ ทางฝั่งเยอรมันก็มีการประโคมข่าวอีกเช่นกันว่าฮาแลนด์ได้เข้าพบตัวแทนของโบรุทเซียร์ ดอร์ทมุนด์ และแอร์เบไลป์ซิกเช่นกัน ทั้งตัวแทนของเรดบูลส์ ซัลบวร์กก็ได้ออกมายืนยันแล้วด้วยว่าดาวยิงชาวนอร์เวย์ได้เริ่มต้นเจรจากับทั้งสองสโมสรในบุนเดสลีก้าไปแล้ว

เมื่อได้รับทราบข้อมูลตรงนี้น่าจะทำให้แมนยูฯต้องรีบตัดสินใจดำเนินการในเรื่องนี้โดยเร็ว เนื่องจากเป็นไปได้ว่าไรโอล่าก็อาจหยิบยื่นโอกาสที่จะเซ็นสัญญากับฮาแลนด์ให้กับดอร์ทมุนด์ และไลป์ซิกในลักษณะเดียวกัน นั่นแปลว่าหากสโมสรไหนยอมรับเงื่อนไขดังกล่าวได้ก่อนก็จะเป็นการตัดโอกาสทีมอื่นๆในการเข้าถึงการเจรจาไปโดยปริยายนั่นเอง

 

อิคาร์ดี้ สบายใจดีที่ปารีสและไม่มีแพลนกลับอืตาลี่ก่อนจบซีซั่น

 

อิคาร์ดี้

แม้ว่าจะย้ายมาลงเล่นในลีกฟุตบอลที่ไม่คุ้นเคยอย่างลีกเอิง แต่ทว่าผลงานในสนามของเมาโร อิคาร์ดี้ก็ถือว่ายังคงยอดเยี่ยมเหมือนเดิมเมื่อพิจารณาจากจำนวประตูที่ยิงไปแล้วถึง13เม็ดภายใต้สีเสื้อปารีส แซงต์ แชร์กแมง จนมีข่าวลือว่ายูเวนตุสหวังใจที่จะดึงตัวกลับไปล่าตาข่ายในช่วงปีใหม่ ร้อนไปถึงวานด้า นาร์ร่าศรีภรรยาของอิคาร์ดี้ต้องออกมายืนยันด้วยตัวเองว่าดาวยิงชาวอาร์เจนไตน์จะไม่มีทำการย้ายทีมก่อนจบฤดูกาลนี้อย่างแน่นอน

อิคาร์ดี้ตอบรับสัญญายืมตัวของเปเอสเชเป็นเวลาหนึ่งฤดูกาล แล้วเจ้าตัวก็ได้รับความไว้วางใจให้ลงเล่นอย่างต่อเนื่องจนตอนนี้สามาถถปรับตัวเข้ากับลีกน้ำหอมได้แล้ว “ ปารีสเป็นเมืองที่สวยงาม เราทั้งสอง(อิคาร์ดี้และภรรยา)ต่างหลงรักเมืองนี้ ในแง่ของเกมฟุตบอลก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน เปเอสเชเป็นทีมใหญ่ และอิคาร์ดี้ก็ได้เป็นกำลังสำคัญของทีม มันเหลวไหลทั้งเพกับข่าวว่าเค้าตัดสินใจย้ายกลับไปเล่นในอิตาลี่ เรายังมีสัญญาอยู่กับปารีสและจะไม่มีการฉีกสัญญาก่อนจบซีซั่นไม่ว่าจะกรณีใดๆ ” วานด้า นาร์ร่าให้การยืนยัน

โดยสื่อในอิตาลี่ต่างมองไปในทิศทางเดียวกันว่าข่าวที่ยูเวนตุสจะดึงตัวอิคาร์ดี้กลับไปล่าตาข่ายในอิตาลี่นั้นเป็นความตั้งใจที่จะปั่นประสาทต้นสังกัดเดิมอย่างอินเตอร์มิลานเนื่องจากทั้งสองทีมกำลังเบียดแย่งตำแหน่งจ่าฝูงในศึกกัลโช่ เซเรียกันอยู่นั่นเอง

อิคาร์ดี้ หัวใจมอบให้งูใหญ่ไม่อาจเล่นให้ทีมอื่นในกัลโช่ได้อีก

นอกจากนี้วานด้าหวานใจของอิคาร์ดี้ยังได้เผยถึงความภักดีที่อิคาร์ดี้ยังคงมีให้กับชาวเนรัสซูรี่เรื่อยมา “ อิคาร์ดี้ยังไม่เคยลืมความทรงจำดีๆที่จูเซปเป้เมอัซซ่า(รังเหย้าของอินเตอร์มิลาน) เค้าพูดเสมอว่าไม่อาจเล่นให้ทีมอื่น(ในอิตาลี่)ได้อีกแล้วนอกจากอินเตอร์ ดังนั้นความเป็นได้ที่อิคาร์ดี้จะสวมเสื้อยูเวนตุส หรือนาโปลีคงไม่มีวันเกิดขึ้น ”

“ การตอบรับข้อเสนอของเปเอสเชเป็นจึงเป็นสิ่งที่มีความหมายกับเค้าอย่างมาก นี่เป็นทางเลือกที่ทำให้อิคาร์ดี้ไม่รู้สึกว่าหักหลังแฟนบอลอินเตอร์ นอกจากนี้มันยังเป็นผลดีต่ออินเตอร์(คอนเต้ไม่ต้องการอิคาร์ดี้)อีกด้วย ” วานด้าเผยถึงความภักดีทีดาวยิงวัย26ปีมีต่ออดีตต้นสังกัด

โดยเหตุผลที่อิคาร์ดี้ถูกกีดกันออกจากทีมก็เนื่องจากการที่อินเตอร์ได้กองหน้าตัวใหม่อย่างโรเมลู ลูกากูเข้ามาเสริมนั้นเอง แล้วคอนเต้ก็ดูจะให้โอกาสลูกากูมากกว่าอีกต่างหาก

สเปอร์ส หวังได้โอนาน่านายด่านอาแจ๊กซ์ที่สนนราคา35ล้านปอนด์

สเปอร์ส

ต้องบอกว่าผลงานอันย่ำแย่ของสเปอร์สช่วงก่อนหน้านี้ก็เป็นผลสืบเนื่องจากการที่นายทวารมือหนึ่ง อูโก้ โยริส ได้รับบาดเจ็บข้อศอกหลุดจนไม่อาจลงเฝ้าเสาให้ทีมได้ แล้วเปาโล กาซซานิก้าที่ได้ลงเล่นแทนก็สามารถปัดป้องลูกยากๆให้ทีมได้เลย ซึ่งแน่นอนว่ากุนซือใหม่อย่างมูรินโญ่ก็รับรู้ถึงปัญหานี้ จึงได้ตั้งโปรเจกที่จะดึงตัวอ็องเดร โอนาน่าผู้รักษาประตูจอมหนึบชาวแคเมอรูนเข้ามาเป็นตัวเลือกในช่วงปีใหม่

ผลงานอาแจ็กซ์อัมเตอร์ดัมส์ในรายการยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกซีซั่นที่แล้วนั้นโดดเด่นอย่างมาก พวกเค้าปราบทั้งรีล มาดริด และยูเวนตุสจนหลุดไปได้ไกลถึงรอบรองชนะเลิศ ซึ่งในทีมชุดนั้นก็มีอ็องเดร โอนาน่าเป็นปราการด่านสุดท้าย ด้วยผลงานที่กล่าวมาทำให้โชเซ่ มูรินโญ่ต้องการได้ตัวโอนาน่าเข้ามาเป็นตัวเลือกในตำแหน่งผู้รักษาประตู เนื่องจากเปาโล กาซซานิก้าที่ได้ลงเล่นแทนโยริสก็ยังทำคงไม่อาจไว้วางใจเมื่อพิสูจน์จากสถิติการลงเล่นในพรีเมียร์ลีกไปแล้ว11นัดแต่เก็บคลีนชีตได้เพียงเกมเดียวพร้อมกันเสียไปถึง16ประตู

โยริสนายทวารของ สเปอร์ส ไม่แคร์ใครย้ายมาตั้งเป้ากลับมาฟิตพร้อมลงสนามเดือนมกราคม

แม้ข่าวการเสริมทัพผู้รักษาประตูคนใหม่ยังคงเลื่องลือกันไป แต่ทว่าในส่วนของ อูโก้ โยริชนายทวารมือหนึ่งของสเปอร์สก็ยังตั้งเป้าที่จะเรียกความฟิตกลับมาให้ทันในช่วงเดือนมกราคม “ การใช้แขนผมเริ่มดีขึ้นตามลำดับ ผมทำงานร่วมกับทีมแพทย์ของสโมสรมาตลอด ผมอายุ33ปีแล้วอาการบาดเจ็บไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับผม แต่มันก็ยังทำให้ผมหงุดหงิดอยู่ดีที่ต้องเฝ้ามองเพื่อนลงเล่นโดยที่ผมทำได้แค่กายภาพบำบัดอยู่ในยิม ”

“ ตอนนี้ผมอยากให้ถึงเดือนมกราคมเร็วๆ นั่นคือนัดหมายที่เราจะประเมินข้อศอกผมอีกครั้งว่ามันได้รับการเยียวยาที่ดีขึ้นมากน้อยเพียงไหน ผมหวังว่ามันจะเรียบร้อยดี นั่นเพราะสเปอร์สกำลังอยู่ในช่วงสำคัญ แล้วผมอยากมีส่วนร่วมกับทีมเอามากๆ ” มือกาวชาวฝรั่งเศสยืนยัน

นอกจากนี้โยริสยังได้ออกความเห็นว่าหากสเปอร์สเซ็นโออนาน่าเข้ามาจริงก็ไม่ได้กระทบต่อความมั่นใจของเค้าแต่อย่างใด “ การมีผู้เล่นที่แข็งแกร่งในทีมมากขึ้นไม่ใช่สิ่งที่ผมกังวล เราได้โชเซ่เข้ามาทำทีมเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยม เค้าประสบความสำเร็จมาอย่างมากมาย เราทุกคนต่างต้องแสดงถึงสิ่งที่ดีที่สุดออกมาในสนามซ้อม ส่วนโค้ชจะเลือกใครเราก็ต้องยอมรับมัน ”