ยูเว่ เฮสนั่นกัปตันเคียรินี่กลับมาลงสนามซ้อมกับเพื่อนได้แล้ว

 

ยูเว่

นับตั้งแต่จอร์โจ้ เคียรินี่ล้มเจ็บไปเมื่อเดือนสิงหาคมปีก่อน แนวรับของยูเวนตุสก็สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปเรื่อย แต่ก็ยังคงไม่สามารถมีเก็บรับที่เหนียวแน่นได้เหมือนเดิม จนทำให้เบียงโคเนรี่ยังคงไม่สามารถทำแต้มแซงคู่ปรับอย่างอินเตอร์ขึ้นเป็นจ่าฝูงในศึกกัลโช่ เซเรียอาได้เสียที

แต่ทว่าช่วงนี้แฟนบอลยูเว่ชักจะคึกคักเป็นพิเศษ เมื่อมีภาพออกมายืนยันแล้วว่าจอร์โจ้ เคียรินี่กลับมาลงฝึกซ้อมกับทีมได้เป็นที่เรียบร้อย “ จอร์โจ้เริ่มกลับมาทำการซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมได้แล้ว แม้จะเป็นเพียงเซสชั่นเบาๆ แต่ก็ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีที่กัปตันของเราได้กลับมาเล่นฟุตบอลอีกครั้งในรอบ6เดือน ” สโมสรยูเวตุสแถลงการณ์ โดยสื่อในอิตาลี่เชื่อกันว่ากองหลังวัย35กะรัตน่าจะฟิตทันก่อนที่ยูเวนตุสจะดวลกับโอลิมปิค ลียงในศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ในช่วงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้

จอร์โจ้ เคียรินี่ถือว่ากลับมาช่วยทีมได้อย่างถูกที่ถูกเวลาอย่างมากเนื่องจากในตอนนี้เมาริซิโอ ซารี่เหลือกองหลังให้ใช้งานได้เพียงสามคนเท่านั้น อันได้แก่ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่,ดานิเอเล่ รูกานี่ และมัทไธส์ เดอ ลิกท์เท่านั้น ในขณะที่พวกเค้าเหลือโปรแกรมลงเตะถี่ยิบทั้งในศึกกัลโช่ เซเรียอา,โคปา อิตาเรีย และยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก

ซารี่กุนซือ ยูเว่ ตั้งตารอใส่ชื่อเคียรินี่ในลิสต์นักเตะลุยแชมเปี้ยนส์ลีก

แม้ว่าจะยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าเคียรินี่จะกลับมาฟิตสมบูรณ์ได้เมื่อไหร่ แต่กุนซือเมาริซิโอ ซารี่ก็แลดูจะกระสันอยากใช้งานกัปตันทีมรายนี้จนตัวสั่น เมื่อเค้าได้ตัดสินใจใส่ชื่อจอร์โจ้ เคียรินี่เป็น1ใน25ขุนพลที่จะลงทำศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก สวนทางกับเมริห์ เดมิรัลกองหลังชาวเติร์กที่พักยาวที่ไม่มีชื่อในทีม

ข่าวการกลับมาจากอาการบาดเจ็บของเคียรินี่ในครั้งนี้นอกจากจะทำให้สาวกเบียงโคเนรี่ได้มีความหวังแล้ว ยังทำให้แฟนบอลทีมชาติอิตาลี่พลอยคึกคักไปด้วย เนื่องจากเจ้าตัวก็ยังมีอีกหนึ่งบทบาทที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นก็คือการสวมปลอกแขนเป็นกัปตันให้กับทีมชาติอิตาลี่เสียด้วย นั่นจึงแปลว่าเคียรินี่น่าจะมีชื่อติดธงอัตซูรี่ชุดที่จะเดินทางไปศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปในช่วงกลางปีนี้ได้อย่างสบาย เคียรินี่ลงเล่นให้ทีมชาติอิตาลี่ไปแล้ว103นัดพร้อมกับยิงได้8ประตู และยังมีดีกรีเหรีญทองแดงกีฬาฟุตบอลชายในศึกโอลิมปิค2004อีกต่างหาก

เสือใต้ แฉเป๊ปเคยมีไอเดียแปลกสุดอยากให้นอยเออร์คุมแดนกลาง

เสือใต้

แม้ว่าปีนี้เป๊ป กวาร์ดิโอล่าจะเสียเหลี่ยมในการชิงถ้วยพรีเมียร์ลีก ด้วยความพ่ายแพ้ต่อเจอร์เกน คล็อปป์อย่างหมดรูป แต่ถึงอย่างไรเทรนเนอร์ชาวสเปนก็ยังขึ้นชื่อว่าเป็นกุนซือที่มีมุมมอง และไอเดียการทำทีมที่สุดล้ำไม่ซ้ำใคร โดยคาร์ล ไฮน์ รุมเมนิเก้คนใหญ่คนโตของวงการลูกหนังเยอรมันได้ออกมาเปิดเผยว่ากวาร์ดิโอล่าเคยมีความคิดที่จะใช้ผู้รักษาประตูจอมหนึบอย่างมานูเอล นอยเออร์ขึ้นมายืนเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางให้กับบาเยิร์นมิวนิคเลยทีเดียว

มานูเอล นอยเออร์นายด่านเสือใต้ชาวเยอรมันได้รับการยอมรับว่าอ่านเกมได้ดี และใช้เท้าเล่นบอลได้อย่างชำนาญไม่เป็นรองใคร ซึ่งเครดิตส่วนนี้ทำให้กวาร์ดิโอล่าที่ครั้งหนึ่งเคยร่วมงานกับเป๊ปในถิ่นอารีอันซ์ อารีน่าอยากลองใช้งานผู้รักษาประตูอย่างนอยเออร์ในตำแหน่งอื่นดูบ้าง “ พวกเราทุกคนอุ่นใจยามที่เห็นมานูเอลยืนตระหง่านในกรอบเขตโทษ เค้าไม่ได้มีเพียงปฏิกิริยาการป้องกันประตูที่ยอดเยี่ยมเท่านั้น แต่มานูเอลยังวางบอลได้อย่างแม่นยำ มิติการเล่นของเค้าเป็นมากกว่าผู้รักษาประตูทั่วไป เค้าสามารถวางบอลไปในพื้นที่ว่างได้ดั่งใจ และสามารถออกมาเล่นนอกกรอบเขตโทษได้อย่างมั่นใจ เรื่องนี้แม้แต่กวาร์ดิโอล่าก็ยังทึ่ง เค้าเคยพยายามผลักดันให้มานูเอลได้ลองยืนเป็นมิดฟิลด์ด้วยซ้ำ ผมไม่ได้ล้อเล่นมันคือความตั้งใจของเค้าจริงๆ ” คาร์ล ไฮน์ รุมเมริเก้ประธานบริหารของบาเยิร์นมิวนิคยืนยัน

เป๊ปเอาคืน เสือใต้ แสบสุดขอทาบเลวานดอฟสกี้เติมกระสุนปีหน้า

แม้ว่าจะเคยร่วมงานกันมาก่อนแต่ดูเหมือนเป๊ป กวาร์ดิโอล่าจะไม่ค่อยไว้หน้าทีมเก่าอย่างบาเยิร์น มิวนิคซักเท่าไหร่ เมื่อมีข่าวนำล่องมาแล้วว่าในช่วงซัมเมอร์หน้า กวาร์ดิโอล่าจะเดินหน้าล่าตัวโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้อย่างจริงจังเสียที

แมนเชสเตอร์ซิตี้ทำผลงานได้ไม่สดใสนักในปีนี้ จนทำให้น่าจะหมดลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างเต็มตัวไปแล้ว(โดนลิเวอร์พูลทิ้งห่าง22คะแนน)เป็นเหตุให้กวาร์ดิโอล่าน่าจะต้องทำการเสริมทัพครั้งใหญ่ในช่วงซัมเมอร์ และโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ก็คือเป้าหมายอันดับต้นๆ เนื่องจากทีมตราเรือใบต้องการตัวจบสกอร์ที่ไว้ใจได้เข้ามาสลับสับเปลี่ยนกับกุน อเกวโร่ที่ดูจะเจ็บง่ายเสียเหลือเกิน โดยทีมตราเรือใบหวังจะใช้เรลอย ซาเน่เป็นตัวล่อให้บาเยิร์น มิวนิคยอมปล่อยตัวเลวานดอฟสกี้ให้ เนื่องจากทีมแชมป์เก่าบุนเดสลีก้าเองก็ปรารถนาที่จะได้ตัวซาเน่อยู่แล้วนั่นเอง

 

บาซ่า ระอุเมสซี่เฉ่งอบิดัลไม่ใช่กงการจะมาวิจารณ์นักเตะในทีม

บาซ่า

ดูเหมือนบาเซโลน่ากำลังจะมีศึกภายในเสียแล้ว เมื่อเอริค อบิดัลผู้อำนวยการกีฬาได้ออกมาเหน็บว่านักเตะบาเซโลน่าบางรายทำการเลื่อยขาเก้าอี้ของกุนซือเฮอร์เนสโต้ บัลเบเด้ ด้วยการลงสนามอย่างไร้ความกระตือลือล้น แล้วถ้อยแถลงนี่เองที่ทำให้พี่ใหญ่อย่างลีโอแนล เมสซี่ไม่พอใจ จนต้องออกมาตอกกลับอย่างเจ็บแสบ

เมสซี่มีฐานะเป็นกัปตันทีมของบาซ่า ซึ่งทำให้เจ้าตัวรู้สึกไม่ชอบใจที่อบิดัลกล่าวโจมตีนักเตะในสโมสรของตนเอง “ ในฐานะนักฟุตบอลเราย่อมต้องรับผิดชอบผลการแข่งขันโดยตรงอยู่แล้ว แต่ในแง่ของผู้จัดการทีมมันก็เหมือนกันเมื่อผลการแข่งขันออกมาไม่ดีมันก็ย่อมส่งตามมา แล้วเราทุกคนก็เสียใจที่โค้ชคนก่อนจากไป ในฐานะกัปตันทีมผมจะไม่ยอมให้มีนักเตะคนไหนทรยศต่อผู้จัดการทีมอย่างแน่นอน นั่นจึงทำให้ผมประหลาดใจมากกับคำพูดของเค้า(อบิดัล) ”

“ ทุกคนต่างมีหน้าที่ ผู้อำนวยการกีฬาก็เช่นกันเค้าควรทำจัดการเรื่องตรงหน้าและพูดในเรื่องที่เกี่ยวกับงานของเค้า พวกเราต่างอยากผลักดันบาเซโลน่าให้ประสบความสำเร็จ แต่งานเราไม่เหมือนกัน แล้วก็ไม่ใช่หน้าที่เค้าด้วยที่จะมาวิจารณ์การเล่น แต่ในเมื่อมีการพูดว่ามีนักเตะพยายามทำลายทีมตัวเองคนที่พูดก็ควรระบุไปเลยว่าเป็นใคร เพราะมันกลายเป็นคำถามสำหรับทีม ซึ่งพวกเราไม่สมควรถูกสบประมาทแบบนี้ ” ดาวยิงชาวอาร์เจนไตน์กล่าวอย่างมีอารมณ์

สื่อกระทิงสาวไส้ทีม บาซ่า อบิดัลกับเมสซี่พร้อมงัดข้อใส่กันมานานแล้ว

สื่อในสเปนต่างเล่นข่าวนี้กันสนุก ด้วยการรำลึกถึงเรื่องกินใจที่อบิดัลมีต่อเมสซี่ตั้งแต่สมัยยังรักษาตัวด้วยอาการทมะเร็งที่ตับเมื่อปี2011 แล้วในระหว่างที่เจ้าตัวกำลังต่อสู้กับโรคร้ายในโรงพยาบาล อบิดัลก็ได้ถ่ายคลิปส่งกำลังใจให้เพื่อนๆ แต่ทว่าเมสซี่กลับแตะเบรกเรื่องนี้เอาไว้ พร้อมบอกกลับไปว่าไม่ให้อบิดัลส่งคลิปแบบนี้มาอีกเพราะจะทำให้เพื่อนๆในทีมหดหู่เสียเปล่าๆ เชื่อกันว่าสัมพันธ์ระหว่างอบิดัลและเมสซี่เริ่มมีรอยร้าวนับแต่นั้นมา

อบิดัลที่มีความสนิทสนมกับบัลเบเด้อยู่เป็นทุนจึงออกมาทิ้งระเบิดใส่แข้งอัลซูนกราน่าอย่างไม่เกรงใจ เปิดช่องให้เมสซี่ก็พร้อมไฟต์มานานแล้วต้องออกมาสาดน้ำลายใส่คืน ที่น่าห่วงดูจะเป็นอนาคตของเมสซี่มากกว่า เพราะระยะหลังดาวยิงฟ้าขาวดูจะพูดจาไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น โดยก่อนหน้านี้เจ้าตัวก็เคยประกาศสงครามกับเคร์ราด ปิเก้มาแล้วครั้งหนึ่ง จนทำให้กระแสข่าวลือที่ว่าเมสซี่อาจตัดสินใจย้ายกลับไปค้าแข้งในบ้านเกิดดูจะมีน้ำหนักขึ้นมาทันที

แฟนันดินโญ่ ใจฝ่อกลัวเน้นUCLอาจทำเรือหลุดท็อปโฟร์เลยก็ได้

แฟนันดินโญ่

หลังจากปีนี้แมนซิตี้ฟอร์มไม่แจ่มเหมือนเคย แถมแพ้ไปแล้วถึง6เกมในพรีเมียร์ลีกก็เริ่มทำให้แฟนันดินโญ่ต้องออกมากระตุ้นเพื่อนๆให้กลับมามุ่งมั่นอีกครั้ง พร้อมขู่ไปในตัวว่าหากย่ามใจทีมตราเรือใบอาจประสบเคราะห์กรรมถึงขึ้นหลุดท็อปโฟร์เลยทีเดียว

แมนซิตี้เพิ่งจะบุกไปแพ้สเปอร์สมา0-2 ทั้งที่รูปเกมพวกเค้าเหนือกว่ามาก จนกัปตันทีมแฟนันดินโญ่ชักเป็นกังวลเกี่ยวกับผลงานของทีมในระยะยาว “ เราแพ้สเปอร์สแบบสุดช็อค เราไม่ได้เล่นแย่ บางคนบอกว่าซิตี้ควรหันไปเน้นถ้วยอื่นแบบไม่ต้องเน้นพรีเมียร์ลีก แต่สำหรับผมไม่เห็นด้วย สเปอร์สทำให้เราเห็นแล้วว่าทีมอื่นๆพวกเค้าก็อยากเก็บแต้มด้วยกันทั้งนั้น ซิตี้ไม่สามารถสบายใจกับเรื่องนี้ได้ เราก็ยังคงต้องมีสมาธิกับเกมในลีก เพราะโควต้าแชมเปี้ยนส์ลีกเป็นสิ่งที่เราจะพลาดไม่ได้เช่นเดียวกัน ”

แฟนันดินโญ่ กล่าวถึงเเม้เราจะเน้นบอลถ้วยเเต่ก็ต้องยังรักษามาตรฐานของทีมไว้

“ เราทำได้แค่เก็บแต้มที่เหลือให้มากที่สุดเรื่องแชมป์พรีเมียร์ลีกเราจะไม่พูดถึงมัน แน่นอนซิตี้ต้องการเน้นรายการบอลถ้วยที่เหลือทั้งคาราบาวคัพ,เอฟเอคัพ และยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก แต่ถึงกระนั้นเราก็ยังจำเป็นต้องรักษามาตรฐานของเราเอาไว้ แมนเชสเตอร์ซิตี้คือทีมระดับท็อป เอกลักษณ์ของเรายังคงเป็นการเสพย์ติดความสำเร็จ และชัยชนะ ” มิดฟิลด์วัย34ปีกล่าวอย่างไว้ลาย

เป๊ป หมดมุกโบ้ยพรีเมียร์ลีกไม่ชอบใจนักที่หงส์นำจ่าฝูงขาดลอย

เป๊ป กวาร์ดิโอล่าที่เสียเชิงโดนลิเวอร์พูลทำแต้มทิ้งห่างไปถึง22คะแนนเริ่มออกลูกงอแงเมื่อได้กล่าวพาดพิงให้ผู้จัดการแข่งขันพรีเมียร์ลีกออกมาไซโคทีมหงส์แดงบ้างที่ทำให้การลุ้มแชมป์ในซีซั่นนี้หมดสนุกก่อนเวลาอันควร “ ผมเองเคยพาซิตี้คว้าแชมป์ด้วยการมี100แต้มทิ้งห่างทีมอันดับสอง19คะแนน แล้วพรีเมียร์ลีกก็ออกมาบอกว่าไม่ชอบใจที่เราทำให้การลุ้นแชมป์ไม่สนุก แต่สิ่งที่เจอร์เกน คล็อปป์ทำในปีนี้มันหนักหนากว่าเคสของเราอีก ทำไมลิเวอร์พูลไม่โดยไซโคแบบเราบ้าง ”

“ เราต้องยอมรับในความยอดเยี่ยมของลิเวอร์พูล เป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะตามพวกเค้าทัน พวกเค้าสร้างมาตรฐานใหม่ ไม่มีอะไรจะหยุดพวกเค้าได้เลย แน่นอนว่าเรายังไม่ถอดใจในบอลถ้วยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในแชมเปี้ยนส์ลีก ”

พร้อมกันนั้นเป๊ปยังได้เอ่ยปากอีกว่าจะไม่มีการล้างบางทีมตราเรือใบในช่วงซัมเมอร์นี้อย่างแน่นอน “ ซิตี้ไม่จำเป็นต้องสร้างทีมใหม่ เรามีขุมกำลังที่ดีพร้อมอยู่แล้ว เพียงแต่เราต้องแข็งแกร่งกว่านี้ นี่ยังไม่ใช่มาตรฐานของเรา งานของผมคือต้องหาทางกระตุ้นทีมให้กลับมาสู่จุดที่เราควรจะเป็นให้ได้ ”