สเปอร์ส หวังได้โอนาน่านายด่านอาแจ๊กซ์ที่สนนราคา35ล้านปอนด์

สเปอร์ส

ต้องบอกว่าผลงานอันย่ำแย่ของสเปอร์สช่วงก่อนหน้านี้ก็เป็นผลสืบเนื่องจากการที่นายทวารมือหนึ่ง อูโก้ โยริส ได้รับบาดเจ็บข้อศอกหลุดจนไม่อาจลงเฝ้าเสาให้ทีมได้ แล้วเปาโล กาซซานิก้าที่ได้ลงเล่นแทนก็สามารถปัดป้องลูกยากๆให้ทีมได้เลย ซึ่งแน่นอนว่ากุนซือใหม่อย่างมูรินโญ่ก็รับรู้ถึงปัญหานี้ จึงได้ตั้งโปรเจกที่จะดึงตัวอ็องเดร โอนาน่าผู้รักษาประตูจอมหนึบชาวแคเมอรูนเข้ามาเป็นตัวเลือกในช่วงปีใหม่

ผลงานอาแจ็กซ์อัมเตอร์ดัมส์ในรายการยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกซีซั่นที่แล้วนั้นโดดเด่นอย่างมาก พวกเค้าปราบทั้งรีล มาดริด และยูเวนตุสจนหลุดไปได้ไกลถึงรอบรองชนะเลิศ ซึ่งในทีมชุดนั้นก็มีอ็องเดร โอนาน่าเป็นปราการด่านสุดท้าย ด้วยผลงานที่กล่าวมาทำให้โชเซ่ มูรินโญ่ต้องการได้ตัวโอนาน่าเข้ามาเป็นตัวเลือกในตำแหน่งผู้รักษาประตู เนื่องจากเปาโล กาซซานิก้าที่ได้ลงเล่นแทนโยริสก็ยังทำคงไม่อาจไว้วางใจเมื่อพิสูจน์จากสถิติการลงเล่นในพรีเมียร์ลีกไปแล้ว11นัดแต่เก็บคลีนชีตได้เพียงเกมเดียวพร้อมกันเสียไปถึง16ประตู

โยริสนายทวารของ สเปอร์ส ไม่แคร์ใครย้ายมาตั้งเป้ากลับมาฟิตพร้อมลงสนามเดือนมกราคม

แม้ข่าวการเสริมทัพผู้รักษาประตูคนใหม่ยังคงเลื่องลือกันไป แต่ทว่าในส่วนของ อูโก้ โยริชนายทวารมือหนึ่งของสเปอร์สก็ยังตั้งเป้าที่จะเรียกความฟิตกลับมาให้ทันในช่วงเดือนมกราคม “ การใช้แขนผมเริ่มดีขึ้นตามลำดับ ผมทำงานร่วมกับทีมแพทย์ของสโมสรมาตลอด ผมอายุ33ปีแล้วอาการบาดเจ็บไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับผม แต่มันก็ยังทำให้ผมหงุดหงิดอยู่ดีที่ต้องเฝ้ามองเพื่อนลงเล่นโดยที่ผมทำได้แค่กายภาพบำบัดอยู่ในยิม ”

“ ตอนนี้ผมอยากให้ถึงเดือนมกราคมเร็วๆ นั่นคือนัดหมายที่เราจะประเมินข้อศอกผมอีกครั้งว่ามันได้รับการเยียวยาที่ดีขึ้นมากน้อยเพียงไหน ผมหวังว่ามันจะเรียบร้อยดี นั่นเพราะสเปอร์สกำลังอยู่ในช่วงสำคัญ แล้วผมอยากมีส่วนร่วมกับทีมเอามากๆ ” มือกาวชาวฝรั่งเศสยืนยัน

นอกจากนี้โยริสยังได้ออกความเห็นว่าหากสเปอร์สเซ็นโออนาน่าเข้ามาจริงก็ไม่ได้กระทบต่อความมั่นใจของเค้าแต่อย่างใด “ การมีผู้เล่นที่แข็งแกร่งในทีมมากขึ้นไม่ใช่สิ่งที่ผมกังวล เราได้โชเซ่เข้ามาทำทีมเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยม เค้าประสบความสำเร็จมาอย่างมากมาย เราทุกคนต่างต้องแสดงถึงสิ่งที่ดีที่สุดออกมาในสนามซ้อม ส่วนโค้ชจะเลือกใครเราก็ต้องยอมรับมัน ”

เบล ตีมึนยันย้ายออกถ้าค่าเหนื่อยเท่าเดิมไม่งั้นอยู่ชุดขาวต่อ

เบล

หลังจากที่แกเร็ธ เบลสร้างความปั่นป่วนไปทั่วแดนกระทิงจากการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ผ่านธงชาติเวลส์ว่าไม่เห็นสโมสรรีล มาดริดอยู่ในสายตา(ข้อความชี้นำว่าให้ความสำคัญกับกีฬากอล์ฟและทีมชาติเวลส์มากกว่า)จนดูเหมือนจะต้องเก็บข้าวของออกจากถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาบิวแน่นอนแล้ว ทว่าเอเยนต์ส่วนตัวของเบลก็ได้ออกมาชี้แจงแล้วว่าไม่ยอมอำลาทีมชุดขาวง่ายๆอย่างแน่นอน

“ เราอยู่บนพื้นฐานของกีฬาฟุตบอล และรีล มาดริดก็เป็นสโมสรระดับโลก ฉะนั้นในเมื่อนักเตะไม่ได้ร้องขอขึ้นบัญชีขายเราก็ไม่มีอะไรต้องกังวล ทุกอย่างดำเนินการผ่านสัญญาตามกฎหมาย ความรู้สึกอื่นใดไม่มีผลบังคับเท่าสัญญาเหล่านี้ทั้งนั้น และนั่นคือแนวทางที่เบลยึดถือเช่นกัน ”

“ เรายังมีสัญญากับทีม ฉะนั้นเราจะเอารายละเอียดเหล่านี้เป็นตัวตั้งนั่นคือหากจำเป็นที่เบลจะต้องย้ายออกนักเตะจะต้องได้รับการดูแลในรายละเอียดสัญญาที่ดีเหมือนเดิม(ย้ายทีมใหม่ต้องรับค่าเหนื่อยเท่าเก่า) นั่นคือมาตรฐานที่นักเตะในดูแลของผมควรได้รับ เบลไม่ได้มีปัญหากับการเล่นให้รีล มาดริด เราจึงไม่จำเป็นต้องยอมปรับเปลี่ยนอะไร ถ้าไม่มีข้อเสนออะไรในทำนองนั้นสถานะของเบลก็ยังคงเดิมคือเป็นนักเตะของรีล มาดริด และรายงานตัวซ้อมกับทีมต่อไป ” โจนาธาน บาเน็ตต์ เอเยนต์ส่วนตัวของเบลยืนกราน

เบล ยักไหล่ถามกลับไม่ทุ่มเทแล้วมีผลงานกับชุดขาวบ้างหรือไม่?

เมื่อถูกถามเกี่ยวกับประเด็นการไม่ทุ่มเทกับรีล มาดริด เอเยนต์จอมเล่นแง่ก็ได้โต้แย้งทันที “ ทุกคนมีสิทธิตั้งคำถาม แต่ผลงานในสนามจะเป็นตัวชี้วัด เค้ายิงให้ทีมไปกี่ประตูกันละ?แล้วทีมประสบความสำเร็จบ้างไหม?ทุกอย่างเราเห็นกันหมดแล้ว คำถามเชิงชี้นำเหล่านี้ไม่สามารถทำลายเครดิตที่เบลเคยทำไว้กับสโมสรได้ มันชัดเจนว่าเมื่อมีเบลในสนามทีมแข็งแกร่งขึ้น และมีโอกาสชนะ นั่นต่างหากที่ใครๆก็เห็นแต่มันกลับไม่เป็นคำถามว่าทำไมบางเกมเค้าไม่ถูกส่งลงเล่น? ”

“ การมีนักเตะอย่างนี้ในทีมมันไม่น่าจะสร้างปัญหาหรือคำถามใดๆให้กับทีม ในเมื่อเบลก็เป็นนักเตะที่มีทัศนคติที่ดีเยี่ยม บางทีผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมนักเตะอย่างเบลจะต้องนั่งรอตอบข้อกังขาเหล่านี้ ในเมื่อเรื่องทั้งหมดมันจะไม่เกิดปัญหาถ้าเพียงแค่ปฏิบัติต่อเบลอย่างมืออาชีพเพียงพอ สโมสรเป็นคนจัดการสถานการณ์นักเตะมาตั้งแต่ซัมเมอร์แล้วมันก็กลายเป็นการคำถามที่ไม่รู้จบ ผมเบื่อการต้องตอบคำถามที่ไม่เกี่ยวข้องกับเกมฟุตบอล และนั่นคือสถานการณ์ที่เบลเจอมาตลอดตั้งแต่ช่วงปรีซีซั่น ” บาเน็ตต์กล่าวอย่างมีอารมณ์

 

ซัลบวร์ก แถลงฮาแลนด์กำลังเจรจากับสองสโมสรดังของบุนเดสลีก้า

ซัลบวร์ก

ทั้งที่ก่อนหน้านี้เออวิ่ง เบลาร์ ฮาแลนด์มีชื่อโยงกับทีมบิ๊กเนมทั่วยุโรป อาทิ แมนยูฯ,ลิเวอร์พูล,นาโปลี,อาร์เซนอล และยูเวนตุส ทว่าเมื่อเข้าใกล้ช่วงเปิดตลาดดูเหมือนเรดบูล ซัลบวร์กต้นสังกัดของนักเตะจะออกมาแย้มด้วยตัวเองแล้วว่าปลายทางของดาวยิงวัยละอ่อน คือ การโยกมาล่าตาข่ายในศึกบุนเดสลีก้าของเยอรมัน

“ เราบอกเสมอว่าซัลบวร์กพร้อมจะชี้แจงหากมีการเจรจาอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับฮาแลนด์ และเมื่อวานสโมสรได้อยู่ร่วมในการเจรจากับสองทีมในเยอรมัน ได้แก่ โบรุทเซียร์ ดอร์ทมุนด์ และแอร์เบ ไลป์ซิก เรายังไม่ทราบแน่ชัดว่าฮาแลนด์จะตัดสินใจอย่างไร แต่ซัลบวร์กก็พร้อมจะเจรจากับทั้งสองสโมสรอย่างมืออาชีพที่สุด ” คริสตอฟ ฟรอยด์ ผอ.กีฬาของซัลบวร์กออกโรงยืนยัน

โดยคาดการกันว่าค่าตัวของฮาแลนด์สำหรับการย้ายทีมในช่วงเดือนมกราคมนี้จะอยู่ที่ราว17ล้านปอนด์ ซึ่งถือว่าคุ้มค่าอย่างมากถ้าเทียบกับผลงานการยิงถึง28ประตูจากการลงเล่นเพียง22นัด แถมฮาแลนด์เพิ่งจะมีอายุเพียง19ปีเท่านั้น ทำให้ยังเหลืออายุการใช้งานได้อีกยาวไกล จนทำให้สโมสรชั้นนำต่างต้องการได้ตัวฮาแลนด์ด้วยกันทั้งสิ้น

ดอร์ทมุนด์ถูกแฉเสริมฮาแลนด์ของ ซัลบวร์ก หวังมัดใจซานโช่ให้อยู่กับทีมต่อ

นอกจากนี้ในรายของโบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ที่โดดมาร่วมวงล่าตัวฮาแลนด์ด้วยในครั้งนี้กลับถูกสื่อเยอรมันออกมาแฉว่าเป็นการเสริมทัพเพื่อซื้อใจจาดอน ซานโช่ปีกตัวเก่งที่มีข่าวว่าอาจย้ายทีมไม่เว้นแต่ละวันเช่นกัน

จาดอน ซานโช่เป็นตัวริมเส้นที่เสือเหลืองหวงแหนมาตลอด แต่ในขณะเดียวกันเจ้าตัวก็มีข่าวเชื่อมโยงกับทีมอื่นๆแบบไม่เว้นแต่ละวันเช่นกัน จนทำให้ล่าสุดสโมสรต้องทำการเสริมทัพครั้งใหญ่เพื่อแสดงความทะเยอทะยานให้เห็น โดยมีเป้าหมายว่าการแสดงออกถึงการลงทุนเพื่อหวังความสำเร็จจะทำให้ปีกเลือดผู้ดียอมเปลี่ยนใจที่จะปักหลักอยู่ช่วยทีมต่อไป

นอกจากฮาแลนด์แล้วดอร์ทมุนด์ยังมีแผนที่จะเสริมทัพอีกหลายตำแหน่ง เช่น เอ็มเร่ ชาน,โอวิลิเย่ร์ ชิรูด์ และวิลฟรีด ซาฮาร์ เนื่องจากทีมเสือเหลืองหมายมั่นที่จะกลับมาทวงแชมป์บุนเดสลีก้าอีกครั้ง หลังจากที่แล้วมีโอกาสดี(นำห่างบาเยิร์น มิวนิคในช่วงแรก)แต่ก็ชวดแชมป์ไปอย่างน่าเสียดาย โดยพวกเค้าชื่อว่าการได้แชมป์สูงสุดเมืองเบียร์จะทำให้แข้งสตาร์มั่นใจที่จะอยู่ช่วยทีมต่อไปมากยิ่งขึ้น

นิวคาสเซิล หวนทาบกามาร่ามิดฟิลด์โอลิมเปียกอสอีกครั้งช่วงปีใหม่

นิวคาสเซิล

แม้ว่าอันดับในตารางของทัพสาลิกาดง “นิวคาสเซิล” จะลอยเหนือโซนตกชั้นอยู่พอสมควร ทว่าสตีฟ บรู๊ซก็ยังไม่อาจวางใจทั้งยังคิดที่จะเสริมทัพอีกครั้งในช่วงเดือนมกราคม โดยพุ่งเป้าไปที่กองกลางของโอลิมเปียกอสอย่างเมดี้ กามาร่า หลังจากที่ได้ส่งทีมงานเฝ้าติดตามฟอร์มของมิดฟิลด์รายนี้มาแล้วพักใหญ่

เมดี้ กามาร่าดาวเตะทีมชาติกินีปัจจุบันเป็นแข้งหลักของโอลิมเปียกอสในลีกกรีซ ทั้งยังมีประสบการลงเล่นในศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกมาแล้ว ทำให้สตีฟ บรู๊ซกุนซือนิวคาสเซิลหวังจะใช้เงินราว12ล้านปอนด์เพื่อดึงตัวมิดฟิลด์วัย22ปีมาช่วยงาน เนื่องจากเมดี้ กามาร่าถนัดการเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวตัดเกมจึงน่าจะช่วยปัดกวาดเกมรุกหน้ากรอบเขตโทษให้กับทีมได้ดียิ่งขึ้น โดยตัวนักเตะลงเล่นให้โอลิมเปียกอสไปแล้ว55นัดยิงได้7ประตูพร้อมทั้งทำทางให้เพื่อนอีก2แอสซิสต์

ปัจจุบันทูนอาร์มี่ใช้งานอิซาค เฮย์เดนลงยืนเป็นมิดฟิลด์ตัวรับแต่ทว่ากองกลางวัย24ปียังทำผลงานได้ไม่น่าประทับใจนัก เพราะนิวคาสเซิลยังคงเสียประตูง่ายอยู่เหมือนเดิม โดยหลังจากผ่านการลงเล่นไป13นัดสาลิกาดงกลับเสียไปถึง20ประตู(เสียประตูเฉลี่ย1.5ประตูต่อนัด) นำพาให้สตีฟ บรู๊ซต้องกลับมาปัดฝุ่นโปรเจกคว้าตัวเมดี้ กามาร่าอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้เจ้าตัวเคยมีข่าวกับนิวคาสเซิลมาแล้วในช่วงปรีซีซั่น

เเฟนบอล นิวคาสเซิล ร่วมกันแซะโจลินตันเล่นคุ้มค่าตัว40ล้านปอนด์หรือไม่

ในขณะที่ผู้จัดการทีมสตีฟ บรู๊ซกำลังวางแผนเรื่องการเสริมทัพ เหล่าแฟนบอลของนิวคาสเซิลก็ได้รวมตัวกันโจมตีผ่านโลกโซเชียลเกี่ยวกับผลงานอันน่าผิดหวังของโจลินตันหัวหอกค่าตัว40ล้านปอนด์ที่เพิ่งจะยิงประตูให้นิวคาสเซิลได้เพียงแค่เม็ดเดียว

ให้หลังความพ่ายแพ้ต่อแอสตัน วิลล่า0-2แฟนบอลนิวคาสเซิลจำนวนมากได้จุดประเด็นเกี่ยวกับผลงานของโจลินตัน “ ฉันสงสัยจริงๆอะไรทำให้สโมสรยอมควักเงิน40ล้านปอนด์เพื่อแลกตัวนายมากันโจลินตัน? ” ทวิตต์จากแฟนบอลรายหนึ่ง

หลังจากนั้นก็ทูนอาร์มี่จำนวนมากแห่กันเข้าไปตอบคอมเมนต์กันอย่างไม่ขาดสาย “ สงสัยเอเยนต์กับสโมสรจะรู้กัน ” คอมเมนต์จากแฟนบอลอีกราย

“ ฉันคิดว่าตัวเลข40ล้านปอนด์น่าจะเป็นเงื่อนไขสูงสุด(ต้องลงเล่นตามจำนวนนัดจะจ่ายเพิ่ม,ยิงประตูได้ตามที่กำหนดไว้จะจ่ายเพิ่ม)จริงๆแล้วนิวคาสเซิลจ่ายออกไปเพียง21ล้านปอน์เท่านั้น ” แฟนบอลอีกรายออกมาช่วยแก้ต่างว่าแท้จริงโจลินตันไม่ได้มีค่าตัวสูงลิบอย่างที่ร่ำลือกัน(40ล้านปอนด์) ”

เลสเตอร์ ย้ำชัดไม่ขายออกนักเตะกินในช่วงปีใหม่อย่างแน่นอน

เลสเตอร์

แม้ว่าเลสเตอร์ ซิตี้จะออกตัวมาตลอดว่าไม่หวังสูงถึงขั้นจะเบียดแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีกกับลิเวอร์พูล แต่ทว่าปัจจุบันทีมจิ้งจอกสยามโชว์ผลงานดีต่อเนื่องจนก้าวขึ้นมารั้งอันดับสองในตารางพรีเมียร์ลีก ทำให้เบรนดอน ร็อดเจอร์สประกาศจุดยืนอีกครั้งว่าจะขอเก็บรักษานักเตะชุดปัจจุบันไว้ใช้งานไปจนกระทั่งจบฤดูกาล

ทัพนักเตะของเลสเตอร์ชุดปัจจุบันอุดมไปด้วยนักเตะฝีเท้าดีหลายคน อาทิ เจมส์ แมดดิสัน,เบน ชิลเวลล์,ชักล่า โซยุนซู และยูริ ตีเลอม็องส์ ซึ่งรายนามเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ได้รับความสนใจจากทีมบิ๊กเนมกันอย่างถ้วนหน้า แต่เบรนดอน ร็อดเจอร์สก็ยืนยันที่จะไม่ปล่อยตัวนักเตะคนสำคัญออกไปจากทีมอีกแล้ว “ ฟอร์มของเรากำลังดีเยี่ยม นักเตะทุกคนต่างมีอารมณ์ร่วมกับสิ่งนี้ ทุกคนมีส่วนสำคัญกับทีมไม่ว่านักเตะคนนั้นจะได้ลงสนามหรือไม่ก็ตาม งานของผมคือรักษาทีมชุดนี้เอาไว้ให้ได้ นี่คือกลุ่มนักเตะที่กลมเกลียวและส่งเสริมกัน ฉะนั้นเลสเตอร์ ซิตี้จะไม่ขายนักเตะในช่วงปีใหม่ ”

เมื่อซีซั่นนี้เลสเตอร์ ซิตี้ได้ปล่อยตัวกองหลังคนสำคัญอย่าง แฮรี่ แม็คไกวร์ออกไปจากทีม(ย้ายไปแมนยูฯ)จนนักวิเคราะห์ลูกหนังต่างปรามาสว่าพวกเค้าอาจต้องกลับไปสู่วังวนของการหนีตกชั้นอีกครั้ง แต่ทว่าเบรนดอน ร็อดเจอร์สกลับสามารถลบคำสบประมาทด้วยการพาทีมจิ้งจอกสยามเกาะกลุ่มหัวตารางได้อย่างน่าประหลาดใจ

โซยุนซูคล้อยตามไม่คิดย้ายขออยู่ช่วย เลสเตอร์ ลุ้นแชมป์พรีเมียร์

เมื่อเจ้านายพูดขนาดนี้แล้วมีหรือลูกน้องจะกล้าแหกคอก ล่าสุดชักล่า โซยุนซู และเอเยนต์ออกมาเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกัน “ โซยุนซูปรับตัวกับชีวิตในอังกฤษได้แล้ว มันทำให้ฟอร์มการเล่นของเค้ากับเลสเตอร์เป็นไปอย่างยอดเยี่ยม ส่วนข่าวการย้ายทีมของโซยุนซูนั้นผมบอกได้เลยว่ามันเป็นเรื่องเหลวไหล เค้าเพิ่งมาเป็นสมาชิกให้เลสเตอร์ ซิตี้ได้เพียงไม่กี่เดือน ยังมีภารกิจที่โซยุนซูต้องจัดการอีกมาก เค้าโฟกัสแค่การทำผลงานให้ดีที่สุดกับเลสเตอร์เท่านั้น ” มุสตาฟา โดกรูเอเยนส์ส่วนตัวของโซยุนซูชี้แจง

ชักล่า โซยุนซูเป็นกองหลังที่ถูกดึงตัวเข้ามาทดแทนแฮรี่ แม็คไกวร์ แล้วทันทีที่ย้ายมาดาวเตะวัย23ปีก็ทำผลงานกับเลสเตอร์ ซิตี้ได้อย่างน่าประทับใจ เมื่อเจ้าตัวช่วยให้ทีมต้นสังกัดเก็บคลีนชีต(ไม่เสียประตู)ได้ถึง6เกม(ลงเล่นไป13เกม) นำพาให้ทั้งแมนซิตี้ และอาร์เซนอลต่างจ้องที่จะซื้อตัวไปใช้งานต่ออีกทอด

ม้าลาย ยังเชื่อมั่นโบนุชชี่จับยืดสัญญาออกไปจนกระทั้งปี2024

ม้าลาย

เลโอนาโด้ โบนุชชี่กองหลังคนสำคัญของยูเวนตุสได้ทำการต่อสัญญากับยูเวนตุสเพิ่มอีกหนึ่งปี ซึ่งจะทำให้ปราการหลังวัย32กะรัตต้องอยู่กับทีมไปจนกระทั่ง30มิถุนายม2024 โดยภายหลังจากการจรดปากกาในสัญญาฉบับใหม่โบนุชชี่ก็ได้กล่าวถึความรู้สึกอันปลาบปลื้ม

“ ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ยูเวนตุสยังเชื่อมั่นในตัวผม เป็นความยินเรื่อยมาที่ได้สวมยูนิฟอร์มลายขาวดำ แต่ผมก็อายุเข้าเลขสามแล้ว ผมยังรู้สึกแข็งแรงดีและอยากช่วยทีมให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ดังนั้นการได้รับสัญญาฉบับใหม่มันเป็นเรื่องพิเศษสำหรับผมอย่างมาก ผมต้องขอขอบคุณบอร์ดบริหาร,ประธานสโมสร และเพื่อนร่วมทีมทุกคน การได้เล่นฟุตบอลดท่ามกลางบุคคลที่ยอดเยี่ยมเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผมต้องการ ดังนั้นรายละเอียดในสัญญาเป็นสิ่งที่ผมไม่ได้สนใจเลย เพียงแค่สโมสรเปิดโอกาสให้ผมก็พร้อมตกลงอยู่แล้ว ” โบนุชชี่ซึ่งปัจจุบันรับหน้าที่เป็นกัปตันทีม(จอร์โจ้ เคียรินี่กัปตันตัวจริงบาดเจ็บยาวยังไม่คืนสนาม)ให้กับเบียงโคเนรี่กล่าวอย่างสบายใจ

ซารี่กุนซือ ม้าลาย สุดมั่นในโบนุชชี่จนทำให้เจ้าตัวทำสถิติเล่นเยอะสุดปีนี้

เมาริซิโอ ซารี่กุนซือคนใหม่ที่เพิ่งก้าวเข้ามาคุมทีมม้าลายให้ความเชื่อมั่นในตัวโบนุชชี่เป็นอย่างมาก ทั้งการมอบหมายให้สวมปลอกแขนกัปตัน และยังใส่ชื่อกองหลังดีกรีทีมชาติอิตาลี่ออกสตาร์ททุกนัด(ทุกรายการ)ในซีซั่นนี้ จนทำให้เลโอนาโด้ โบนุชชี่สะสมเวลาลงสนามสูงสุดในบรรดาผู้เล่นของยูเวนตุส(1,440นาที)

เหตุผลสำคัญอีกหนึ่งประการก็คือเมื่อยูเวนตุสไร้ผู้นำอย่างจอร์โจ้ เคียรินี่ ก็เห็นจะมีเพียงโบนุชชี่เป็นคนเดียวเท่านั้นที่พอจะเป็นพี่ใหญ่ในห้องแต่งตัวได้ เนื่องจากเจ้าตัวอยู่กับทีมมาตั้งแต่ปี2010(เคยย้ายไปเล่นให้มิลานมาหนึ่งฤดูกาลในปี2017)ทั้งยังลงเล่นให้ยูเวนตุสมาแล้วกว่า376เกม จนสะสมถ้วยรางวัลรวมกันมากถึง14รายการ

ทั้งนี้การที่ยูเวนตุสหนุนหลังโบนุชชี่อย่างเต็มที่ยังส่งผลดีต่อทัพอัซซูรี่อีกต่างหาก โดยโบนุชชี่น่าจะมีชื่อเป็นหนึ่งใน23ขุนพลของทีมชาติอิตาลี่ที่จะเดินทางไปลุ้นแชมป์แห่งชาติยุโรป2020อย่างแน่นอนเนื่องจากเจ้าตัวจัดเป็นแข้งมากประสบการณ์คนหนึ่งในแคมป์ทีมชาติจนมีสถานะเป็นกัปตันของทีมชาติอิตาลี่อีกด้วย ซึ่งหากนับจนถึงปัจจุบันโบนุชชี่ลงเล่นให้อิตาลี่ไปแล้วกว่า95นัดยิงได้9ประตู

อังกฤษ แคมป์ระอุสสเตอริ่งน็อตหลุดปรี่เข้าหาเรื่องโจโกเมซ

อังกฤษ

ในเกมที่ลิเวอร์พูลเอาชนะแมนซิตี้ได้3-1นั้น ช่วงท้ายเกมปรากฎว่าราฮีม สเตอริ่ง และโจ โกเมสได้มีปากเสียงกันเล็กน้อยในช่วงท้ายเกม และดูเหมือนปีกตัวจี๊ดของทีมตราเรือใบจะยังคงคาใจกับเหตุการณ์ดังกล่าวจนมีรายงานระบุว่าสเตริ่งได้ก่อเหตุชวนทะเลาะกับโจ โกเมสอีกครั้งในระหว่างการเก็บตัวฝึกซ้อมรับใช้ทีมชาติอังกฤษ

สื่อในอังกฤษได้ออกมาแฉว่าราฮีม สเตอริ่งได้บีบคอทักทายโจ โกเมสทันทีที่ได้เจอกันในแคมป์ทีมชาติ พร้อมทั้งท้าทายว่าดาวเตะรุ่นน้องจะมาทำซ่าไม่ได้อีกแล้วเนื่องจากในแคมป์ทีมชาติไม่ได้มีผู้เล่นลิเวอร์พูลคอยให้ท้ายอีกแล้ว โดยหลังจากข่าวฉาวนี้เล็ดลอดออกมา ทั้งตัวราฮีม สเตอริ่ง และสโมสรแมนเชสเตอร์ซิตี้ต่างก็พร้อมใจกันออกมาแถลงการขอโทษต่อสาธารณะโดยทันที

อย่างไรก็ตามด้านนายใหญ่ทีมชาติอังกฤษ แกเร็ธ เซาธ์เกตได้ตัดสินใจลงโทษราฮีม สเตอริ่งจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ด้วยการแบนออกจากทีมเป็นเวลาหนึ่งเกม นั่นเท่ากับปีกตัวเก่งของแมนซิตี้จะไม่มีชื่อลงเล่นในเกมที่ทีมชาติอังกฤษจะลงดวลกับมอนเตเนโกร แต่สเตริ่งก็จะกลับมาช่วยสิงโตคำรามในเกมถัดไปที่จะต้องแข่งกับโคโซโวนั่นเอง

ราฮีมแถลงผ่านIGเคลียร์ปัญหาใจกับโจโกเมสยันร่วมงานกันต่อในทีมชาติ อังกฤษ ได้

ราฮีม สเตอริ่งที่รู้สึกผิดต่อทุกฝ่ายหลังจากที่ได้บันดาลโทสะใส่เพื่อนร่วมทีมชาติก็ได้ออกมาขอโทษผ่านโลกออนไลน์ “ เกมฟุตบอลเต็มไปด้วยอารมณ์ร่วม และดูเหมือนผมจะใช้อารมณ์กับโจ โกเมสอย่างไม่เหมาะสม ผมรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก ผมได้ขอโทษเค้า(โจ โกเมส)แล้ว รวมถึงผมต้องโทษแฟนบอล,สตาฟฟ์โค้ช และเจ้าหน้าที่ทุกท่าน(ที่เกี่ยวข้องกับทีมชาติอังกฤษ) หลังจากนี้ผมกับโจจะสามารถเล่นร่วมกันได้เหมือนเดิม แม้ผมจะไม่ได้เล่นในเกมวันพฤหัส(อังกฤษแข่งกับมอนเตเนโกร)แต่ผมก็จะขอสนับสนุนทีมในทุกๆด้าน ” สเตอริ่งในวัย24กะรัตโพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรม

นอกจากนี้แกเร็ธ เซาธ์เกตยังหวังให้พี่ใหญ่อย่างจอร์แดน แฮนเดอร์สันเป็นตัวกลางในการที่ช่วยปรับอารมณ์รุ่นน้องทั้งสองคนเนื่องจากกัปตันทีมลิเวอร์พูลนั้นเคยสนิทสนมกับราฮีม สเตอริ่งตั้งแต่ก่อนที่เจ้าตัวจะย้ายมาร่วมทัพเรือใบ และโจ โกเมสก็ถือว่าเป็นรุ่นน้องที่อยู่ในโอวาทของเฮนโด้มาโดยตลอด โดยจอร์แดน แฮนเดอร์สันจะไม่มีชื่อในเกมกับมอนเตเนโกรเช่นเดียวกัน เนื่องจากเจ้าตัวติดโทษแบนโดนพักการแข่งขันเป็นเวลาหนึ่งนัดนั่นเอง

 

โรนัลโด้ คือแรงบันดาลใจให้แข้งม้าลายดูแลสุขภาพดั๊กลาสคอสต้าสารภาพ

โรนัลโด้

ดั๊กลาส คอสต้าปีกจอมพลิ้วของยูเวนตุสได้ออกมาเปิดเผยว่าคริสเตียโน่ โรนัลโด้เป็นคนที่มีสภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์อย่างแท้จริง จนมักจะชอบถอดเสื้อโชว์เรือนร่างอยู่เป็นประจำ และการอวดหุ่นให้เพื่อนร่วมทีมเห็นแบบซ้ำไปซ้ำมาก็เริ่มทำให้นักเตะเบียงโคเนรี่รายอื่นๆหันขึ้นมาฟิตหุ่นกันแล้ว โดยตัวเค้าเองก็ได้รับอิทธิพลเรื่องนี้มาจากดาวยิงชาวโปรตุกีสและเริ่มหันมาควบคุมการรับประทานอาหารมากขึ้น

“ บรรดาสตาฟฟ์ของยูเว่เองพบเจอกับเรื่องประหลาด ทั้งๆที่ไม่มีนโยบายควบคุมอาหารหรือการลดน้ำแต่ภาพรวมของไขมันนักเตะยูเวนตุสอยู่ดีๆก็ลงลงเองซะงั้น ผมคิดว่ามันเป็นเพราะคริสเตียโน่ โรนัลโด้ เค้าเข้ามาสร้างความแตกต่างให้ทีม ทว่าความยอดเยี่ยมมันไม่ได้อยู่เพียงฝีเท้าของเค้าหรอก เค้ามักอยู่ในสนามซ้อมแบบเปลือยท่อนบนพร้อมมัดกล้ามเนื้อที่ดูชวนลงไหล ผมคิดไปเองว่าการได้เห็นร่างกายที่ยอดเยี่ยมของเค้าทำให้นักเตะคนอื่นๆหันมาดูเองตัวเองมากขึ้น มันเป็นฝันร้ายแน่ๆถ้าคุณปล่อยเนื้อปล่อยตัวแล้วซักวันโรนัลโด้ก็ถอดเสื้อเดินเข้ามาคุยกับคุณว่า เฮ้!นั่นกล้ามนายหรอ? ผมเองก็เริ่มหันมาเลือกทานอาหารมากขึ้นพร้อมกับพยายามลดอาหารที่มีไขมัน ” คอสต้าในวัย29ปีกล่าวถึงแรงบันดาลใจจากR7

โรนัลโด้ ยังดูแลร่างกายเต็มร้อยแม้อายุจะ34กะรัตแล้วก็ตาม

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ขึ้นชื่อว่าดูแลร่างกายอย่างดีมาโดยตลอด ทำให้นอกจากเราจะได้เห็นเรือนร่างของเค้าผ่านช่วงถอดเสื้อดีใจหลังทำประตูได้แล้ว อีกหนึ่งบทบาทที่เจ้าตัวก็ไม่เคยห่างหายไปนั่นก็คืองานพรีเซนเตอร์สินค้าต่างๆที่บ่อยครั้งแบรนด์ชั้นนำเหล่านั้นก็มักจะหยิบจับเรือนร่างของดาวยิงทัพฝอยทองขึ้นมาเป็นจุดขาย ซึ่งในปัจจุบันเจ้าตัวมีอายุถึง34ปีแล้วก็ตามทว่าคริสเตียโน่ โรนัลโด้ก็ยังเป็นนักฟุตบอลอันดับหนึ่งที่มีรายได้จากการเป็นพรีเซนเตอร์สินค้าต่างๆ

และสถิติการตรวจวัดไขมันในร่างกายของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ยอดเยี่ยม แม้ว่าเค้าจะมีอายุมากแล้วก็ตาม ซึ่งถือว่าเป็นความยอดเยี่ยมของดาวยิงรายนี้ เมื่อได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เพื่อนๆในทีมยูเวนตุสหันมาฟิตหุ่นไปตามๆกัน โดยดั๊กลาส คอสต้ายังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “ เค้า(คริสเตียโน่ โรนัลโด้)ยังเป็นคนสบายๆ บางครั้งเค้าก็ยังให้คำแนะนำกับเพื่อนๆว่าอาหารอะไรบ้างที่เราควรทาน?ไม่ควรทาน? ไม่ต้องแปลกใจหรอกที่แฟนบอลจะรักเค้า เพราะนักเตะด้วยกันยังหลงรักเค้าเลย เค้าช่างเป็นคนที่ยอดเยี่ยมจริงๆ ”

 

ยูเวนตุส ทุบกระปุก40ล้านยูโรเป็นสินสอดไปสู่ขอฮาแลนด์จากซัลบวร์ก

ยูเวนตุส

 เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์กองหน้าเนื้อหอมแห่งปี2019อาจได้โยกย้ายมาล่าตาข่ายในอิตาลี่ในเร็ววันนี้ เมื่อสื่อในอิตาลี่ยืนยันว่ายูเวนตุสใจปล้ำยอมทุ่มเงินถึง40ล้านยูโรเพื่อภารกิจนี้ โดยเมาริซิโอ ซารี่หมายใจที่จะให้หัวหอกชาวนอร์เวย์เป็นตัวหลักในแผนการระยะยาวเนื่องจากคริสเตียโน่ โรนัลโด้ที่จองพื้นที่นี้อยู่ในปัจจุบันก็มีอายุมากขึ้นทุกที่นั่นเอง

ยูเวนตุส เข้าทางเอเยนต์หวังคว้าตัวฮาแลนด์

แม้ว่ายูเวนตุสจะขึ้นชื่อเรื่องความงกและมักได้นักเตะชั้นดีแบบไร้ค่าตัวเสมอ ทว่าสำหรับในเคสของฮาแลนด์นั้นถือว่าเป็นการพิจารณากรณีพิเศษ เนื่องจากกองหน้าวัย19ปีกำลังเป็นที่หมายตาของทีมชั้นนำทั่วยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่หวังใจให้กุนซือชาวนอร์เวย์ใช้ความเป็นชาตินิยมหว่านล้อมให้ฮาแลนด์ยอมตกลงด้วย จึงทำให้เบียงโคเนรี่หวังจะเดินหมากเข้าทางเอเยนต์ส่วนตัวอย่างมิโร่ ไรโอล่าแม้ว่าการดีลผ่านเอเยนต์จอมแสบ(ไรโอล่าเป็นเอเยนต์ให้นักฟุตบอลดังๆ เช่น ป๊อกบา,ดอนนารุมม่า ขึ้นชื่อเรื่องการเรียกค่าเหนื่อยและรายละเอียดโบนัสต่างๆแบบแสนแพง)จะทำให้มูลค่าการย้ายทีมทะลักไปถึง40ล้านยูโรก็ตาม

ซัลบวร์ก ให้ท่าผีโอกาสยังมีเพราะยังไร้ข้อเสนอเข้ามาให้พิจารณา

เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ยิงไปแล้วถึง22ประตูจากทุกรายการในซีซั่นนี้ แถมผลงานในศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก(ยิงไป6ประตู)ก็เรียกว่าร้อนแรงเป็นอย่างมาก นั่นทำให้ต้นสังกัดอย่าง เรดบลูส์ ซัลบวร์กต้องคอยรับมือกับข่าวการย้ายทีมของดาวยิงรายนี้ในทุกๆสัปดาห์ “ ฮาแลนด์มีข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์ไม่เว้นวัน แต่ข่าวก็เป็นเพียงข่าว มันไม่มีความหมายใดๆเมื่อต้นสังกัดอย่างเรายืนยันตรงนี้ว่ามันยังไม่มีพูดคุยกับทีมไหนทั้งนั้น และไม่มีข้อเสนอใดๆยื่นเข้ามาหาเราเลย ” คริสโตเฟอร์ ฟรอยนด์ผู้อำนวยการกีฬาของซัลบวร์กออกโรงแถลงการณ์เอง

“ ฝีเท้าของฮาแลนด์ในเวลานี้นั้นถือว่ายอดเยี่ยมมากๆ เราอยากให้เค้าอยู่ต่อนั่นคือความตั้งใจของเรา แต่หากมีข้อเสนอในระดับที่เราไม่สามารถปฏิเสธได้เข้ามาให้พิจารณา ผมก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าเราจะรั้งตัวเค้าไว้ได้ เราคงต้องจับตาดูกันต่อไปในช่วงปีใหม่ ” ฟรอยนด์กล่าวทิ้งท้าย ทั้งนี้สาเหตุอีกหนึ่งประการที่ทำให้ฮาแลนด์ต้องย้ายทีมเร็วกว่าที่ควรก็เป็นผลมาจากการที่ เจ้าตัวเพิ่งจะเปลี่ยนเอเยนต์ส่วนตัวมาเป็นมิโร่ ไรโอล่าในซีซั่นนี้นั่นเอง

เปอร์ตี ติงชาก้าพลาดมหันต์ฟันธงยากแล้วที่จะเล่นต่อพรีเมียร์

เปอร์ตี

กรานิต ชาก้ากัปตันจอมหัวร้อนของอาร์เซนอลที่กำลังเผชิญชะตากรรมอันน่ารันทด เมื่อเวลานี้แฟนบอลยังด่ากันไม่หยุดปากเลยหลังจากที่ดาวเตะชาวสวิตซ์ได้แสดงท่าที่ยั่วยุแฟนบอลและยังไปเถียงกับแฟนบอลระหว่างขับรถออกจากสนามในเกมล่าสุด(อาร์เซนอลเสมอคริสตัลพาเลซ2-2) จนรุ่นพี่ในชุดปืนใหญ่อย่างเอ็มมานูเอล เปอร์ตีต้องออกมาให้คำสอนว่าชาก้าควรต้องเรียนรู้ความสำคัญของการเป็นกัปตันทีมให้มากกว่านี้

“ ในฐานะนักฟุตบอลการต้องรับฟังเสียงโห่เสียงวิจารณ์เป็นเรื่องปกติ ยิ่งเมื่อคุณมีปลอกแขนอยู่ด้วยคุณยิ่งต้องยิ่งสงบนิ่งให้มาก โทนี่ อดัมส์ และปาทริค วิเอร่าต่างเคยผ่านช่วงเวลาย่ำแย่ด้วยกันทั้งนั้น แต่สิ่งที่พวกเค้าไม่เคยทำเลยคือหันหลังให้กับเพื่อนร่วมทีม หรือแฟนบอล นี่คือเอกลักษณ์ของลีกอังกฤษ และชาก้าผิดพลาดอย่างแรงที่ไม่ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ ต่อจากนี้มันไม่ใช่แค่แฟนบอลคู่แข่งอีกแล้วที่จะตั้งตัวเป็นศัตรูกับเค้า แต่มันจะเป็นฝันร้ายแม้แต่กับแฟนบอลของอาร์เซนอลเอง ผมมองไม่เห็นทางเลยที่เค้าจะลืมตาอ้าปากในพรีเมียร์ลีกได้อีก ” อดีตมิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศสกล่าวยืนยัน

เปอร์ตี ชี้ชัดชาก้าหมดความชอบธรรมที่จะเป็นกัปตันปืนอีกต่อไป

แม้ว่าอูไน เอเมรี่จะยังสงวนท่าที่ว่าอาจจะยังให้ชาก้ารับตำแหน่งกัปตันทีมอาร์เซนอลต่อไปแต่เปอร์ตีมองว่ายิ่งปล่อยให้ดาวเตะสวิตซ์สวมปลอกแขนต่อผลเสียทั้งหลายจะไปตกอยู่ที่ตัวชาก้าเอง “ เค้าต้องถูกถอดออกจากบทบาทผู้นำสถานเดียว ถ้าอูไนยังกล้าผลักดันชาก้าต่อไปมันจะยิ่งมีแต่แย่ลง ถ้าวันนี้คุณแพ้ในเกมพรุ่งนี้มันก็คือเกมใหม่ แต่กับสถานการณ์นี้มันแตกต่างออกไป เรื่องการยอมรับจากแฟนบอลมันไม่ได้มีโอกาสให้แก้ตัวได้บ่อยๆ ผมว่าคิดว่าเต็มที่ก็คือชาก้ายังได้อยู่กับทีมต่อแต่คงไม่ใช่ตัวหลักอีกต่อไป ”

“ ชาก้าคงได้รับบทเรียนจากเหตุการณ์นี้ มันเป็นส่วนหนึ่งของเกมฟุตบอลและคุณพังมันไปแล้ว สิ่งที่คุณทำได้คือก้มหน้าก้มตาซ้อมให้หนัก ทำผลงานให้ดี มันเป็นทางเดียวที่เค้าจะกลับมาได้ แน่นอนว่ามันไม่ง่าย ถ้าโรบิน ฟาน เพอร์ซี่ หรืออเดบายอร์ยังอยู่ในสนามพร้อมกับชาก้า ยังไงซะเสียงโห่ของชาก้าก็จะดังกว่าพวกเค้าทั้งคู่ เรื่องนี้มันไม่ใช่ว่าผู้จัดการทีมบอกให้คุณเป็นกัปตันต่อ ส่งคุณลงสนามแล้วมันจะจบ ชาก้ากำลังมีปัญหาใหญ่และไม่ว่าใครหน้าไหนก็ช่วยเค้าไม่ได้ทั้งนั้น ” เอ็มมานูเอล เปอร์ตีในวัย49ปีกล่าวอย่างจริงจัง