ริโอ ตกใจเห็นเเฟนบอลบางตาเกรงปีศาจเเดงจะเข้าสู่ยุดมืด

ริโอ

ควันหลงจากความพ่ายแพ้คาบ้านของแมนยูฯในเกมล่าสุด(แพ้เบิร์นลี่ย์0-2) เมื่อมองกลับไปยังอัฒจันทร์กลับเห็นแฟนบอลในโอลด์แทร็ฟฟอร์ดที่บางตาลงไปจนน่าใจหายก็ทำให้ ริโอ เฟอร์ดินานด์ชักเป็นกังวลแทนทีมเก่าว่าอาจกำลังก้าวเข้าสู่ยุคมืดอย่างเลี่ยงไม่ได้

ริโอ เฟอดินานด์ได้ตั้งข้อสังเกตว่าปีศาจแดงที่ใช้เงินเสริมทัพไปอย่างมากมาย แต่สุดท้ายนักเตะที่พึ่งพาได้กลับเป็นแข้งดาวรุ่ง อาทิ สก็อต แม็คโทมิเน่ย์,มาร์คัช แรชฟอร์ด,เมสัน กรีนวู๊ด และดาเนี่ยล เจมส์ “ ยูไนเต็ดใช้เงินซื้อนักเตะรวมกันไป600ล้านปอนด์แต่คุณดูสิ่งที่แฟนบอลได้กลับมาซิ มันชัดเจนว่านักเตะหลายคนที่เราได้มานั้นดีไม่พอ ไม่เช่นนั้นโซลชาคงไม่ใช้งานดาวรุ่งหลายคนจากอะคาเดมี่หรอก ”

ริโอ สับบอร์ดผีอ่อนหัดจนต้องประสบความตกต่ำเช่นทุกวันนี้

“ มันชวนให้ผมสงสัยว่านักเตะที่เราได้มามันตรงตามสเป๊คที่ผู้จัดการทีมต้องการหรือเปล่า เพราะโชเซ่ก็เคยให้ข่าวมาแล้วว่านักเตะบางคนที่สโมสรดึงตัวเข้ามาไม่ได้ผ่านการเห็นชอบจากเค้าเลย นี่คืออีกแง่มุมที่ผมอยากพูด เพราะตอนนี้แรงกดดันที่ถาโถมไปยังโซลชามันช่างหนักหนาเหลือเกิน ในขณะที่บนอัฒจันทร์ก็ว่างเปล่าลงตั้งแต่ก่อนจบเกม ผมไม่เคยเห็นภาพแบบนี้มาก่อนดูเหมือนแฟนบอลของเราก็เริ่มไม่เชื่อมั่นในตราสโมสรแห่งนี้แล้ว ยูไนเต็ดกำลังเผชิญกับความตกต่ำครั้งใหญ่ ”  ริโอกล่าอย่างวิตก

คริสวู้ด หอกเบิร์นลี่ย์ผสมโรงโอลด์แทร็ฟฟอร์ดหมดความขลังแล้ว

ด้านคริส วู้ดคนพังประตูให้เบิร์นลี่ย์อัดแมนยูฯแพ้คาบ้าน2-0 ก็ได้ออกมาแสดงความเห็นเช่นกันว่าทัพอสูรแดงได้สูญเสียความน่าเกมขามยามลงเตะในบ้านไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว “ อันที่จริง2-3ปีหลังมานี่เรา(เบิร์นลี่ย์)ก็ไม่ได้มาแพ้พวกเค้าที่โอลด์แทร็ฟฟอร์ดอยู่แล้ว ทำให้เราประหลาดใจนิดๆที่เราบุกมาคว้าสามแต้มในวันนี้ได้ สนามแห่งนี้เคยได้ชื่อว่าเป็นฝันร้ายของทีมเยือนแต่สิ่งที่เราได้เจอมามันไม่ใช่แบบนั้นเลย ความจริงผมรู้สึกมาพักหนึ่งแล้วว่าการมาเยือนโอลด์แทร็ฟฟอร์ดไม่ใช่สิ่งที่น่ากังวล ตอนนี้ผมมั่นใจแล้วว่าคิดไม่ผิดเพราะผมยิงประตูพวกเค้าได้ แล้วเราก็รักษาผลการแข็งขันกลับออกไปได้สำเร็จ มันยังเป็นวันที่ดีสำหรับแฟนบอลของเราอีกด้วย ” โดยความปราชัยต่อเดอะคลาเรตส์ในแม็ตซ์ล่าสุด ยังเป็นการพ่ายแพ้ในบ้านให้เบิร์นลี่ย์ในบ้านเป็นครั้งแรกในรอบ58ปีของแมนยูฯอีกด้วย

เอซีมิลาน ส่อแห้วบิ๊กซาเกร็บยันเองโอลโม่กำลังย้ายไปเล่นในเยอรมัน

เอซีมิลาน

ทั้งที่เอซีมิลานแสดงความจริงใจต่อดานี่ โอลโม่มาโดยตลอด เพราะนับตั้งแต่ได้ตัวสลาตัน อิบราฮิโมวิชเข้ามาแบบไร้ค่าตัวพวกเค้าก็ไม่มองนักเตะคนไหนอีกเลยนอกจากโอลโม่ พร้อมกับมีข่าวมาเป็นระยะว่าใกล้จะบรรลุข้อตกลงในการคว้าตัวอดีตเด็กปั้นบาซ่ารายนี้อย่างเต็มแก่แล้ว ทว่าดูเหมือนพวกเค้าจะต้องฝันค้างอีกแล้วเมื่อต้นสังกัดของโอลโม่ได้ออกมาให้ข่าวเองว่านักเตะกำลังจะย้ายไปโชว์ฝีเท้าในศึกบุนเดสลีก้าเยอรมัน

ผู้จัดการทีมดินาโม ซาเกร็บ เนนาร์ด เบริก้า ได้เปิดเผยกับนักข่าวถึงย่างก้าวต่อไปของดานี่ โอลโม่ “ เราได้รับข้อเสนอจากหลายทิศทาง แต่ดูเหมือนไลป์ซิกจะใกล้เคียงกับความต้องการของดานี่มากที่สุด พวกเค้าเป็นทีมชั้นนำขอเยอรมันและได้ลงเล่นในยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ดานี่เชื่อว่าเค้าจะได้ประสบการณ์ที่ดีจากสถานการณ์เหล่านี้ แน่นอนว่าเรา(ดินาโมซาเกร็บ)ผิดหวังนิดๆที่ต้องแยกทางกัน แต่นี่คือสิ่งที่ดานี่ต้องก้าวต่อไปแล้วดินาโมซาเกร็บต้องยอมรับมันให้ได้ ”

โดยในซีซั่นนี้ดานี่ โอลโม่โชว์ฟอร์มเก่งกับดินาโม ซาเกร็บด้วยการลงเล่นไปแล้ว22นัดยิงไป8ประตูพร้อมทำทางอีก7แอสซิสต์รวมทุกรายการ ทำให้เจ้าตัวมีข่าวว่ากำลังลูกทีมบิ๊กเนมของยุโรปหมายหัวกันอยู่ตั้งแต่ก่อนตลาดซื้อขายผู้เล่นจะเปิดทำการแล้ว

สื่อเลี่ยนเผยนักเตะส่วนเกินขายไม่ออกทำ เอซีมิลาน อดได้แข้งใหม่

แม้ว่าเนื้อข่าวจะชี้ไปในทางว่าดานี่ โอลโม่ต้องการเลือกทีมที่จะได้ลงเล่นในเวทียุโรปมากกว่า แต่อันที่จริงแล้วสื่อดังในอิตาลี่ต่างเชื่อกันว่าเหตุผลที่ทำให้รอสโซเนรี่ต้องเสียเหลี่ยมในการล่าตัวนักเตะรายนี้เป็นผลมาจากสถานะการเงินที่อ่อนแอมากกว่า

เอซีมิลานมีตัวแดงในบัญชีการเงินมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา แล้วพวกเค้าก็ทุ่มเงินแบบหมดหน้าตักกับการเซ็นสัญญากับสลาตัน อิบราฮิโมวิชไปแล้ว ทำให้มิลานจำเป็นต้องหาทุนเข้ามาเพิ่มหากหวังจะได้นักเตะมาเสริมทัพ แต่รายชื่อที่ถูกหมายหัวว่าจะโดนเขี่ยทิ้งอย่าง ริคาร์โด้ โรดริเกรซ,ซูโซ่,ลูคัส ปาเกต้า,คริสตอฟ เปียเท็ค,ฮาคาน คันฮาโนกลู และฟร้องซ์ เคลซี่ต่างก็ยังขายไม่ออกกันเลยแม้แต่คนเดียว จึงทำให้สื่อแดนมักกะโรนีต่างเชื่อว่ามิลานที่กระเป๋าแห้งอยู่ในเวลานี้ไม่ได้ยื่นขอเสนอให้กับดินาโม ซาเกร็บได้พิจารณาแต่แรกแล้ว

ฟาร์ฟ ซูฮกเรน่ามีอนาคตกับเสือเหลืองหลังประเดิมสนามด้วยวัย17ปี

ฟาร์ฟ

โบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ยังคงเป็นสโมสรที่ไว้ลายเรื่องการสร้างเยาวชนสายเลือดใหม่อยู่เสมอ แม้ในทีมชุดปัจจุบันจะมีดาวรุ่งกระดูกแข็งๆอย่างจาดอน ซานโช่,เออวิ่ง ฮาแลนด์,อัชราฟ ฮาคิมี่ และจูเลี่ยน บรันท์อยู่แล้วก็ตาม ล่าสุด ลูเซียง ฟาร์ฟเปิดตัวดาวรุ่งอย่างโจวานนี่ เรน่าด้วยการส่งประเดิมสนามในศึกบุนเดสลีก้าในเกมที่ดอร์ทมุนด์พลิกนรกกลับมาเอาชนะเอาก์สบวร์กไปได้5-3

เรน่ากองกลางวัย17ปีได้ถูกส่งลงมาเล่นแทนฮอร์เก็น อาซาร์ในนาทีที่72 แล้วดาวรุ่งรายนี้ก็โชว์ฟอมแกร่งได้ตั้งแต่เกมแรกที่ลงสนาม เมื่อเรน่าเป็นจุดเริ่มต้นของการทำประตูแฮตทริกของเออวิ่ง ฮาแลนด์อีกด้วย ซึ่งฟาร์ฟกุนซือดอร์ทมุนด์ได้เอ่ยปากชมเรน่ากับผลงานดังกล่าว “ เราเห็นสัญญาณที่ดีจากจิโอ้(เรียกย่อจากชื่อโจวานนี่) เค้าเล่นได้สุขุมเกินวัย เค้าเก็บบอลในแดนตัวเองแล้วเปลี่ยนจังหวะขึ้นเกมได้อย่างมั่นใจ แถมยังประสานงานกับ(มาร์โก้)รอยส์ และฮาแลนด์ได้อย่างดี ”

“ เค้า(เรน่า)แสดงให้เห็นในระหว่างซ้อมถึงสิ่งที่เหลือเชื่อ จิโอ้มีความมั่นใจอย่างมากเมื่อมีบอลที่เท้า และมักจะตัดสินใจในจังหวะสุดท้ายได้อย่างถูกต้อง ซึ่งมันไม่ใช่เด็กวัย17ปีทุกคนจะมีพัฒนาการถึงระดับนี้ เราตั้งเป้าที่จะให้จิโอ้ขึ้นมาเป็นตัวเลือกในทีมชุดใหญ่ในช่วงครึ่งฤดูกาลที่เหลือ ” ฟาร์ฟเผยถึงความเชื่อมั่นที่มีลูกทีมวัย17ปีรายนี้

ฟาร์ฟ ไม่เร่งโตเรน่าแต่พร้อมเปิดโอกาสให้โชว์ของเรื่อยๆ

แต่กระนั้นลูเซียง ฟาร์ฟก็ยืนยันว่าจะต้องใช้งานโจวานนี่ เรน่าอย่างระมัดระวัง “ เรามีประสบการณ์รับมือกับผู้เล่นอายุน้อยๆมาตลอด เช่น จาดอนที่ตอนนี้ก็สามารถก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักให้เราได้แล้ว ฉะนั้นดอร์ทมุนด์จะค่อยๆทางผลักดันจิโอ้อย่างค่อยเป็นค่อยไป แม้ว่าจะมีของแต่เค้ายังเป็นเพียงเด็กหนุ่มวัย17ปีเท่านั้น เค้าจะได้สนุกกับเกมฟุตบอลของตัวเองโดยไม่รู้สึกกดดันมากจนเกินไป ”

โดยโจวานนี่ เรน่าถูกยกย่องจากวงการลูกหนังเมืองลุงแซมมาพักใหญ่แล้ว เนื่องจากเจ้าตัวคือลูกชายของเคราดิโอ เรน่าอดีตมิดฟิลด์ทีมชาติสหรัฐอเมริกาในยุค90 แล้วเจ้าตัวก็สามารถพาทีมเยาวชนของนิวยอร์คซิตี้ เอฟซีคว้าแชมป์เจนเนเรชั่น อะดิดาสคัพได้ตั้งแต่อายุเพียง14ปีเท่านั้น ผลงานเหล่านี้ก็ทำให้เรน่าได้ย้ายเข้ามาอะคาเดมี่ของโบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ในที่สุด(ด้วยวัย16ปี) พร้อมกับถูกทำนายว่าเจ้าหนูรายนี้จะดำเนินรอยตามความสำเร็จของคริสเตียน พูลิซิชรุ่นพี่ในทีมชาติสหรัฐฯที่เคยแจ้งเกิดภายใต้ยูนิฟอร์มของเสือเหลืองเช่นเดียวกัน

 

คาวานี่ โดนแม่บังเกิดเกล้าแฉใจลอยไปอยู่กับตราหมีนานแล้ว

คาวานี่

ทั้งที่มีกระแสร่ำลือหนาหูว่าเอดิสัน คาวานี่พร้อมจะย้ายไปร่วมทีมแอตเลติโก้ มาดริดตั้งแต่ก่อนเปิดตลาดซื้อขายผู้เล่นหน้าหนาวแล้ว แต่ทว่าจวนแล้วจวนรอดกองหน้าชาวอุรุกวัยก็ยังไม่ได้ลงเอยกับทีมตราหมีเสียที จนมีกระแสตีกลับว่าปารีส แซงต์ แชร์กแมงอาจทำการขยายสัญญากับนักเตะรายนี้เพื่อรั้งตัวเอาไว้ช่วยงานต่อ ร้อนถึงคุณแม่ของคาวานี่ต้องออกมาช่วยเฟิร์มว่ากองหน้าวัย32กะรัตต้องการย้ายทีมจริง

เบร์ต้า โกเมซ แม่แท้ๆของคาวานี่ได้เผยความในใจของลูกชาย “ แอตเลติโก้ได้พยายามทาบทามเอดิสันถึง3ครั้งแต่ก็โดนปารีสปัดข้อเสนอไปทุกครั้ง ในขณะที่เอดิสันแสดงจุดยืนชัดเจนว่าต้องการย้ายไปผจญภัยครั้งใหม่กับแอตเลติโก้ พวกเราได้แต่หวังว่าทุกอย่างจะลุล่วงในเร็ววัน เพราะลูกชายฉันใฝ่ฝันที่จะเล่นให้กับแอตเลติโก้มานานแล้ว พระเจ้าเท่านั้นที่จะบอกได้ว่าเค้าจะสมหวังหรือไม่? ”

“ ฉันเชื่อว่าเอดิสันจะสมหวังแน่นอน เพราะต่อให้ปารีสไม่ยอมตกลงกับแอตเลติโก้ในเดือนนี้ ลูกชายฉันก็จะเซ็นสัญญาล่วงหน้ากับแอตเลติโก้อยู่ดี ฉันได้แต่หวังว่าปารีสจะเข้าใจและยอมเปิดทางให้เอดิสันได้ทำตามที่ใจต้องการ ” มารดาของคาวานี่กล่าวอย่างมีหวัง

สื่อน้ำหอมเผยทูเคิลไม่ปลื้มการขอย้ายทีมทำ คาวานี่ อดลงเล่น

นอกจากนี้สื่อมวลชนยังได้ตั้งข้อสังเกตว่าปารีส แซงต์ แชร์กแมงไม่ส่งชื่อคาวานี่ในทีมเลยในช่วงหลัง(แม้แต่รายชื่อตัวสำรอง) ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากความไม่พอใจของโธมัส ทูเคิลที่ทราบเรื่องว่าคาวานี่ขอขึ้นบัญชีย้ายทีมนั่นเอง

โธมัส ทูเคิลให้การสนับสนุนคาวานี่เรื่อยมา ชนิดที่เรียกว่าถ้าเจ้าตัวไม่ได้มีอาการบาดเจ็บจนลงเล่นไม่ได้ก็จะมีชื่อเป็นตัวเลือกในทีมอยู่ตลอด กระทั่งมาเกิดความเปลี่ยนแปลงในช่วงหลังปีใหม่เมื่อเปเอสเชลงเล่นใน3นัดหลังสุดโดยไม่เปิดโอกาสให้คาวานี่มีส่วนร่วมเลย ซึ่งเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าความสัมพันธ์ระหว่างคาวานี่กับทูเคิลนั้นได้ขาดสะบั้นไปเรียบร้อยแล้ว และสิ่งที่ตามมาคือคาวานี่จะได้อำลาถิ่นปาร์ค เดอ แปรงส์อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามก็ใช่ว่าเรื่องนี้จะเป็นข่าวดีของแอตเลติโก้ มาดริดซะทีเดียว เนื่องจากตัวคาวานี่เองก็ยังได้รับความสนใจจากทีมบิ๊กเนมอื่นๆอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น แมนยูฯ,เชลซี และนาโปลี