อาร์เตต้า ชี้มิดแลนด์-ไนท์ควรต้องดันขึ้นมาเล่นเกมรุกมากขึ้น

อาร์เตต้า

หนึ่งในนักเตะอาร์เซนอลที่โดนโจมตีหนักมากเห็นจะหนีไม่พ้นไอน์สลี่ย์ มิดแลนด์-ไนท์แบ็คขวาที่ดูไม่สามารถจะพึ่งพาได้เลยแม้จะได้รับโอกาสลงเล่นอย่างต่อเนื่องในช่วง2-3ปีที่ผ่านมา ด้านมิเกล อาร์เตต้าบอสใหญ่ปืนโตก็ได้ออกมาตอบประเด็นนี้อย่างน่าสนใจ

“ มิดแลนด์-ไนท์เป็นนักเตะที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ เทคนิคยอดเยี่ยม แถมยังได้เล่นได้อย่างหลากหลายตำแหน่ง แต่ที่ผ่านมาเค้ามักได้เล่นในตำแหน่งฟูลแบ็ค มันทำให้เค้าไม่ค่อยได้โชว์จุดเด่นเหล่านั้นออกมา ทั้งที่จริงๆแล้วเค้าเป็นนักเตะที่จ่ายบอลแม่น แถมเมื่อจ่ายไปแล้วยังช่วยให้เพื่อนเล่นต่อได้ง่ายมากๆอีกต่างหาก ผมคิดว่าเค้าสมควรได้เล่นเกมรุกมากกว่านี้ ”

กระนั้นเทรนเนอร์ชาวสเปนก็ยังออกตัวว่าหากขัดสนผู้เล่นในตำแหน่งฟูลแบ็คก็พร้อมจะใช้มิดแลนด์-ไนท์อยู่เหมือนเดิมเช่นกัน “ เค้าอาจไม่ถนัดเกมรับมากนัก แต่มิดแลนด์-ไนท์ก็ทดแทนด้วยความเร็ว และความขยัน ซึ่งมันเป็นเรื่องดีที่ผมมีเค้าเป็นตัวเลือก เพราะเค้าสามารถเล่นได้ทั้งตำแหน่งตัวริมเส้น,ฟูลแบ็ค และมิดฟิลด์ตัวรับ ” กุนซือวัย37กล่าวอย่างชื่นใจ

อาร์เซนอลยังหาความมั่นใจไม่เจอแต่ อาร์เตต้า ยันไม่ท้อแน่นอน

เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาอาร์เซนอลเพิ่งบุกไปเสมอเบิร์นลี่ย์ไป0-0 แต่ทว่ารูปเกมกลับตรงกันข้ามเพราะเป็นฝั่งเบิร์นลี่ย์ที่บุกเข้าใส่เกือบตลอดทั้งเกม ซึ่งอาร์เตต้าก็ได้ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับผลงานของลูกทีมอย่างผิดหวังเบาๆ “ เราเริ่มต้นได้ดีและมีโอกาสที่จะขึ้นนำแต่มันก็พลาดไป หลังจากนั้นพวกเค้าก็มั่นใจมากขึ้นเรื่อย จึงสู้กับเราแบบไม่กลัว แล้วนักเตะของเราก็ช็อตไปเอาดื้อๆ เราพลาดกันง่าย แถมสามารถสร้างความได้เปรียบในการเข้าปะทะอีกต่างหาก ”

“ เรายังขาดความมั่นใจ สวนทางกับเบิร์นลี่ย์ที่ยิ่งเล่นยิ่งมั่นใจขึ้นเรื่อยๆ แต่ถึงกระนั้นผมก็ยังประทับใจในปฏิกิริยาของทีมที่พยายามต่อสู้ ยิ่งวันที่บอลไม่เป็นใจคุณต้องพึ่งตัวเองให้มากที่สุด เราอยากชนะแต่ถ้าวิเคราะห์จากรูปเกมก็ต้องยอมรับว่าการได้หนึ่งแต้มกลับออกไปก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย ”

“ มันเป็นเกมที่ยาก แล้วทีมก็ได้ประสบการณ์จากแม็ตซ์นี้ เราต้องทำงานอย่างหนักเพื่อกลับสู้เส้นทางที่วางไว้ สโมสรอาร์เซนอลควรมีมาตรฐานที่สูงกว่านี้ ผมยังเชื่อมั่นในทีม เราจะไม่ท้อ เราจะช่วยกันสู้ อาร์เซนอลต้องกลับมาเก็บชัยชนะได้แน่ๆผมรับประกัน ” อาร์เตต้ากล่าวอย่างเชื่อมั่น

โซลชา ติงรีบไล่ไปใยเมื่อคล็อปป์ใช้เวลาดันหงส์บินสูงตั้งหลายปี

โซลชา

ท่ามกลางกระแสเก้าอี้ร้อนระดับปรอทแทบแตกของโอเล่ กุนน่า โซลชา หลังความพ่ายแพ้ต่อเนื่อง2เกมรวด โดยเฉพาะนัดล่าสุดที่พ่ายคาบ้านให้เบิร์นลี่ย์ในรอบ58ปี ที่เล่นเอาอัฒจันทร์ในโอลด์แทร็ฟฟอร์ดบางตาลงไปมากตั้งแต่ก่อนกรรมการจะเป่านกหวีดจบเกม แล้วข่าวลือที่ตามมาก็คือโซลชาอาจพร้อมโดนไล่ออกได้ทุกเมื่อ แต่ทว่ากุนซือชาวนอร์เวย์ก็ยังคงยักไหล่ต่อไปพร้อมกับยืนยันว่าปีศาจแดงไม่ได้ย่ำแย่ถึงขนาดนั้น และควรปล่อยให้เจ้าตัวได้ทำงานของตัวเองต่อไปถึงจะเป็นการดีที่สุด

โซลชาได้ยกเคสการทำงานของทีมเต็งอย่างลิเวอร์พูลที่ปล่อยเวลาให้เจอร์เกน คล็อปป์ได้ทำงานอย่างต่อเนื่องกระทั่งชั่วโมงนี้ลิเวอร์พูลถึงได้มีสภาพกลายเป็นทีมไร้เทียมทานได้สำเร็จ แล้วตัวเค้าเองก็ต้องการเวลาในการทำทีมกับแมนยูฯในแบบเดียวกัน “ เราแพ้ที่แอนด์ฟิล แล้วเด็กๆของผมสู้ได้ดี แต่ไม่เห็นจะมีใครพูดถึงสิ่งที่เราทำเลย ทุกคนมองเห็นแต่เครดิตของลิเวอร์พูล ทั้งๆที่เราก็สร้างความลำบากให้กับพวกเค้าได้ไม่น้อย แน่นอนสกอร์เป็นตัวชี้วัดว่าใครสมควรได้ชัยชนะ แต่ลูกทีมของผมไม่ได้เล่นแย่ขนาดนั้น พวกเค้าไม่ได้ทำให้ตราสโมสรต้องแปดเปื้อนแต่พวกเค้าก็ยังโดนตำหนิว่าไม่ดีพอ ”

“ ผมเคยพูดไว้แล้วว่ายูไนเต็ดต้องการเวลา คุณเปรียบเทียบสิ่งที่เราทำได้กับทีมของเจอร์เกน คล็อปป์ที่รวมตัวกันมาแล้วหลายปี มันเทียบกันไม่ได้เลย เพราะเราไม่ได้สตาร์ทบนจุดเดียวกัน หลายคนก็รู้เรื่องนี้ดีแต่พอยูไนเต็ดแพ้พวกเค้าก็ไม่สนใจมันพร้อมกับมองหาใครซักคนมารับผิดชอบ มีคนบอกว่าอยากให้ผมออกไปซึ่งผมไม่ได้แคร์หรอก ”

โซลชา แย้งบอร์ดผีเสริมทัพถูกทางแล้วแต่หาแข้งใหม่มกราไม่ง่าย

นอกจากนี้นายใหญ่ผีแดงยังได้ปกป้องบอร์ดบริหารอีกว่าพยายามเดินหน้าเติมเต็มความแข็งแกร่งให้ทีมอย่างสุดฝีมือ แล้วตัวเค้าเองก็พอใจอย่างมากกับการเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์ “ นักฟุตบอลทุกคนมีช่วงเล่นดีและแย่สลับกันไป แม้แต่(คริสเตียโน่)โรนัลโด้เองก็เคยมีช่วงยากลำบากกับเรา ซึ่งใครซักคนอาจจะเคยมองว่าโรนัลโด้ดีไม่พอสำหรับยูไนเต็ด แต่วันนี้เค้าก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเค้ายอดเยี่ยมแค่ไหน ฉะนั้นผมไม่เคยเห็นลูกทีมคนไหนดีไม่พอสำหรับเราเลยแม้แต่คนเดียว แล้วขุมกำลังที่เรามีก่อนเปิดฤดูกาลก็เป็นสิ่งที่ผมพอใจอย่างมาก เพียงแต่เราไม่สามารถรับมือกับอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นพร้อมกันในทุกตำแหน่งได้เท่านั้นเอง แล้วเราก็ทำงานกันอย่างหนักที่จะหาใครมาเสริมแต่ก็อย่างที่รู้กันตลาดหน้าหนาวนั้นไม่ง่าย เราต้องค่อยดูกันต่อไป ”

เลสเตอร์ซิตี้ เบนเป้าล่าเวคเตอร์การ์ดเติมเกมรับที่ราคา15ล้านปอนด์

เลสเตอร์ซิตี้

เลสเตอร์ซิตี้มีข่าวว่ากำลังให้ความสนใจยานนิค เวคเตอร์การ์ดปราการหลังชาวเดนมาร์กของเซาธ์แธมป์ตันอยู่ในเวลานี้ ทั้งยังพร้อมทุ่มเงินถึง15ล้านปอนด์เพื่อคว้าตัวดาวเตะสำรองของนักบุญแดนใต้ที่แทบไม่ได้โชว์ผลงานในสนามเลยตลอด3เดือนที่ผ่านมา

ราล์ฟ ฮาเซนฮัตเติลกุนซือจอมหนังเหนียวของเซาธ์แธมป์ตันแยกตัวเวคเตอร์การ์ดออกจากทีมมาแล้วพักใหญ่ แล้วก็เหลือเชื่อว่าผลงานของทีมกลับดีขึ้นผิดหูผิดตาจน12เกมหลังสุดทีมนักบุญกลับเก็บชัยชนะได้ถึง7เกม จนทำคะแนนหนีโซนตกชั้นขึ้นมาอยู่กลางตารางได้อย่างน่าชื่นชม และในผลงานชิ้นโบว์แดงนี้เวคเตอร์การ์ดก็ได้มีส่วนร่วมลงสนามแค่เพียงเกมเดียวเท่านั้น จึงทำให้ทีมจิ้งจอกสยามหมายใจจะขอตัวส่วนเกินรายนี้ไปใช้งานต่อ

ร็อดเจอร์สดึงเวคเตอร์การ์ดเพื่อเพิ่มขนาดของทีม เลสเตอร์ซิตี้

การหันมาล่าตัวนักเตะร่วมลีกอย่างเวคเตอร์การ์ดในครั้งนี้ก็เป็นผลมาจากเป้าหมายก่อนหน้าอย่างดานิเอเล่ ลูกานี่ได้ถูกยูเวนตุสปฏิเสธที่จะปล่อยตัวให้นั่นเอง โดยแบร็นดอน ร็อดเจอร์สเชื่อมั่นว่าจะนำเอาดาวเตะชาวเดนมาร์กรายนี้มาอัพขนาดของทีมเลสเตอร์ ซิตี้ให้ใหญ่ขึ้นเพื่อรองรับกับการจะต้องมีแม็ตซ์ลงสนามเพิ่มในรายการยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกซีซั่นหน้านั่นเอง

นักบุญแทงสวน เวคเตอร์การ์ด ไม่ได้เล่นบ่อยไม่แปลว่าพร้อมขายทิ้ง

ทันที่มีกระแสย้ายออกของเวคเตอร์การ์ดก็ทำให้มีคำถามพุ่งตรงมายังราล์ฟ ฮาเซนฮัตเติลอย่างมากมาย แต่เทรนเนอร์ชาวออสเตรียก็ยืนทรานว่ายังต้องการเก็บกองหลังรายนี้เอาไว้เป็นตัวเลือกต่อไป “ ผมไม่ได้วิตกกับสถานการณ์นี้มากนัก เป็นเรื่องดีที่นักเตะของเราได้ความสนใจในตลาดนั่นแปลว่าผลงานของเรากำลังไปได้สวย สโมสรเซาธ์แธมป์ตันยังคงทำงานกันอย่างหนักในทุกส่วนงาน แล้วก็ไม่มีใครแจ้งไว้เลยว่าเรามีแพลนที่จะขายนักเตะคนใดออกไปในช่วงนี้ ฉะนั้นผมคงไม่มีอะไรต้องพูดถึงเวคเตอร์การ์ดนอกจากเค้ายังคงเป็นหนึ่งในตัวเลือกของเราต่อไป ”

“ เวคเตอร์การ์ดไม่ค่อยได้มีส่วนร่วมกับการลงเล่นในช่วงหลังแต่ก็ไม่ได้แปลว่าเราอยากให้เค้าย้ายออกไป เวคเตอร์การ์ดก็ยังคงเป็นคนสำคัญในห้องแต่งตัว สำหรับฟุตบอลลีกที่กินเวลายาวนานทั้งรายชื่อ20ผู้เล่นในทีมต่างมีความสำคัญต่อทีมทั้งสิ้นไม่ว่าพวกเค้าเหล่านั้นจะได้ลงเล่นมากน้อยแค่ไหนก็ตาม แล้วในเวลานี้กลุ่มผู้เล่นก็กำลังกลมเกลียวกันอย่างมากจนเราไม่อยากเปลี่ยนแปลงอะไร บางทีเราอาจจะมีนักเตะใหม่เข้ามาเพิ่มซัก1-2คนซึ่งมันจะต้องไม่กระทบสปริริตในห้องแต่งตัว ” กุนซือวัย52ปีให้คำมั่น

ริโอ ตกใจเห็นเเฟนบอลบางตาเกรงปีศาจเเดงจะเข้าสู่ยุดมืด

ริโอ

ควันหลงจากความพ่ายแพ้คาบ้านของแมนยูฯในเกมล่าสุด(แพ้เบิร์นลี่ย์0-2) เมื่อมองกลับไปยังอัฒจันทร์กลับเห็นแฟนบอลในโอลด์แทร็ฟฟอร์ดที่บางตาลงไปจนน่าใจหายก็ทำให้ ริโอ เฟอร์ดินานด์ชักเป็นกังวลแทนทีมเก่าว่าอาจกำลังก้าวเข้าสู่ยุคมืดอย่างเลี่ยงไม่ได้

ริโอ เฟอดินานด์ได้ตั้งข้อสังเกตว่าปีศาจแดงที่ใช้เงินเสริมทัพไปอย่างมากมาย แต่สุดท้ายนักเตะที่พึ่งพาได้กลับเป็นแข้งดาวรุ่ง อาทิ สก็อต แม็คโทมิเน่ย์,มาร์คัช แรชฟอร์ด,เมสัน กรีนวู๊ด และดาเนี่ยล เจมส์ “ ยูไนเต็ดใช้เงินซื้อนักเตะรวมกันไป600ล้านปอนด์แต่คุณดูสิ่งที่แฟนบอลได้กลับมาซิ มันชัดเจนว่านักเตะหลายคนที่เราได้มานั้นดีไม่พอ ไม่เช่นนั้นโซลชาคงไม่ใช้งานดาวรุ่งหลายคนจากอะคาเดมี่หรอก ”

ริโอ สับบอร์ดผีอ่อนหัดจนต้องประสบความตกต่ำเช่นทุกวันนี้

“ มันชวนให้ผมสงสัยว่านักเตะที่เราได้มามันตรงตามสเป๊คที่ผู้จัดการทีมต้องการหรือเปล่า เพราะโชเซ่ก็เคยให้ข่าวมาแล้วว่านักเตะบางคนที่สโมสรดึงตัวเข้ามาไม่ได้ผ่านการเห็นชอบจากเค้าเลย นี่คืออีกแง่มุมที่ผมอยากพูด เพราะตอนนี้แรงกดดันที่ถาโถมไปยังโซลชามันช่างหนักหนาเหลือเกิน ในขณะที่บนอัฒจันทร์ก็ว่างเปล่าลงตั้งแต่ก่อนจบเกม ผมไม่เคยเห็นภาพแบบนี้มาก่อนดูเหมือนแฟนบอลของเราก็เริ่มไม่เชื่อมั่นในตราสโมสรแห่งนี้แล้ว ยูไนเต็ดกำลังเผชิญกับความตกต่ำครั้งใหญ่ ”  ริโอกล่าอย่างวิตก

คริสวู้ด หอกเบิร์นลี่ย์ผสมโรงโอลด์แทร็ฟฟอร์ดหมดความขลังแล้ว

ด้านคริส วู้ดคนพังประตูให้เบิร์นลี่ย์อัดแมนยูฯแพ้คาบ้าน2-0 ก็ได้ออกมาแสดงความเห็นเช่นกันว่าทัพอสูรแดงได้สูญเสียความน่าเกมขามยามลงเตะในบ้านไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว “ อันที่จริง2-3ปีหลังมานี่เรา(เบิร์นลี่ย์)ก็ไม่ได้มาแพ้พวกเค้าที่โอลด์แทร็ฟฟอร์ดอยู่แล้ว ทำให้เราประหลาดใจนิดๆที่เราบุกมาคว้าสามแต้มในวันนี้ได้ สนามแห่งนี้เคยได้ชื่อว่าเป็นฝันร้ายของทีมเยือนแต่สิ่งที่เราได้เจอมามันไม่ใช่แบบนั้นเลย ความจริงผมรู้สึกมาพักหนึ่งแล้วว่าการมาเยือนโอลด์แทร็ฟฟอร์ดไม่ใช่สิ่งที่น่ากังวล ตอนนี้ผมมั่นใจแล้วว่าคิดไม่ผิดเพราะผมยิงประตูพวกเค้าได้ แล้วเราก็รักษาผลการแข็งขันกลับออกไปได้สำเร็จ มันยังเป็นวันที่ดีสำหรับแฟนบอลของเราอีกด้วย ” โดยความปราชัยต่อเดอะคลาเรตส์ในแม็ตซ์ล่าสุด ยังเป็นการพ่ายแพ้ในบ้านให้เบิร์นลี่ย์ในบ้านเป็นครั้งแรกในรอบ58ปีของแมนยูฯอีกด้วย

เอซีมิลาน ส่อแห้วบิ๊กซาเกร็บยันเองโอลโม่กำลังย้ายไปเล่นในเยอรมัน

เอซีมิลาน

ทั้งที่เอซีมิลานแสดงความจริงใจต่อดานี่ โอลโม่มาโดยตลอด เพราะนับตั้งแต่ได้ตัวสลาตัน อิบราฮิโมวิชเข้ามาแบบไร้ค่าตัวพวกเค้าก็ไม่มองนักเตะคนไหนอีกเลยนอกจากโอลโม่ พร้อมกับมีข่าวมาเป็นระยะว่าใกล้จะบรรลุข้อตกลงในการคว้าตัวอดีตเด็กปั้นบาซ่ารายนี้อย่างเต็มแก่แล้ว ทว่าดูเหมือนพวกเค้าจะต้องฝันค้างอีกแล้วเมื่อต้นสังกัดของโอลโม่ได้ออกมาให้ข่าวเองว่านักเตะกำลังจะย้ายไปโชว์ฝีเท้าในศึกบุนเดสลีก้าเยอรมัน

ผู้จัดการทีมดินาโม ซาเกร็บ เนนาร์ด เบริก้า ได้เปิดเผยกับนักข่าวถึงย่างก้าวต่อไปของดานี่ โอลโม่ “ เราได้รับข้อเสนอจากหลายทิศทาง แต่ดูเหมือนไลป์ซิกจะใกล้เคียงกับความต้องการของดานี่มากที่สุด พวกเค้าเป็นทีมชั้นนำขอเยอรมันและได้ลงเล่นในยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ดานี่เชื่อว่าเค้าจะได้ประสบการณ์ที่ดีจากสถานการณ์เหล่านี้ แน่นอนว่าเรา(ดินาโมซาเกร็บ)ผิดหวังนิดๆที่ต้องแยกทางกัน แต่นี่คือสิ่งที่ดานี่ต้องก้าวต่อไปแล้วดินาโมซาเกร็บต้องยอมรับมันให้ได้ ”

โดยในซีซั่นนี้ดานี่ โอลโม่โชว์ฟอร์มเก่งกับดินาโม ซาเกร็บด้วยการลงเล่นไปแล้ว22นัดยิงไป8ประตูพร้อมทำทางอีก7แอสซิสต์รวมทุกรายการ ทำให้เจ้าตัวมีข่าวว่ากำลังลูกทีมบิ๊กเนมของยุโรปหมายหัวกันอยู่ตั้งแต่ก่อนตลาดซื้อขายผู้เล่นจะเปิดทำการแล้ว

สื่อเลี่ยนเผยนักเตะส่วนเกินขายไม่ออกทำ เอซีมิลาน อดได้แข้งใหม่

แม้ว่าเนื้อข่าวจะชี้ไปในทางว่าดานี่ โอลโม่ต้องการเลือกทีมที่จะได้ลงเล่นในเวทียุโรปมากกว่า แต่อันที่จริงแล้วสื่อดังในอิตาลี่ต่างเชื่อกันว่าเหตุผลที่ทำให้รอสโซเนรี่ต้องเสียเหลี่ยมในการล่าตัวนักเตะรายนี้เป็นผลมาจากสถานะการเงินที่อ่อนแอมากกว่า

เอซีมิลานมีตัวแดงในบัญชีการเงินมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา แล้วพวกเค้าก็ทุ่มเงินแบบหมดหน้าตักกับการเซ็นสัญญากับสลาตัน อิบราฮิโมวิชไปแล้ว ทำให้มิลานจำเป็นต้องหาทุนเข้ามาเพิ่มหากหวังจะได้นักเตะมาเสริมทัพ แต่รายชื่อที่ถูกหมายหัวว่าจะโดนเขี่ยทิ้งอย่าง ริคาร์โด้ โรดริเกรซ,ซูโซ่,ลูคัส ปาเกต้า,คริสตอฟ เปียเท็ค,ฮาคาน คันฮาโนกลู และฟร้องซ์ เคลซี่ต่างก็ยังขายไม่ออกกันเลยแม้แต่คนเดียว จึงทำให้สื่อแดนมักกะโรนีต่างเชื่อว่ามิลานที่กระเป๋าแห้งอยู่ในเวลานี้ไม่ได้ยื่นขอเสนอให้กับดินาโม ซาเกร็บได้พิจารณาแต่แรกแล้ว

ฟาร์ฟ ซูฮกเรน่ามีอนาคตกับเสือเหลืองหลังประเดิมสนามด้วยวัย17ปี

ฟาร์ฟ

โบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ยังคงเป็นสโมสรที่ไว้ลายเรื่องการสร้างเยาวชนสายเลือดใหม่อยู่เสมอ แม้ในทีมชุดปัจจุบันจะมีดาวรุ่งกระดูกแข็งๆอย่างจาดอน ซานโช่,เออวิ่ง ฮาแลนด์,อัชราฟ ฮาคิมี่ และจูเลี่ยน บรันท์อยู่แล้วก็ตาม ล่าสุด ลูเซียง ฟาร์ฟเปิดตัวดาวรุ่งอย่างโจวานนี่ เรน่าด้วยการส่งประเดิมสนามในศึกบุนเดสลีก้าในเกมที่ดอร์ทมุนด์พลิกนรกกลับมาเอาชนะเอาก์สบวร์กไปได้5-3

เรน่ากองกลางวัย17ปีได้ถูกส่งลงมาเล่นแทนฮอร์เก็น อาซาร์ในนาทีที่72 แล้วดาวรุ่งรายนี้ก็โชว์ฟอมแกร่งได้ตั้งแต่เกมแรกที่ลงสนาม เมื่อเรน่าเป็นจุดเริ่มต้นของการทำประตูแฮตทริกของเออวิ่ง ฮาแลนด์อีกด้วย ซึ่งฟาร์ฟกุนซือดอร์ทมุนด์ได้เอ่ยปากชมเรน่ากับผลงานดังกล่าว “ เราเห็นสัญญาณที่ดีจากจิโอ้(เรียกย่อจากชื่อโจวานนี่) เค้าเล่นได้สุขุมเกินวัย เค้าเก็บบอลในแดนตัวเองแล้วเปลี่ยนจังหวะขึ้นเกมได้อย่างมั่นใจ แถมยังประสานงานกับ(มาร์โก้)รอยส์ และฮาแลนด์ได้อย่างดี ”

“ เค้า(เรน่า)แสดงให้เห็นในระหว่างซ้อมถึงสิ่งที่เหลือเชื่อ จิโอ้มีความมั่นใจอย่างมากเมื่อมีบอลที่เท้า และมักจะตัดสินใจในจังหวะสุดท้ายได้อย่างถูกต้อง ซึ่งมันไม่ใช่เด็กวัย17ปีทุกคนจะมีพัฒนาการถึงระดับนี้ เราตั้งเป้าที่จะให้จิโอ้ขึ้นมาเป็นตัวเลือกในทีมชุดใหญ่ในช่วงครึ่งฤดูกาลที่เหลือ ” ฟาร์ฟเผยถึงความเชื่อมั่นที่มีลูกทีมวัย17ปีรายนี้

ฟาร์ฟ ไม่เร่งโตเรน่าแต่พร้อมเปิดโอกาสให้โชว์ของเรื่อยๆ

แต่กระนั้นลูเซียง ฟาร์ฟก็ยืนยันว่าจะต้องใช้งานโจวานนี่ เรน่าอย่างระมัดระวัง “ เรามีประสบการณ์รับมือกับผู้เล่นอายุน้อยๆมาตลอด เช่น จาดอนที่ตอนนี้ก็สามารถก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักให้เราได้แล้ว ฉะนั้นดอร์ทมุนด์จะค่อยๆทางผลักดันจิโอ้อย่างค่อยเป็นค่อยไป แม้ว่าจะมีของแต่เค้ายังเป็นเพียงเด็กหนุ่มวัย17ปีเท่านั้น เค้าจะได้สนุกกับเกมฟุตบอลของตัวเองโดยไม่รู้สึกกดดันมากจนเกินไป ”

โดยโจวานนี่ เรน่าถูกยกย่องจากวงการลูกหนังเมืองลุงแซมมาพักใหญ่แล้ว เนื่องจากเจ้าตัวคือลูกชายของเคราดิโอ เรน่าอดีตมิดฟิลด์ทีมชาติสหรัฐอเมริกาในยุค90 แล้วเจ้าตัวก็สามารถพาทีมเยาวชนของนิวยอร์คซิตี้ เอฟซีคว้าแชมป์เจนเนเรชั่น อะดิดาสคัพได้ตั้งแต่อายุเพียง14ปีเท่านั้น ผลงานเหล่านี้ก็ทำให้เรน่าได้ย้ายเข้ามาอะคาเดมี่ของโบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ในที่สุด(ด้วยวัย16ปี) พร้อมกับถูกทำนายว่าเจ้าหนูรายนี้จะดำเนินรอยตามความสำเร็จของคริสเตียน พูลิซิชรุ่นพี่ในทีมชาติสหรัฐฯที่เคยแจ้งเกิดภายใต้ยูนิฟอร์มของเสือเหลืองเช่นเดียวกัน

 

คาวานี่ โดนแม่บังเกิดเกล้าแฉใจลอยไปอยู่กับตราหมีนานแล้ว

คาวานี่

ทั้งที่มีกระแสร่ำลือหนาหูว่าเอดิสัน คาวานี่พร้อมจะย้ายไปร่วมทีมแอตเลติโก้ มาดริดตั้งแต่ก่อนเปิดตลาดซื้อขายผู้เล่นหน้าหนาวแล้ว แต่ทว่าจวนแล้วจวนรอดกองหน้าชาวอุรุกวัยก็ยังไม่ได้ลงเอยกับทีมตราหมีเสียที จนมีกระแสตีกลับว่าปารีส แซงต์ แชร์กแมงอาจทำการขยายสัญญากับนักเตะรายนี้เพื่อรั้งตัวเอาไว้ช่วยงานต่อ ร้อนถึงคุณแม่ของคาวานี่ต้องออกมาช่วยเฟิร์มว่ากองหน้าวัย32กะรัตต้องการย้ายทีมจริง

เบร์ต้า โกเมซ แม่แท้ๆของคาวานี่ได้เผยความในใจของลูกชาย “ แอตเลติโก้ได้พยายามทาบทามเอดิสันถึง3ครั้งแต่ก็โดนปารีสปัดข้อเสนอไปทุกครั้ง ในขณะที่เอดิสันแสดงจุดยืนชัดเจนว่าต้องการย้ายไปผจญภัยครั้งใหม่กับแอตเลติโก้ พวกเราได้แต่หวังว่าทุกอย่างจะลุล่วงในเร็ววัน เพราะลูกชายฉันใฝ่ฝันที่จะเล่นให้กับแอตเลติโก้มานานแล้ว พระเจ้าเท่านั้นที่จะบอกได้ว่าเค้าจะสมหวังหรือไม่? ”

“ ฉันเชื่อว่าเอดิสันจะสมหวังแน่นอน เพราะต่อให้ปารีสไม่ยอมตกลงกับแอตเลติโก้ในเดือนนี้ ลูกชายฉันก็จะเซ็นสัญญาล่วงหน้ากับแอตเลติโก้อยู่ดี ฉันได้แต่หวังว่าปารีสจะเข้าใจและยอมเปิดทางให้เอดิสันได้ทำตามที่ใจต้องการ ” มารดาของคาวานี่กล่าวอย่างมีหวัง

สื่อน้ำหอมเผยทูเคิลไม่ปลื้มการขอย้ายทีมทำ คาวานี่ อดลงเล่น

นอกจากนี้สื่อมวลชนยังได้ตั้งข้อสังเกตว่าปารีส แซงต์ แชร์กแมงไม่ส่งชื่อคาวานี่ในทีมเลยในช่วงหลัง(แม้แต่รายชื่อตัวสำรอง) ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากความไม่พอใจของโธมัส ทูเคิลที่ทราบเรื่องว่าคาวานี่ขอขึ้นบัญชีย้ายทีมนั่นเอง

โธมัส ทูเคิลให้การสนับสนุนคาวานี่เรื่อยมา ชนิดที่เรียกว่าถ้าเจ้าตัวไม่ได้มีอาการบาดเจ็บจนลงเล่นไม่ได้ก็จะมีชื่อเป็นตัวเลือกในทีมอยู่ตลอด กระทั่งมาเกิดความเปลี่ยนแปลงในช่วงหลังปีใหม่เมื่อเปเอสเชลงเล่นใน3นัดหลังสุดโดยไม่เปิดโอกาสให้คาวานี่มีส่วนร่วมเลย ซึ่งเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าความสัมพันธ์ระหว่างคาวานี่กับทูเคิลนั้นได้ขาดสะบั้นไปเรียบร้อยแล้ว และสิ่งที่ตามมาคือคาวานี่จะได้อำลาถิ่นปาร์ค เดอ แปรงส์อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามก็ใช่ว่าเรื่องนี้จะเป็นข่าวดีของแอตเลติโก้ มาดริดซะทีเดียว เนื่องจากตัวคาวานี่เองก็ยังได้รับความสนใจจากทีมบิ๊กเนมอื่นๆอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น แมนยูฯ,เชลซี และนาโปลี

เสือเหลือง อึ้งฮาคิมี่ทำสถิติวิ่ง63กม./ชม.วิ่งเร็วสุดในบุนเดส

เสือเหลือง

ถ้าถามแฟนบอลว่านักเตะคนไหนวิ่งเร็วที่สุดในศึกบุนเดสลีก้า หลายคนอาจจะนึกถึงจาดอน ซานโช่,มาร์โก้ รอยส์ หรือคิงส์ลี่ย์ โกมัน แต่ทว่าวันนี้เราจะบอกคุณว่านักเตะที่เร็วเป็นเลิศในลีกเยอรมันหาใช่รายชื่อสองคนนี้ แต่กลับเป็นอัชราฟ ฮาคิมี่ฟูลแบ็คอนาคตไกลของโบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ต่างหาก

อัชราฟ ฮาคิมี่ย้ายมาเล่นให้ดอร์ทมุนด์ตั้งแต่ซีซั่นที่แล้ว ทว่าเพิ่งจะยึดตำแหน่งตัวจริงได้ในปีนี้ โดย ณ เวลานี้เจ้าตัวลงสนามไปแลวกว่า25นัดยิงได้6ประตูและทำทางอีก5แอสซิสต์ซึ่งถือว่าเป็นสถิติที่น่าประทับใจอย่างมาก ซึ่งก็เป็นเพราะดาวเตะชาวโมร็อกโกจัดเป็นฟูลแบ็คสมัยใหม่ที่ครบเครื่อง มีทั้งความแข็งแกร่ง,ทักษะ และความเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องสปีดต้นที่ฮาคิมี่นั้นถือว่าเป็นเอกอุเลยทีเดียว เมื่อล่าสุดเจ้าตัวทำสถิติวิ่งได้เร็วถึง36.2กม.ต่อชั่วโมง ขึ้นแท่นเป็นนักเตะที่วิ่งเร็วเป็นอันดับหนึ่งในศึกบุนเดสลีก้า(โกมันเพิ่งวิ่งได้เพียง35.66กม.ต่อชม.)

ด้วยศักยภาพของฮาคิมี่ก็ทำให้พื้นที่กรายขวาของเสือเหลืองกลายเป็นที่ครั่นคร้ามของทีมคู่แข่ง ทั้งยังนำพาให้โบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ยังคงมีลุ้นแชมป์บุนเดสลีก้าอย่างเต็มตัวเมื่อปัจจุบันพวกเค้ามีแต้มตามหลังจ่าฝูงแอร์เบ ไลป์ซิกเพียง4คะแนนเท่านั้น

รอยส์อวย เสือเหลือง มีฮาคิมี่ทำให้สีสันในเกมรุกดูสดใสขึ้น

ด้านมาร์โก้ รอยส์พี่ใหญ่(กัปตัน)ในทีมเสือเหลืองถึงกับออกมายกย่องฮาคิมี่อย่างออกหน้า “ ฮาคิมี่มีความเร็วที่เหลือเชื่อ เค้าเคลื่อนไหวอย่างทรงพลังทุกครั้งที่เค้าเคลื่อนที่ไปข้างหน้ามันทำให้คู่ต่อสู้ขวัญเสีย บ่อยครั้งมันส่งผลให้ทีมเล่นง่ายขึ้น เค้าอายุยังน้อยแต่ก็ได้กลายเป็นนักเตะคนสำคัญของเรา(ดอร์ทมุนด์)ไปแล้ว เป็นเรื่องน่ายินดีที่เรามีผู้เล่นฝีเท้าระดับนี้อยู่ในทีม ”

โดยอัชราฟ ฮาคิมี่เกิดในสเปนก่อนจะเข้าอะคาเดมี่ของรีล มาดริด กระทั่งได้ขึ้นมาเล่นชุดใหญ่ในปี2017 และเพียงซีซั่นแรกฮาคิมี่ก็พาทีมคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกได้เลย แต่ด้วยความที่ทีมราชันย์ชุดขาวยังมีดาเนียล การ์บาฆาลขวางหน้าอยู่ ก็ทำให้ฮาคิมี่เลือกย้ายออกมาเป็นสมาชิกใหม่ของดอร์ทมุนด์ในปี2018 แล้วเจ้าตัวก็ค่อยๆปรับตัวเข้ากับทีมได้ดีเป็นลำดับ ก่อนจะมาแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวในซีซั่นนี้ ด้วยการยิง4ประตูในการลงเล่นยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกทั้งที่ตำแหน่งที่ฮาคิมี่ประจำการก็คือแบ็คขวา หรือวิงแบ๊คฝั่งขวาเท่านั้น

 

ไรโอล่า มาแล้ว!เสนอฮาแลนด์ให้ผีพ่วงค่านายหน้าทะลุ88ล้านปอนด์

ไรโอล่า

จากกระแสข่าวในช่วงหลังชี้นำให้เห็นแล้วว่าเออวิ่ง เบลาร์ ฮาแลนด์น่าจะได้ย้ายออกจากเรดบูลส์ ซัลบวร์กอย่างแน่นอนแล้ว เหลือให้ลุ้นแค่ว่าย้ายเมื่อไหร่แล้วจะย้ายไปทีมไหนเท่านั้นเอง เมื่อข่าวในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมายืนยันตรงกันว่านักเตะกำลังรับฟังข้อเสนอจากทุกสารทิศ ทว่าล่าสุดได้มีรายงานเข้ามาเพิ่มเติมแล้วว่ามิโน่ ไรโอล่าเอเยนต์ส่วนตัวของฮาแลนด์กำลังพยายามเดินเกมให้นักเตะย้ายไปเป็นสมาชิกใหม่ของแมนยูฯโดยมีข้อแม้ว่าทีมอสูรแดงจะต้องยอมจ่ายค่าดำเนินการเรื่องนี้เพิ่มอีก12ล้านปอนด์(ไม่รวมค่าตัวในการย้ายทีม)

มิโน่ ไรโอล่าเอเยนต์จอมแสบเพิ่งจะก้าวเข้ามารับหน้าที่ดูแลสัญญาต่างๆให้กับฮาแลนด์ในซีซั่นนี้ เนื่องจากเจ้าตัวมีเครือข่ายกว้างขวางในวงการลูกหนัง ซึ่งแน่นอนว่ามันทำให้ดาวยิงอนาคตไกลอย่างฮาแลนด์มีโอกาสได้ซบทีมระดับบิ๊กเนม แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการที่สโมสรนั้นๆจะต้องยอมโดนโขกทั้งค่าตัว,ค่าเหนื่อย และค่านายหน้าสำหรับการเจรจาซื้อขาย แล้วในเคสของฮาแลนด์ก็เช่นเดียวกัน เมื่อไรโอล่าได้เสนอโอกาสที่จะทำให้แมนยูฯได้ตัวหัวหอกเป้าหมายสมใจหากยอมจ่ายค่าตัว76ล้านปอนด์ให้กับซัลบวร์ก และเพิ่มอีก12ล้านปอนด์แยกเป็นค่านายหน้าให้กับตัวไรโอล่าเอง(รวมกันเป็นเงิน88ล้านปอนด์)

เเมนยูไม่ชอบใจค่านายหน้าของ ไรโอล่า เเต่จำใจต้องยอม

ข่าววงในระบุว่าบอร์ดบริหารของแมนยูฯไม่ค่อยชอบใจกับตัวเลขค่านายหน้ามากนัก แต่ก็น่าจะยอมตกลงด้วยเนื่องจากยอมรับสถานการณ์ว่าฮาแลนด์กำลังได้รับความสนใจจากทีมอื่นๆอีกเพียบ ซึ่งหากไม่ตอบรับโอกาสทองนี้ไรโอล่าก็น่าจะตอบรับข้อเสนอจากสโมสรอื่นแทนนั่นเอง

แมนยู คิดหนักสื่อเบียร์เผยฮาแลนด์คุยกับไลป์ซิก,ดอร์ทมุนด์ด้วย

โดยระหว่างที่ในอังกฤษมีข่าวว่าฮาแลนด์อาจตกลงซบแมนยูฯ ทางฝั่งเยอรมันก็มีการประโคมข่าวอีกเช่นกันว่าฮาแลนด์ได้เข้าพบตัวแทนของโบรุทเซียร์ ดอร์ทมุนด์ และแอร์เบไลป์ซิกเช่นกัน ทั้งตัวแทนของเรดบูลส์ ซัลบวร์กก็ได้ออกมายืนยันแล้วด้วยว่าดาวยิงชาวนอร์เวย์ได้เริ่มต้นเจรจากับทั้งสองสโมสรในบุนเดสลีก้าไปแล้ว

เมื่อได้รับทราบข้อมูลตรงนี้น่าจะทำให้แมนยูฯต้องรีบตัดสินใจดำเนินการในเรื่องนี้โดยเร็ว เนื่องจากเป็นไปได้ว่าไรโอล่าก็อาจหยิบยื่นโอกาสที่จะเซ็นสัญญากับฮาแลนด์ให้กับดอร์ทมุนด์ และไลป์ซิกในลักษณะเดียวกัน นั่นแปลว่าหากสโมสรไหนยอมรับเงื่อนไขดังกล่าวได้ก่อนก็จะเป็นการตัดโอกาสทีมอื่นๆในการเข้าถึงการเจรจาไปโดยปริยายนั่นเอง

 

อิคาร์ดี้ สบายใจดีที่ปารีสและไม่มีแพลนกลับอืตาลี่ก่อนจบซีซั่น

 

อิคาร์ดี้

แม้ว่าจะย้ายมาลงเล่นในลีกฟุตบอลที่ไม่คุ้นเคยอย่างลีกเอิง แต่ทว่าผลงานในสนามของเมาโร อิคาร์ดี้ก็ถือว่ายังคงยอดเยี่ยมเหมือนเดิมเมื่อพิจารณาจากจำนวประตูที่ยิงไปแล้วถึง13เม็ดภายใต้สีเสื้อปารีส แซงต์ แชร์กแมง จนมีข่าวลือว่ายูเวนตุสหวังใจที่จะดึงตัวกลับไปล่าตาข่ายในช่วงปีใหม่ ร้อนไปถึงวานด้า นาร์ร่าศรีภรรยาของอิคาร์ดี้ต้องออกมายืนยันด้วยตัวเองว่าดาวยิงชาวอาร์เจนไตน์จะไม่มีทำการย้ายทีมก่อนจบฤดูกาลนี้อย่างแน่นอน

อิคาร์ดี้ตอบรับสัญญายืมตัวของเปเอสเชเป็นเวลาหนึ่งฤดูกาล แล้วเจ้าตัวก็ได้รับความไว้วางใจให้ลงเล่นอย่างต่อเนื่องจนตอนนี้สามาถถปรับตัวเข้ากับลีกน้ำหอมได้แล้ว “ ปารีสเป็นเมืองที่สวยงาม เราทั้งสอง(อิคาร์ดี้และภรรยา)ต่างหลงรักเมืองนี้ ในแง่ของเกมฟุตบอลก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน เปเอสเชเป็นทีมใหญ่ และอิคาร์ดี้ก็ได้เป็นกำลังสำคัญของทีม มันเหลวไหลทั้งเพกับข่าวว่าเค้าตัดสินใจย้ายกลับไปเล่นในอิตาลี่ เรายังมีสัญญาอยู่กับปารีสและจะไม่มีการฉีกสัญญาก่อนจบซีซั่นไม่ว่าจะกรณีใดๆ ” วานด้า นาร์ร่าให้การยืนยัน

โดยสื่อในอิตาลี่ต่างมองไปในทิศทางเดียวกันว่าข่าวที่ยูเวนตุสจะดึงตัวอิคาร์ดี้กลับไปล่าตาข่ายในอิตาลี่นั้นเป็นความตั้งใจที่จะปั่นประสาทต้นสังกัดเดิมอย่างอินเตอร์มิลานเนื่องจากทั้งสองทีมกำลังเบียดแย่งตำแหน่งจ่าฝูงในศึกกัลโช่ เซเรียกันอยู่นั่นเอง

อิคาร์ดี้ หัวใจมอบให้งูใหญ่ไม่อาจเล่นให้ทีมอื่นในกัลโช่ได้อีก

นอกจากนี้วานด้าหวานใจของอิคาร์ดี้ยังได้เผยถึงความภักดีที่อิคาร์ดี้ยังคงมีให้กับชาวเนรัสซูรี่เรื่อยมา “ อิคาร์ดี้ยังไม่เคยลืมความทรงจำดีๆที่จูเซปเป้เมอัซซ่า(รังเหย้าของอินเตอร์มิลาน) เค้าพูดเสมอว่าไม่อาจเล่นให้ทีมอื่น(ในอิตาลี่)ได้อีกแล้วนอกจากอินเตอร์ ดังนั้นความเป็นได้ที่อิคาร์ดี้จะสวมเสื้อยูเวนตุส หรือนาโปลีคงไม่มีวันเกิดขึ้น ”

“ การตอบรับข้อเสนอของเปเอสเชเป็นจึงเป็นสิ่งที่มีความหมายกับเค้าอย่างมาก นี่เป็นทางเลือกที่ทำให้อิคาร์ดี้ไม่รู้สึกว่าหักหลังแฟนบอลอินเตอร์ นอกจากนี้มันยังเป็นผลดีต่ออินเตอร์(คอนเต้ไม่ต้องการอิคาร์ดี้)อีกด้วย ” วานด้าเผยถึงความภักดีทีดาวยิงวัย26ปีมีต่ออดีตต้นสังกัด

โดยเหตุผลที่อิคาร์ดี้ถูกกีดกันออกจากทีมก็เนื่องจากการที่อินเตอร์ได้กองหน้าตัวใหม่อย่างโรเมลู ลูกากูเข้ามาเสริมนั้นเอง แล้วคอนเต้ก็ดูจะให้โอกาสลูกากูมากกว่าอีกต่างหาก