ยูเว่ เฮสนั่นกัปตันเคียรินี่กลับมาลงสนามซ้อมกับเพื่อนได้แล้ว

 

ยูเว่

นับตั้งแต่จอร์โจ้ เคียรินี่ล้มเจ็บไปเมื่อเดือนสิงหาคมปีก่อน แนวรับของยูเวนตุสก็สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปเรื่อย แต่ก็ยังคงไม่สามารถมีเก็บรับที่เหนียวแน่นได้เหมือนเดิม จนทำให้เบียงโคเนรี่ยังคงไม่สามารถทำแต้มแซงคู่ปรับอย่างอินเตอร์ขึ้นเป็นจ่าฝูงในศึกกัลโช่ เซเรียอาได้เสียที

แต่ทว่าช่วงนี้แฟนบอลยูเว่ชักจะคึกคักเป็นพิเศษ เมื่อมีภาพออกมายืนยันแล้วว่าจอร์โจ้ เคียรินี่กลับมาลงฝึกซ้อมกับทีมได้เป็นที่เรียบร้อย “ จอร์โจ้เริ่มกลับมาทำการซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมได้แล้ว แม้จะเป็นเพียงเซสชั่นเบาๆ แต่ก็ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีที่กัปตันของเราได้กลับมาเล่นฟุตบอลอีกครั้งในรอบ6เดือน ” สโมสรยูเวตุสแถลงการณ์ โดยสื่อในอิตาลี่เชื่อกันว่ากองหลังวัย35กะรัตน่าจะฟิตทันก่อนที่ยูเวนตุสจะดวลกับโอลิมปิค ลียงในศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ในช่วงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้

จอร์โจ้ เคียรินี่ถือว่ากลับมาช่วยทีมได้อย่างถูกที่ถูกเวลาอย่างมากเนื่องจากในตอนนี้เมาริซิโอ ซารี่เหลือกองหลังให้ใช้งานได้เพียงสามคนเท่านั้น อันได้แก่ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่,ดานิเอเล่ รูกานี่ และมัทไธส์ เดอ ลิกท์เท่านั้น ในขณะที่พวกเค้าเหลือโปรแกรมลงเตะถี่ยิบทั้งในศึกกัลโช่ เซเรียอา,โคปา อิตาเรีย และยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก

ซารี่กุนซือ ยูเว่ ตั้งตารอใส่ชื่อเคียรินี่ในลิสต์นักเตะลุยแชมเปี้ยนส์ลีก

แม้ว่าจะยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าเคียรินี่จะกลับมาฟิตสมบูรณ์ได้เมื่อไหร่ แต่กุนซือเมาริซิโอ ซารี่ก็แลดูจะกระสันอยากใช้งานกัปตันทีมรายนี้จนตัวสั่น เมื่อเค้าได้ตัดสินใจใส่ชื่อจอร์โจ้ เคียรินี่เป็น1ใน25ขุนพลที่จะลงทำศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก สวนทางกับเมริห์ เดมิรัลกองหลังชาวเติร์กที่พักยาวที่ไม่มีชื่อในทีม

ข่าวการกลับมาจากอาการบาดเจ็บของเคียรินี่ในครั้งนี้นอกจากจะทำให้สาวกเบียงโคเนรี่ได้มีความหวังแล้ว ยังทำให้แฟนบอลทีมชาติอิตาลี่พลอยคึกคักไปด้วย เนื่องจากเจ้าตัวก็ยังมีอีกหนึ่งบทบาทที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นก็คือการสวมปลอกแขนเป็นกัปตันให้กับทีมชาติอิตาลี่เสียด้วย นั่นจึงแปลว่าเคียรินี่น่าจะมีชื่อติดธงอัตซูรี่ชุดที่จะเดินทางไปศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปในช่วงกลางปีนี้ได้อย่างสบาย เคียรินี่ลงเล่นให้ทีมชาติอิตาลี่ไปแล้ว103นัดพร้อมกับยิงได้8ประตู และยังมีดีกรีเหรีญทองแดงกีฬาฟุตบอลชายในศึกโอลิมปิค2004อีกต่างหาก

เสือใต้ แฉเป๊ปเคยมีไอเดียแปลกสุดอยากให้นอยเออร์คุมแดนกลาง

เสือใต้

แม้ว่าปีนี้เป๊ป กวาร์ดิโอล่าจะเสียเหลี่ยมในการชิงถ้วยพรีเมียร์ลีก ด้วยความพ่ายแพ้ต่อเจอร์เกน คล็อปป์อย่างหมดรูป แต่ถึงอย่างไรเทรนเนอร์ชาวสเปนก็ยังขึ้นชื่อว่าเป็นกุนซือที่มีมุมมอง และไอเดียการทำทีมที่สุดล้ำไม่ซ้ำใคร โดยคาร์ล ไฮน์ รุมเมนิเก้คนใหญ่คนโตของวงการลูกหนังเยอรมันได้ออกมาเปิดเผยว่ากวาร์ดิโอล่าเคยมีความคิดที่จะใช้ผู้รักษาประตูจอมหนึบอย่างมานูเอล นอยเออร์ขึ้นมายืนเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางให้กับบาเยิร์นมิวนิคเลยทีเดียว

มานูเอล นอยเออร์นายด่านเสือใต้ชาวเยอรมันได้รับการยอมรับว่าอ่านเกมได้ดี และใช้เท้าเล่นบอลได้อย่างชำนาญไม่เป็นรองใคร ซึ่งเครดิตส่วนนี้ทำให้กวาร์ดิโอล่าที่ครั้งหนึ่งเคยร่วมงานกับเป๊ปในถิ่นอารีอันซ์ อารีน่าอยากลองใช้งานผู้รักษาประตูอย่างนอยเออร์ในตำแหน่งอื่นดูบ้าง “ พวกเราทุกคนอุ่นใจยามที่เห็นมานูเอลยืนตระหง่านในกรอบเขตโทษ เค้าไม่ได้มีเพียงปฏิกิริยาการป้องกันประตูที่ยอดเยี่ยมเท่านั้น แต่มานูเอลยังวางบอลได้อย่างแม่นยำ มิติการเล่นของเค้าเป็นมากกว่าผู้รักษาประตูทั่วไป เค้าสามารถวางบอลไปในพื้นที่ว่างได้ดั่งใจ และสามารถออกมาเล่นนอกกรอบเขตโทษได้อย่างมั่นใจ เรื่องนี้แม้แต่กวาร์ดิโอล่าก็ยังทึ่ง เค้าเคยพยายามผลักดันให้มานูเอลได้ลองยืนเป็นมิดฟิลด์ด้วยซ้ำ ผมไม่ได้ล้อเล่นมันคือความตั้งใจของเค้าจริงๆ ” คาร์ล ไฮน์ รุมเมริเก้ประธานบริหารของบาเยิร์นมิวนิคยืนยัน

เป๊ปเอาคืน เสือใต้ แสบสุดขอทาบเลวานดอฟสกี้เติมกระสุนปีหน้า

แม้ว่าจะเคยร่วมงานกันมาก่อนแต่ดูเหมือนเป๊ป กวาร์ดิโอล่าจะไม่ค่อยไว้หน้าทีมเก่าอย่างบาเยิร์น มิวนิคซักเท่าไหร่ เมื่อมีข่าวนำล่องมาแล้วว่าในช่วงซัมเมอร์หน้า กวาร์ดิโอล่าจะเดินหน้าล่าตัวโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้อย่างจริงจังเสียที

แมนเชสเตอร์ซิตี้ทำผลงานได้ไม่สดใสนักในปีนี้ จนทำให้น่าจะหมดลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างเต็มตัวไปแล้ว(โดนลิเวอร์พูลทิ้งห่าง22คะแนน)เป็นเหตุให้กวาร์ดิโอล่าน่าจะต้องทำการเสริมทัพครั้งใหญ่ในช่วงซัมเมอร์ และโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ก็คือเป้าหมายอันดับต้นๆ เนื่องจากทีมตราเรือใบต้องการตัวจบสกอร์ที่ไว้ใจได้เข้ามาสลับสับเปลี่ยนกับกุน อเกวโร่ที่ดูจะเจ็บง่ายเสียเหลือเกิน โดยทีมตราเรือใบหวังจะใช้เรลอย ซาเน่เป็นตัวล่อให้บาเยิร์น มิวนิคยอมปล่อยตัวเลวานดอฟสกี้ให้ เนื่องจากทีมแชมป์เก่าบุนเดสลีก้าเองก็ปรารถนาที่จะได้ตัวซาเน่อยู่แล้วนั่นเอง

 

บาซ่า ระอุเมสซี่เฉ่งอบิดัลไม่ใช่กงการจะมาวิจารณ์นักเตะในทีม

บาซ่า

ดูเหมือนบาเซโลน่ากำลังจะมีศึกภายในเสียแล้ว เมื่อเอริค อบิดัลผู้อำนวยการกีฬาได้ออกมาเหน็บว่านักเตะบาเซโลน่าบางรายทำการเลื่อยขาเก้าอี้ของกุนซือเฮอร์เนสโต้ บัลเบเด้ ด้วยการลงสนามอย่างไร้ความกระตือลือล้น แล้วถ้อยแถลงนี่เองที่ทำให้พี่ใหญ่อย่างลีโอแนล เมสซี่ไม่พอใจ จนต้องออกมาตอกกลับอย่างเจ็บแสบ

เมสซี่มีฐานะเป็นกัปตันทีมของบาซ่า ซึ่งทำให้เจ้าตัวรู้สึกไม่ชอบใจที่อบิดัลกล่าวโจมตีนักเตะในสโมสรของตนเอง “ ในฐานะนักฟุตบอลเราย่อมต้องรับผิดชอบผลการแข่งขันโดยตรงอยู่แล้ว แต่ในแง่ของผู้จัดการทีมมันก็เหมือนกันเมื่อผลการแข่งขันออกมาไม่ดีมันก็ย่อมส่งตามมา แล้วเราทุกคนก็เสียใจที่โค้ชคนก่อนจากไป ในฐานะกัปตันทีมผมจะไม่ยอมให้มีนักเตะคนไหนทรยศต่อผู้จัดการทีมอย่างแน่นอน นั่นจึงทำให้ผมประหลาดใจมากกับคำพูดของเค้า(อบิดัล) ”

“ ทุกคนต่างมีหน้าที่ ผู้อำนวยการกีฬาก็เช่นกันเค้าควรทำจัดการเรื่องตรงหน้าและพูดในเรื่องที่เกี่ยวกับงานของเค้า พวกเราต่างอยากผลักดันบาเซโลน่าให้ประสบความสำเร็จ แต่งานเราไม่เหมือนกัน แล้วก็ไม่ใช่หน้าที่เค้าด้วยที่จะมาวิจารณ์การเล่น แต่ในเมื่อมีการพูดว่ามีนักเตะพยายามทำลายทีมตัวเองคนที่พูดก็ควรระบุไปเลยว่าเป็นใคร เพราะมันกลายเป็นคำถามสำหรับทีม ซึ่งพวกเราไม่สมควรถูกสบประมาทแบบนี้ ” ดาวยิงชาวอาร์เจนไตน์กล่าวอย่างมีอารมณ์

สื่อกระทิงสาวไส้ทีม บาซ่า อบิดัลกับเมสซี่พร้อมงัดข้อใส่กันมานานแล้ว

สื่อในสเปนต่างเล่นข่าวนี้กันสนุก ด้วยการรำลึกถึงเรื่องกินใจที่อบิดัลมีต่อเมสซี่ตั้งแต่สมัยยังรักษาตัวด้วยอาการทมะเร็งที่ตับเมื่อปี2011 แล้วในระหว่างที่เจ้าตัวกำลังต่อสู้กับโรคร้ายในโรงพยาบาล อบิดัลก็ได้ถ่ายคลิปส่งกำลังใจให้เพื่อนๆ แต่ทว่าเมสซี่กลับแตะเบรกเรื่องนี้เอาไว้ พร้อมบอกกลับไปว่าไม่ให้อบิดัลส่งคลิปแบบนี้มาอีกเพราะจะทำให้เพื่อนๆในทีมหดหู่เสียเปล่าๆ เชื่อกันว่าสัมพันธ์ระหว่างอบิดัลและเมสซี่เริ่มมีรอยร้าวนับแต่นั้นมา

อบิดัลที่มีความสนิทสนมกับบัลเบเด้อยู่เป็นทุนจึงออกมาทิ้งระเบิดใส่แข้งอัลซูนกราน่าอย่างไม่เกรงใจ เปิดช่องให้เมสซี่ก็พร้อมไฟต์มานานแล้วต้องออกมาสาดน้ำลายใส่คืน ที่น่าห่วงดูจะเป็นอนาคตของเมสซี่มากกว่า เพราะระยะหลังดาวยิงฟ้าขาวดูจะพูดจาไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น โดยก่อนหน้านี้เจ้าตัวก็เคยประกาศสงครามกับเคร์ราด ปิเก้มาแล้วครั้งหนึ่ง จนทำให้กระแสข่าวลือที่ว่าเมสซี่อาจตัดสินใจย้ายกลับไปค้าแข้งในบ้านเกิดดูจะมีน้ำหนักขึ้นมาทันที

แฟนันดินโญ่ ใจฝ่อกลัวเน้นUCLอาจทำเรือหลุดท็อปโฟร์เลยก็ได้

แฟนันดินโญ่

หลังจากปีนี้แมนซิตี้ฟอร์มไม่แจ่มเหมือนเคย แถมแพ้ไปแล้วถึง6เกมในพรีเมียร์ลีกก็เริ่มทำให้แฟนันดินโญ่ต้องออกมากระตุ้นเพื่อนๆให้กลับมามุ่งมั่นอีกครั้ง พร้อมขู่ไปในตัวว่าหากย่ามใจทีมตราเรือใบอาจประสบเคราะห์กรรมถึงขึ้นหลุดท็อปโฟร์เลยทีเดียว

แมนซิตี้เพิ่งจะบุกไปแพ้สเปอร์สมา0-2 ทั้งที่รูปเกมพวกเค้าเหนือกว่ามาก จนกัปตันทีมแฟนันดินโญ่ชักเป็นกังวลเกี่ยวกับผลงานของทีมในระยะยาว “ เราแพ้สเปอร์สแบบสุดช็อค เราไม่ได้เล่นแย่ บางคนบอกว่าซิตี้ควรหันไปเน้นถ้วยอื่นแบบไม่ต้องเน้นพรีเมียร์ลีก แต่สำหรับผมไม่เห็นด้วย สเปอร์สทำให้เราเห็นแล้วว่าทีมอื่นๆพวกเค้าก็อยากเก็บแต้มด้วยกันทั้งนั้น ซิตี้ไม่สามารถสบายใจกับเรื่องนี้ได้ เราก็ยังคงต้องมีสมาธิกับเกมในลีก เพราะโควต้าแชมเปี้ยนส์ลีกเป็นสิ่งที่เราจะพลาดไม่ได้เช่นเดียวกัน ”

แฟนันดินโญ่ กล่าวถึงเเม้เราจะเน้นบอลถ้วยเเต่ก็ต้องยังรักษามาตรฐานของทีมไว้

“ เราทำได้แค่เก็บแต้มที่เหลือให้มากที่สุดเรื่องแชมป์พรีเมียร์ลีกเราจะไม่พูดถึงมัน แน่นอนซิตี้ต้องการเน้นรายการบอลถ้วยที่เหลือทั้งคาราบาวคัพ,เอฟเอคัพ และยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก แต่ถึงกระนั้นเราก็ยังจำเป็นต้องรักษามาตรฐานของเราเอาไว้ แมนเชสเตอร์ซิตี้คือทีมระดับท็อป เอกลักษณ์ของเรายังคงเป็นการเสพย์ติดความสำเร็จ และชัยชนะ ” มิดฟิลด์วัย34ปีกล่าวอย่างไว้ลาย

เป๊ป หมดมุกโบ้ยพรีเมียร์ลีกไม่ชอบใจนักที่หงส์นำจ่าฝูงขาดลอย

เป๊ป กวาร์ดิโอล่าที่เสียเชิงโดนลิเวอร์พูลทำแต้มทิ้งห่างไปถึง22คะแนนเริ่มออกลูกงอแงเมื่อได้กล่าวพาดพิงให้ผู้จัดการแข่งขันพรีเมียร์ลีกออกมาไซโคทีมหงส์แดงบ้างที่ทำให้การลุ้มแชมป์ในซีซั่นนี้หมดสนุกก่อนเวลาอันควร “ ผมเองเคยพาซิตี้คว้าแชมป์ด้วยการมี100แต้มทิ้งห่างทีมอันดับสอง19คะแนน แล้วพรีเมียร์ลีกก็ออกมาบอกว่าไม่ชอบใจที่เราทำให้การลุ้นแชมป์ไม่สนุก แต่สิ่งที่เจอร์เกน คล็อปป์ทำในปีนี้มันหนักหนากว่าเคสของเราอีก ทำไมลิเวอร์พูลไม่โดยไซโคแบบเราบ้าง ”

“ เราต้องยอมรับในความยอดเยี่ยมของลิเวอร์พูล เป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะตามพวกเค้าทัน พวกเค้าสร้างมาตรฐานใหม่ ไม่มีอะไรจะหยุดพวกเค้าได้เลย แน่นอนว่าเรายังไม่ถอดใจในบอลถ้วยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในแชมเปี้ยนส์ลีก ”

พร้อมกันนั้นเป๊ปยังได้เอ่ยปากอีกว่าจะไม่มีการล้างบางทีมตราเรือใบในช่วงซัมเมอร์นี้อย่างแน่นอน “ ซิตี้ไม่จำเป็นต้องสร้างทีมใหม่ เรามีขุมกำลังที่ดีพร้อมอยู่แล้ว เพียงแต่เราต้องแข็งแกร่งกว่านี้ นี่ยังไม่ใช่มาตรฐานของเรา งานของผมคือต้องหาทางกระตุ้นทีมให้กลับมาสู่จุดที่เราควรจะเป็นให้ได้ ”

อาร์เตต้า ชี้มิดแลนด์-ไนท์ควรต้องดันขึ้นมาเล่นเกมรุกมากขึ้น

อาร์เตต้า

หนึ่งในนักเตะอาร์เซนอลที่โดนโจมตีหนักมากเห็นจะหนีไม่พ้นไอน์สลี่ย์ มิดแลนด์-ไนท์แบ็คขวาที่ดูไม่สามารถจะพึ่งพาได้เลยแม้จะได้รับโอกาสลงเล่นอย่างต่อเนื่องในช่วง2-3ปีที่ผ่านมา ด้านมิเกล อาร์เตต้าบอสใหญ่ปืนโตก็ได้ออกมาตอบประเด็นนี้อย่างน่าสนใจ

“ มิดแลนด์-ไนท์เป็นนักเตะที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ เทคนิคยอดเยี่ยม แถมยังได้เล่นได้อย่างหลากหลายตำแหน่ง แต่ที่ผ่านมาเค้ามักได้เล่นในตำแหน่งฟูลแบ็ค มันทำให้เค้าไม่ค่อยได้โชว์จุดเด่นเหล่านั้นออกมา ทั้งที่จริงๆแล้วเค้าเป็นนักเตะที่จ่ายบอลแม่น แถมเมื่อจ่ายไปแล้วยังช่วยให้เพื่อนเล่นต่อได้ง่ายมากๆอีกต่างหาก ผมคิดว่าเค้าสมควรได้เล่นเกมรุกมากกว่านี้ ”

กระนั้นเทรนเนอร์ชาวสเปนก็ยังออกตัวว่าหากขัดสนผู้เล่นในตำแหน่งฟูลแบ็คก็พร้อมจะใช้มิดแลนด์-ไนท์อยู่เหมือนเดิมเช่นกัน “ เค้าอาจไม่ถนัดเกมรับมากนัก แต่มิดแลนด์-ไนท์ก็ทดแทนด้วยความเร็ว และความขยัน ซึ่งมันเป็นเรื่องดีที่ผมมีเค้าเป็นตัวเลือก เพราะเค้าสามารถเล่นได้ทั้งตำแหน่งตัวริมเส้น,ฟูลแบ็ค และมิดฟิลด์ตัวรับ ” กุนซือวัย37กล่าวอย่างชื่นใจ

อาร์เซนอลยังหาความมั่นใจไม่เจอแต่ อาร์เตต้า ยันไม่ท้อแน่นอน

เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาอาร์เซนอลเพิ่งบุกไปเสมอเบิร์นลี่ย์ไป0-0 แต่ทว่ารูปเกมกลับตรงกันข้ามเพราะเป็นฝั่งเบิร์นลี่ย์ที่บุกเข้าใส่เกือบตลอดทั้งเกม ซึ่งอาร์เตต้าก็ได้ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับผลงานของลูกทีมอย่างผิดหวังเบาๆ “ เราเริ่มต้นได้ดีและมีโอกาสที่จะขึ้นนำแต่มันก็พลาดไป หลังจากนั้นพวกเค้าก็มั่นใจมากขึ้นเรื่อย จึงสู้กับเราแบบไม่กลัว แล้วนักเตะของเราก็ช็อตไปเอาดื้อๆ เราพลาดกันง่าย แถมสามารถสร้างความได้เปรียบในการเข้าปะทะอีกต่างหาก ”

“ เรายังขาดความมั่นใจ สวนทางกับเบิร์นลี่ย์ที่ยิ่งเล่นยิ่งมั่นใจขึ้นเรื่อยๆ แต่ถึงกระนั้นผมก็ยังประทับใจในปฏิกิริยาของทีมที่พยายามต่อสู้ ยิ่งวันที่บอลไม่เป็นใจคุณต้องพึ่งตัวเองให้มากที่สุด เราอยากชนะแต่ถ้าวิเคราะห์จากรูปเกมก็ต้องยอมรับว่าการได้หนึ่งแต้มกลับออกไปก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย ”

“ มันเป็นเกมที่ยาก แล้วทีมก็ได้ประสบการณ์จากแม็ตซ์นี้ เราต้องทำงานอย่างหนักเพื่อกลับสู้เส้นทางที่วางไว้ สโมสรอาร์เซนอลควรมีมาตรฐานที่สูงกว่านี้ ผมยังเชื่อมั่นในทีม เราจะไม่ท้อ เราจะช่วยกันสู้ อาร์เซนอลต้องกลับมาเก็บชัยชนะได้แน่ๆผมรับประกัน ” อาร์เตต้ากล่าวอย่างเชื่อมั่น

โซลชา ติงรีบไล่ไปใยเมื่อคล็อปป์ใช้เวลาดันหงส์บินสูงตั้งหลายปี

โซลชา

ท่ามกลางกระแสเก้าอี้ร้อนระดับปรอทแทบแตกของโอเล่ กุนน่า โซลชา หลังความพ่ายแพ้ต่อเนื่อง2เกมรวด โดยเฉพาะนัดล่าสุดที่พ่ายคาบ้านให้เบิร์นลี่ย์ในรอบ58ปี ที่เล่นเอาอัฒจันทร์ในโอลด์แทร็ฟฟอร์ดบางตาลงไปมากตั้งแต่ก่อนกรรมการจะเป่านกหวีดจบเกม แล้วข่าวลือที่ตามมาก็คือโซลชาอาจพร้อมโดนไล่ออกได้ทุกเมื่อ แต่ทว่ากุนซือชาวนอร์เวย์ก็ยังคงยักไหล่ต่อไปพร้อมกับยืนยันว่าปีศาจแดงไม่ได้ย่ำแย่ถึงขนาดนั้น และควรปล่อยให้เจ้าตัวได้ทำงานของตัวเองต่อไปถึงจะเป็นการดีที่สุด

โซลชาได้ยกเคสการทำงานของทีมเต็งอย่างลิเวอร์พูลที่ปล่อยเวลาให้เจอร์เกน คล็อปป์ได้ทำงานอย่างต่อเนื่องกระทั่งชั่วโมงนี้ลิเวอร์พูลถึงได้มีสภาพกลายเป็นทีมไร้เทียมทานได้สำเร็จ แล้วตัวเค้าเองก็ต้องการเวลาในการทำทีมกับแมนยูฯในแบบเดียวกัน “ เราแพ้ที่แอนด์ฟิล แล้วเด็กๆของผมสู้ได้ดี แต่ไม่เห็นจะมีใครพูดถึงสิ่งที่เราทำเลย ทุกคนมองเห็นแต่เครดิตของลิเวอร์พูล ทั้งๆที่เราก็สร้างความลำบากให้กับพวกเค้าได้ไม่น้อย แน่นอนสกอร์เป็นตัวชี้วัดว่าใครสมควรได้ชัยชนะ แต่ลูกทีมของผมไม่ได้เล่นแย่ขนาดนั้น พวกเค้าไม่ได้ทำให้ตราสโมสรต้องแปดเปื้อนแต่พวกเค้าก็ยังโดนตำหนิว่าไม่ดีพอ ”

“ ผมเคยพูดไว้แล้วว่ายูไนเต็ดต้องการเวลา คุณเปรียบเทียบสิ่งที่เราทำได้กับทีมของเจอร์เกน คล็อปป์ที่รวมตัวกันมาแล้วหลายปี มันเทียบกันไม่ได้เลย เพราะเราไม่ได้สตาร์ทบนจุดเดียวกัน หลายคนก็รู้เรื่องนี้ดีแต่พอยูไนเต็ดแพ้พวกเค้าก็ไม่สนใจมันพร้อมกับมองหาใครซักคนมารับผิดชอบ มีคนบอกว่าอยากให้ผมออกไปซึ่งผมไม่ได้แคร์หรอก ”

โซลชา แย้งบอร์ดผีเสริมทัพถูกทางแล้วแต่หาแข้งใหม่มกราไม่ง่าย

นอกจากนี้นายใหญ่ผีแดงยังได้ปกป้องบอร์ดบริหารอีกว่าพยายามเดินหน้าเติมเต็มความแข็งแกร่งให้ทีมอย่างสุดฝีมือ แล้วตัวเค้าเองก็พอใจอย่างมากกับการเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์ “ นักฟุตบอลทุกคนมีช่วงเล่นดีและแย่สลับกันไป แม้แต่(คริสเตียโน่)โรนัลโด้เองก็เคยมีช่วงยากลำบากกับเรา ซึ่งใครซักคนอาจจะเคยมองว่าโรนัลโด้ดีไม่พอสำหรับยูไนเต็ด แต่วันนี้เค้าก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเค้ายอดเยี่ยมแค่ไหน ฉะนั้นผมไม่เคยเห็นลูกทีมคนไหนดีไม่พอสำหรับเราเลยแม้แต่คนเดียว แล้วขุมกำลังที่เรามีก่อนเปิดฤดูกาลก็เป็นสิ่งที่ผมพอใจอย่างมาก เพียงแต่เราไม่สามารถรับมือกับอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นพร้อมกันในทุกตำแหน่งได้เท่านั้นเอง แล้วเราก็ทำงานกันอย่างหนักที่จะหาใครมาเสริมแต่ก็อย่างที่รู้กันตลาดหน้าหนาวนั้นไม่ง่าย เราต้องค่อยดูกันต่อไป ”

เลสเตอร์ซิตี้ เบนเป้าล่าเวคเตอร์การ์ดเติมเกมรับที่ราคา15ล้านปอนด์

เลสเตอร์ซิตี้

เลสเตอร์ซิตี้มีข่าวว่ากำลังให้ความสนใจยานนิค เวคเตอร์การ์ดปราการหลังชาวเดนมาร์กของเซาธ์แธมป์ตันอยู่ในเวลานี้ ทั้งยังพร้อมทุ่มเงินถึง15ล้านปอนด์เพื่อคว้าตัวดาวเตะสำรองของนักบุญแดนใต้ที่แทบไม่ได้โชว์ผลงานในสนามเลยตลอด3เดือนที่ผ่านมา

ราล์ฟ ฮาเซนฮัตเติลกุนซือจอมหนังเหนียวของเซาธ์แธมป์ตันแยกตัวเวคเตอร์การ์ดออกจากทีมมาแล้วพักใหญ่ แล้วก็เหลือเชื่อว่าผลงานของทีมกลับดีขึ้นผิดหูผิดตาจน12เกมหลังสุดทีมนักบุญกลับเก็บชัยชนะได้ถึง7เกม จนทำคะแนนหนีโซนตกชั้นขึ้นมาอยู่กลางตารางได้อย่างน่าชื่นชม และในผลงานชิ้นโบว์แดงนี้เวคเตอร์การ์ดก็ได้มีส่วนร่วมลงสนามแค่เพียงเกมเดียวเท่านั้น จึงทำให้ทีมจิ้งจอกสยามหมายใจจะขอตัวส่วนเกินรายนี้ไปใช้งานต่อ

ร็อดเจอร์สดึงเวคเตอร์การ์ดเพื่อเพิ่มขนาดของทีม เลสเตอร์ซิตี้

การหันมาล่าตัวนักเตะร่วมลีกอย่างเวคเตอร์การ์ดในครั้งนี้ก็เป็นผลมาจากเป้าหมายก่อนหน้าอย่างดานิเอเล่ ลูกานี่ได้ถูกยูเวนตุสปฏิเสธที่จะปล่อยตัวให้นั่นเอง โดยแบร็นดอน ร็อดเจอร์สเชื่อมั่นว่าจะนำเอาดาวเตะชาวเดนมาร์กรายนี้มาอัพขนาดของทีมเลสเตอร์ ซิตี้ให้ใหญ่ขึ้นเพื่อรองรับกับการจะต้องมีแม็ตซ์ลงสนามเพิ่มในรายการยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกซีซั่นหน้านั่นเอง

นักบุญแทงสวน เวคเตอร์การ์ด ไม่ได้เล่นบ่อยไม่แปลว่าพร้อมขายทิ้ง

ทันที่มีกระแสย้ายออกของเวคเตอร์การ์ดก็ทำให้มีคำถามพุ่งตรงมายังราล์ฟ ฮาเซนฮัตเติลอย่างมากมาย แต่เทรนเนอร์ชาวออสเตรียก็ยืนทรานว่ายังต้องการเก็บกองหลังรายนี้เอาไว้เป็นตัวเลือกต่อไป “ ผมไม่ได้วิตกกับสถานการณ์นี้มากนัก เป็นเรื่องดีที่นักเตะของเราได้ความสนใจในตลาดนั่นแปลว่าผลงานของเรากำลังไปได้สวย สโมสรเซาธ์แธมป์ตันยังคงทำงานกันอย่างหนักในทุกส่วนงาน แล้วก็ไม่มีใครแจ้งไว้เลยว่าเรามีแพลนที่จะขายนักเตะคนใดออกไปในช่วงนี้ ฉะนั้นผมคงไม่มีอะไรต้องพูดถึงเวคเตอร์การ์ดนอกจากเค้ายังคงเป็นหนึ่งในตัวเลือกของเราต่อไป ”

“ เวคเตอร์การ์ดไม่ค่อยได้มีส่วนร่วมกับการลงเล่นในช่วงหลังแต่ก็ไม่ได้แปลว่าเราอยากให้เค้าย้ายออกไป เวคเตอร์การ์ดก็ยังคงเป็นคนสำคัญในห้องแต่งตัว สำหรับฟุตบอลลีกที่กินเวลายาวนานทั้งรายชื่อ20ผู้เล่นในทีมต่างมีความสำคัญต่อทีมทั้งสิ้นไม่ว่าพวกเค้าเหล่านั้นจะได้ลงเล่นมากน้อยแค่ไหนก็ตาม แล้วในเวลานี้กลุ่มผู้เล่นก็กำลังกลมเกลียวกันอย่างมากจนเราไม่อยากเปลี่ยนแปลงอะไร บางทีเราอาจจะมีนักเตะใหม่เข้ามาเพิ่มซัก1-2คนซึ่งมันจะต้องไม่กระทบสปริริตในห้องแต่งตัว ” กุนซือวัย52ปีให้คำมั่น

ริโอ ตกใจเห็นเเฟนบอลบางตาเกรงปีศาจเเดงจะเข้าสู่ยุดมืด

ริโอ

ควันหลงจากความพ่ายแพ้คาบ้านของแมนยูฯในเกมล่าสุด(แพ้เบิร์นลี่ย์0-2) เมื่อมองกลับไปยังอัฒจันทร์กลับเห็นแฟนบอลในโอลด์แทร็ฟฟอร์ดที่บางตาลงไปจนน่าใจหายก็ทำให้ ริโอ เฟอร์ดินานด์ชักเป็นกังวลแทนทีมเก่าว่าอาจกำลังก้าวเข้าสู่ยุคมืดอย่างเลี่ยงไม่ได้

ริโอ เฟอดินานด์ได้ตั้งข้อสังเกตว่าปีศาจแดงที่ใช้เงินเสริมทัพไปอย่างมากมาย แต่สุดท้ายนักเตะที่พึ่งพาได้กลับเป็นแข้งดาวรุ่ง อาทิ สก็อต แม็คโทมิเน่ย์,มาร์คัช แรชฟอร์ด,เมสัน กรีนวู๊ด และดาเนี่ยล เจมส์ “ ยูไนเต็ดใช้เงินซื้อนักเตะรวมกันไป600ล้านปอนด์แต่คุณดูสิ่งที่แฟนบอลได้กลับมาซิ มันชัดเจนว่านักเตะหลายคนที่เราได้มานั้นดีไม่พอ ไม่เช่นนั้นโซลชาคงไม่ใช้งานดาวรุ่งหลายคนจากอะคาเดมี่หรอก ”

ริโอ สับบอร์ดผีอ่อนหัดจนต้องประสบความตกต่ำเช่นทุกวันนี้

“ มันชวนให้ผมสงสัยว่านักเตะที่เราได้มามันตรงตามสเป๊คที่ผู้จัดการทีมต้องการหรือเปล่า เพราะโชเซ่ก็เคยให้ข่าวมาแล้วว่านักเตะบางคนที่สโมสรดึงตัวเข้ามาไม่ได้ผ่านการเห็นชอบจากเค้าเลย นี่คืออีกแง่มุมที่ผมอยากพูด เพราะตอนนี้แรงกดดันที่ถาโถมไปยังโซลชามันช่างหนักหนาเหลือเกิน ในขณะที่บนอัฒจันทร์ก็ว่างเปล่าลงตั้งแต่ก่อนจบเกม ผมไม่เคยเห็นภาพแบบนี้มาก่อนดูเหมือนแฟนบอลของเราก็เริ่มไม่เชื่อมั่นในตราสโมสรแห่งนี้แล้ว ยูไนเต็ดกำลังเผชิญกับความตกต่ำครั้งใหญ่ ”  ริโอกล่าอย่างวิตก

คริสวู้ด หอกเบิร์นลี่ย์ผสมโรงโอลด์แทร็ฟฟอร์ดหมดความขลังแล้ว

ด้านคริส วู้ดคนพังประตูให้เบิร์นลี่ย์อัดแมนยูฯแพ้คาบ้าน2-0 ก็ได้ออกมาแสดงความเห็นเช่นกันว่าทัพอสูรแดงได้สูญเสียความน่าเกมขามยามลงเตะในบ้านไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว “ อันที่จริง2-3ปีหลังมานี่เรา(เบิร์นลี่ย์)ก็ไม่ได้มาแพ้พวกเค้าที่โอลด์แทร็ฟฟอร์ดอยู่แล้ว ทำให้เราประหลาดใจนิดๆที่เราบุกมาคว้าสามแต้มในวันนี้ได้ สนามแห่งนี้เคยได้ชื่อว่าเป็นฝันร้ายของทีมเยือนแต่สิ่งที่เราได้เจอมามันไม่ใช่แบบนั้นเลย ความจริงผมรู้สึกมาพักหนึ่งแล้วว่าการมาเยือนโอลด์แทร็ฟฟอร์ดไม่ใช่สิ่งที่น่ากังวล ตอนนี้ผมมั่นใจแล้วว่าคิดไม่ผิดเพราะผมยิงประตูพวกเค้าได้ แล้วเราก็รักษาผลการแข็งขันกลับออกไปได้สำเร็จ มันยังเป็นวันที่ดีสำหรับแฟนบอลของเราอีกด้วย ” โดยความปราชัยต่อเดอะคลาเรตส์ในแม็ตซ์ล่าสุด ยังเป็นการพ่ายแพ้ในบ้านให้เบิร์นลี่ย์ในบ้านเป็นครั้งแรกในรอบ58ปีของแมนยูฯอีกด้วย

เอซีมิลาน ส่อแห้วบิ๊กซาเกร็บยันเองโอลโม่กำลังย้ายไปเล่นในเยอรมัน

เอซีมิลาน

ทั้งที่เอซีมิลานแสดงความจริงใจต่อดานี่ โอลโม่มาโดยตลอด เพราะนับตั้งแต่ได้ตัวสลาตัน อิบราฮิโมวิชเข้ามาแบบไร้ค่าตัวพวกเค้าก็ไม่มองนักเตะคนไหนอีกเลยนอกจากโอลโม่ พร้อมกับมีข่าวมาเป็นระยะว่าใกล้จะบรรลุข้อตกลงในการคว้าตัวอดีตเด็กปั้นบาซ่ารายนี้อย่างเต็มแก่แล้ว ทว่าดูเหมือนพวกเค้าจะต้องฝันค้างอีกแล้วเมื่อต้นสังกัดของโอลโม่ได้ออกมาให้ข่าวเองว่านักเตะกำลังจะย้ายไปโชว์ฝีเท้าในศึกบุนเดสลีก้าเยอรมัน

ผู้จัดการทีมดินาโม ซาเกร็บ เนนาร์ด เบริก้า ได้เปิดเผยกับนักข่าวถึงย่างก้าวต่อไปของดานี่ โอลโม่ “ เราได้รับข้อเสนอจากหลายทิศทาง แต่ดูเหมือนไลป์ซิกจะใกล้เคียงกับความต้องการของดานี่มากที่สุด พวกเค้าเป็นทีมชั้นนำขอเยอรมันและได้ลงเล่นในยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ดานี่เชื่อว่าเค้าจะได้ประสบการณ์ที่ดีจากสถานการณ์เหล่านี้ แน่นอนว่าเรา(ดินาโมซาเกร็บ)ผิดหวังนิดๆที่ต้องแยกทางกัน แต่นี่คือสิ่งที่ดานี่ต้องก้าวต่อไปแล้วดินาโมซาเกร็บต้องยอมรับมันให้ได้ ”

โดยในซีซั่นนี้ดานี่ โอลโม่โชว์ฟอร์มเก่งกับดินาโม ซาเกร็บด้วยการลงเล่นไปแล้ว22นัดยิงไป8ประตูพร้อมทำทางอีก7แอสซิสต์รวมทุกรายการ ทำให้เจ้าตัวมีข่าวว่ากำลังลูกทีมบิ๊กเนมของยุโรปหมายหัวกันอยู่ตั้งแต่ก่อนตลาดซื้อขายผู้เล่นจะเปิดทำการแล้ว

สื่อเลี่ยนเผยนักเตะส่วนเกินขายไม่ออกทำ เอซีมิลาน อดได้แข้งใหม่

แม้ว่าเนื้อข่าวจะชี้ไปในทางว่าดานี่ โอลโม่ต้องการเลือกทีมที่จะได้ลงเล่นในเวทียุโรปมากกว่า แต่อันที่จริงแล้วสื่อดังในอิตาลี่ต่างเชื่อกันว่าเหตุผลที่ทำให้รอสโซเนรี่ต้องเสียเหลี่ยมในการล่าตัวนักเตะรายนี้เป็นผลมาจากสถานะการเงินที่อ่อนแอมากกว่า

เอซีมิลานมีตัวแดงในบัญชีการเงินมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา แล้วพวกเค้าก็ทุ่มเงินแบบหมดหน้าตักกับการเซ็นสัญญากับสลาตัน อิบราฮิโมวิชไปแล้ว ทำให้มิลานจำเป็นต้องหาทุนเข้ามาเพิ่มหากหวังจะได้นักเตะมาเสริมทัพ แต่รายชื่อที่ถูกหมายหัวว่าจะโดนเขี่ยทิ้งอย่าง ริคาร์โด้ โรดริเกรซ,ซูโซ่,ลูคัส ปาเกต้า,คริสตอฟ เปียเท็ค,ฮาคาน คันฮาโนกลู และฟร้องซ์ เคลซี่ต่างก็ยังขายไม่ออกกันเลยแม้แต่คนเดียว จึงทำให้สื่อแดนมักกะโรนีต่างเชื่อว่ามิลานที่กระเป๋าแห้งอยู่ในเวลานี้ไม่ได้ยื่นขอเสนอให้กับดินาโม ซาเกร็บได้พิจารณาแต่แรกแล้ว

ฟาร์ฟ ซูฮกเรน่ามีอนาคตกับเสือเหลืองหลังประเดิมสนามด้วยวัย17ปี

ฟาร์ฟ

โบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ยังคงเป็นสโมสรที่ไว้ลายเรื่องการสร้างเยาวชนสายเลือดใหม่อยู่เสมอ แม้ในทีมชุดปัจจุบันจะมีดาวรุ่งกระดูกแข็งๆอย่างจาดอน ซานโช่,เออวิ่ง ฮาแลนด์,อัชราฟ ฮาคิมี่ และจูเลี่ยน บรันท์อยู่แล้วก็ตาม ล่าสุด ลูเซียง ฟาร์ฟเปิดตัวดาวรุ่งอย่างโจวานนี่ เรน่าด้วยการส่งประเดิมสนามในศึกบุนเดสลีก้าในเกมที่ดอร์ทมุนด์พลิกนรกกลับมาเอาชนะเอาก์สบวร์กไปได้5-3

เรน่ากองกลางวัย17ปีได้ถูกส่งลงมาเล่นแทนฮอร์เก็น อาซาร์ในนาทีที่72 แล้วดาวรุ่งรายนี้ก็โชว์ฟอมแกร่งได้ตั้งแต่เกมแรกที่ลงสนาม เมื่อเรน่าเป็นจุดเริ่มต้นของการทำประตูแฮตทริกของเออวิ่ง ฮาแลนด์อีกด้วย ซึ่งฟาร์ฟกุนซือดอร์ทมุนด์ได้เอ่ยปากชมเรน่ากับผลงานดังกล่าว “ เราเห็นสัญญาณที่ดีจากจิโอ้(เรียกย่อจากชื่อโจวานนี่) เค้าเล่นได้สุขุมเกินวัย เค้าเก็บบอลในแดนตัวเองแล้วเปลี่ยนจังหวะขึ้นเกมได้อย่างมั่นใจ แถมยังประสานงานกับ(มาร์โก้)รอยส์ และฮาแลนด์ได้อย่างดี ”

“ เค้า(เรน่า)แสดงให้เห็นในระหว่างซ้อมถึงสิ่งที่เหลือเชื่อ จิโอ้มีความมั่นใจอย่างมากเมื่อมีบอลที่เท้า และมักจะตัดสินใจในจังหวะสุดท้ายได้อย่างถูกต้อง ซึ่งมันไม่ใช่เด็กวัย17ปีทุกคนจะมีพัฒนาการถึงระดับนี้ เราตั้งเป้าที่จะให้จิโอ้ขึ้นมาเป็นตัวเลือกในทีมชุดใหญ่ในช่วงครึ่งฤดูกาลที่เหลือ ” ฟาร์ฟเผยถึงความเชื่อมั่นที่มีลูกทีมวัย17ปีรายนี้

ฟาร์ฟ ไม่เร่งโตเรน่าแต่พร้อมเปิดโอกาสให้โชว์ของเรื่อยๆ

แต่กระนั้นลูเซียง ฟาร์ฟก็ยืนยันว่าจะต้องใช้งานโจวานนี่ เรน่าอย่างระมัดระวัง “ เรามีประสบการณ์รับมือกับผู้เล่นอายุน้อยๆมาตลอด เช่น จาดอนที่ตอนนี้ก็สามารถก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักให้เราได้แล้ว ฉะนั้นดอร์ทมุนด์จะค่อยๆทางผลักดันจิโอ้อย่างค่อยเป็นค่อยไป แม้ว่าจะมีของแต่เค้ายังเป็นเพียงเด็กหนุ่มวัย17ปีเท่านั้น เค้าจะได้สนุกกับเกมฟุตบอลของตัวเองโดยไม่รู้สึกกดดันมากจนเกินไป ”

โดยโจวานนี่ เรน่าถูกยกย่องจากวงการลูกหนังเมืองลุงแซมมาพักใหญ่แล้ว เนื่องจากเจ้าตัวคือลูกชายของเคราดิโอ เรน่าอดีตมิดฟิลด์ทีมชาติสหรัฐอเมริกาในยุค90 แล้วเจ้าตัวก็สามารถพาทีมเยาวชนของนิวยอร์คซิตี้ เอฟซีคว้าแชมป์เจนเนเรชั่น อะดิดาสคัพได้ตั้งแต่อายุเพียง14ปีเท่านั้น ผลงานเหล่านี้ก็ทำให้เรน่าได้ย้ายเข้ามาอะคาเดมี่ของโบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ในที่สุด(ด้วยวัย16ปี) พร้อมกับถูกทำนายว่าเจ้าหนูรายนี้จะดำเนินรอยตามความสำเร็จของคริสเตียน พูลิซิชรุ่นพี่ในทีมชาติสหรัฐฯที่เคยแจ้งเกิดภายใต้ยูนิฟอร์มของเสือเหลืองเช่นเดียวกัน