นิวคาสเซิล หวนทาบกามาร่ามิดฟิลด์โอลิมเปียกอสอีกครั้งช่วงปีใหม่

นิวคาสเซิล

แม้ว่าอันดับในตารางของทัพสาลิกาดง “นิวคาสเซิล” จะลอยเหนือโซนตกชั้นอยู่พอสมควร ทว่าสตีฟ บรู๊ซก็ยังไม่อาจวางใจทั้งยังคิดที่จะเสริมทัพอีกครั้งในช่วงเดือนมกราคม โดยพุ่งเป้าไปที่กองกลางของโอลิมเปียกอสอย่างเมดี้ กามาร่า หลังจากที่ได้ส่งทีมงานเฝ้าติดตามฟอร์มของมิดฟิลด์รายนี้มาแล้วพักใหญ่

เมดี้ กามาร่าดาวเตะทีมชาติกินีปัจจุบันเป็นแข้งหลักของโอลิมเปียกอสในลีกกรีซ ทั้งยังมีประสบการลงเล่นในศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกมาแล้ว ทำให้สตีฟ บรู๊ซกุนซือนิวคาสเซิลหวังจะใช้เงินราว12ล้านปอนด์เพื่อดึงตัวมิดฟิลด์วัย22ปีมาช่วยงาน เนื่องจากเมดี้ กามาร่าถนัดการเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวตัดเกมจึงน่าจะช่วยปัดกวาดเกมรุกหน้ากรอบเขตโทษให้กับทีมได้ดียิ่งขึ้น โดยตัวนักเตะลงเล่นให้โอลิมเปียกอสไปแล้ว55นัดยิงได้7ประตูพร้อมทั้งทำทางให้เพื่อนอีก2แอสซิสต์

ปัจจุบันทูนอาร์มี่ใช้งานอิซาค เฮย์เดนลงยืนเป็นมิดฟิลด์ตัวรับแต่ทว่ากองกลางวัย24ปียังทำผลงานได้ไม่น่าประทับใจนัก เพราะนิวคาสเซิลยังคงเสียประตูง่ายอยู่เหมือนเดิม โดยหลังจากผ่านการลงเล่นไป13นัดสาลิกาดงกลับเสียไปถึง20ประตู(เสียประตูเฉลี่ย1.5ประตูต่อนัด) นำพาให้สตีฟ บรู๊ซต้องกลับมาปัดฝุ่นโปรเจกคว้าตัวเมดี้ กามาร่าอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้เจ้าตัวเคยมีข่าวกับนิวคาสเซิลมาแล้วในช่วงปรีซีซั่น

เเฟนบอล นิวคาสเซิล ร่วมกันแซะโจลินตันเล่นคุ้มค่าตัว40ล้านปอนด์หรือไม่

ในขณะที่ผู้จัดการทีมสตีฟ บรู๊ซกำลังวางแผนเรื่องการเสริมทัพ เหล่าแฟนบอลของนิวคาสเซิลก็ได้รวมตัวกันโจมตีผ่านโลกโซเชียลเกี่ยวกับผลงานอันน่าผิดหวังของโจลินตันหัวหอกค่าตัว40ล้านปอนด์ที่เพิ่งจะยิงประตูให้นิวคาสเซิลได้เพียงแค่เม็ดเดียว

ให้หลังความพ่ายแพ้ต่อแอสตัน วิลล่า0-2แฟนบอลนิวคาสเซิลจำนวนมากได้จุดประเด็นเกี่ยวกับผลงานของโจลินตัน “ ฉันสงสัยจริงๆอะไรทำให้สโมสรยอมควักเงิน40ล้านปอนด์เพื่อแลกตัวนายมากันโจลินตัน? ” ทวิตต์จากแฟนบอลรายหนึ่ง

หลังจากนั้นก็ทูนอาร์มี่จำนวนมากแห่กันเข้าไปตอบคอมเมนต์กันอย่างไม่ขาดสาย “ สงสัยเอเยนต์กับสโมสรจะรู้กัน ” คอมเมนต์จากแฟนบอลอีกราย

“ ฉันคิดว่าตัวเลข40ล้านปอนด์น่าจะเป็นเงื่อนไขสูงสุด(ต้องลงเล่นตามจำนวนนัดจะจ่ายเพิ่ม,ยิงประตูได้ตามที่กำหนดไว้จะจ่ายเพิ่ม)จริงๆแล้วนิวคาสเซิลจ่ายออกไปเพียง21ล้านปอน์เท่านั้น ” แฟนบอลอีกรายออกมาช่วยแก้ต่างว่าแท้จริงโจลินตันไม่ได้มีค่าตัวสูงลิบอย่างที่ร่ำลือกัน(40ล้านปอนด์) ”

เลสเตอร์ ย้ำชัดไม่ขายออกนักเตะกินในช่วงปีใหม่อย่างแน่นอน

เลสเตอร์

แม้ว่าเลสเตอร์ ซิตี้จะออกตัวมาตลอดว่าไม่หวังสูงถึงขั้นจะเบียดแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีกกับลิเวอร์พูล แต่ทว่าปัจจุบันทีมจิ้งจอกสยามโชว์ผลงานดีต่อเนื่องจนก้าวขึ้นมารั้งอันดับสองในตารางพรีเมียร์ลีก ทำให้เบรนดอน ร็อดเจอร์สประกาศจุดยืนอีกครั้งว่าจะขอเก็บรักษานักเตะชุดปัจจุบันไว้ใช้งานไปจนกระทั่งจบฤดูกาล

ทัพนักเตะของเลสเตอร์ชุดปัจจุบันอุดมไปด้วยนักเตะฝีเท้าดีหลายคน อาทิ เจมส์ แมดดิสัน,เบน ชิลเวลล์,ชักล่า โซยุนซู และยูริ ตีเลอม็องส์ ซึ่งรายนามเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ได้รับความสนใจจากทีมบิ๊กเนมกันอย่างถ้วนหน้า แต่เบรนดอน ร็อดเจอร์สก็ยืนยันที่จะไม่ปล่อยตัวนักเตะคนสำคัญออกไปจากทีมอีกแล้ว “ ฟอร์มของเรากำลังดีเยี่ยม นักเตะทุกคนต่างมีอารมณ์ร่วมกับสิ่งนี้ ทุกคนมีส่วนสำคัญกับทีมไม่ว่านักเตะคนนั้นจะได้ลงสนามหรือไม่ก็ตาม งานของผมคือรักษาทีมชุดนี้เอาไว้ให้ได้ นี่คือกลุ่มนักเตะที่กลมเกลียวและส่งเสริมกัน ฉะนั้นเลสเตอร์ ซิตี้จะไม่ขายนักเตะในช่วงปีใหม่ ”

เมื่อซีซั่นนี้เลสเตอร์ ซิตี้ได้ปล่อยตัวกองหลังคนสำคัญอย่าง แฮรี่ แม็คไกวร์ออกไปจากทีม(ย้ายไปแมนยูฯ)จนนักวิเคราะห์ลูกหนังต่างปรามาสว่าพวกเค้าอาจต้องกลับไปสู่วังวนของการหนีตกชั้นอีกครั้ง แต่ทว่าเบรนดอน ร็อดเจอร์สกลับสามารถลบคำสบประมาทด้วยการพาทีมจิ้งจอกสยามเกาะกลุ่มหัวตารางได้อย่างน่าประหลาดใจ

โซยุนซูคล้อยตามไม่คิดย้ายขออยู่ช่วย เลสเตอร์ ลุ้นแชมป์พรีเมียร์

เมื่อเจ้านายพูดขนาดนี้แล้วมีหรือลูกน้องจะกล้าแหกคอก ล่าสุดชักล่า โซยุนซู และเอเยนต์ออกมาเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกัน “ โซยุนซูปรับตัวกับชีวิตในอังกฤษได้แล้ว มันทำให้ฟอร์มการเล่นของเค้ากับเลสเตอร์เป็นไปอย่างยอดเยี่ยม ส่วนข่าวการย้ายทีมของโซยุนซูนั้นผมบอกได้เลยว่ามันเป็นเรื่องเหลวไหล เค้าเพิ่งมาเป็นสมาชิกให้เลสเตอร์ ซิตี้ได้เพียงไม่กี่เดือน ยังมีภารกิจที่โซยุนซูต้องจัดการอีกมาก เค้าโฟกัสแค่การทำผลงานให้ดีที่สุดกับเลสเตอร์เท่านั้น ” มุสตาฟา โดกรูเอเยนส์ส่วนตัวของโซยุนซูชี้แจง

ชักล่า โซยุนซูเป็นกองหลังที่ถูกดึงตัวเข้ามาทดแทนแฮรี่ แม็คไกวร์ แล้วทันทีที่ย้ายมาดาวเตะวัย23ปีก็ทำผลงานกับเลสเตอร์ ซิตี้ได้อย่างน่าประทับใจ เมื่อเจ้าตัวช่วยให้ทีมต้นสังกัดเก็บคลีนชีต(ไม่เสียประตู)ได้ถึง6เกม(ลงเล่นไป13เกม) นำพาให้ทั้งแมนซิตี้ และอาร์เซนอลต่างจ้องที่จะซื้อตัวไปใช้งานต่ออีกทอด

ม้าลาย ยังเชื่อมั่นโบนุชชี่จับยืดสัญญาออกไปจนกระทั้งปี2024

ม้าลาย

เลโอนาโด้ โบนุชชี่กองหลังคนสำคัญของยูเวนตุสได้ทำการต่อสัญญากับยูเวนตุสเพิ่มอีกหนึ่งปี ซึ่งจะทำให้ปราการหลังวัย32กะรัตต้องอยู่กับทีมไปจนกระทั่ง30มิถุนายม2024 โดยภายหลังจากการจรดปากกาในสัญญาฉบับใหม่โบนุชชี่ก็ได้กล่าวถึความรู้สึกอันปลาบปลื้ม

“ ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ยูเวนตุสยังเชื่อมั่นในตัวผม เป็นความยินเรื่อยมาที่ได้สวมยูนิฟอร์มลายขาวดำ แต่ผมก็อายุเข้าเลขสามแล้ว ผมยังรู้สึกแข็งแรงดีและอยากช่วยทีมให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ดังนั้นการได้รับสัญญาฉบับใหม่มันเป็นเรื่องพิเศษสำหรับผมอย่างมาก ผมต้องขอขอบคุณบอร์ดบริหาร,ประธานสโมสร และเพื่อนร่วมทีมทุกคน การได้เล่นฟุตบอลดท่ามกลางบุคคลที่ยอดเยี่ยมเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผมต้องการ ดังนั้นรายละเอียดในสัญญาเป็นสิ่งที่ผมไม่ได้สนใจเลย เพียงแค่สโมสรเปิดโอกาสให้ผมก็พร้อมตกลงอยู่แล้ว ” โบนุชชี่ซึ่งปัจจุบันรับหน้าที่เป็นกัปตันทีม(จอร์โจ้ เคียรินี่กัปตันตัวจริงบาดเจ็บยาวยังไม่คืนสนาม)ให้กับเบียงโคเนรี่กล่าวอย่างสบายใจ

ซารี่กุนซือ ม้าลาย สุดมั่นในโบนุชชี่จนทำให้เจ้าตัวทำสถิติเล่นเยอะสุดปีนี้

เมาริซิโอ ซารี่กุนซือคนใหม่ที่เพิ่งก้าวเข้ามาคุมทีมม้าลายให้ความเชื่อมั่นในตัวโบนุชชี่เป็นอย่างมาก ทั้งการมอบหมายให้สวมปลอกแขนกัปตัน และยังใส่ชื่อกองหลังดีกรีทีมชาติอิตาลี่ออกสตาร์ททุกนัด(ทุกรายการ)ในซีซั่นนี้ จนทำให้เลโอนาโด้ โบนุชชี่สะสมเวลาลงสนามสูงสุดในบรรดาผู้เล่นของยูเวนตุส(1,440นาที)

เหตุผลสำคัญอีกหนึ่งประการก็คือเมื่อยูเวนตุสไร้ผู้นำอย่างจอร์โจ้ เคียรินี่ ก็เห็นจะมีเพียงโบนุชชี่เป็นคนเดียวเท่านั้นที่พอจะเป็นพี่ใหญ่ในห้องแต่งตัวได้ เนื่องจากเจ้าตัวอยู่กับทีมมาตั้งแต่ปี2010(เคยย้ายไปเล่นให้มิลานมาหนึ่งฤดูกาลในปี2017)ทั้งยังลงเล่นให้ยูเวนตุสมาแล้วกว่า376เกม จนสะสมถ้วยรางวัลรวมกันมากถึง14รายการ

ทั้งนี้การที่ยูเวนตุสหนุนหลังโบนุชชี่อย่างเต็มที่ยังส่งผลดีต่อทัพอัซซูรี่อีกต่างหาก โดยโบนุชชี่น่าจะมีชื่อเป็นหนึ่งใน23ขุนพลของทีมชาติอิตาลี่ที่จะเดินทางไปลุ้นแชมป์แห่งชาติยุโรป2020อย่างแน่นอนเนื่องจากเจ้าตัวจัดเป็นแข้งมากประสบการณ์คนหนึ่งในแคมป์ทีมชาติจนมีสถานะเป็นกัปตันของทีมชาติอิตาลี่อีกด้วย ซึ่งหากนับจนถึงปัจจุบันโบนุชชี่ลงเล่นให้อิตาลี่ไปแล้วกว่า95นัดยิงได้9ประตู

อังกฤษ แคมป์ระอุสสเตอริ่งน็อตหลุดปรี่เข้าหาเรื่องโจโกเมซ

อังกฤษ

ในเกมที่ลิเวอร์พูลเอาชนะแมนซิตี้ได้3-1นั้น ช่วงท้ายเกมปรากฎว่าราฮีม สเตอริ่ง และโจ โกเมสได้มีปากเสียงกันเล็กน้อยในช่วงท้ายเกม และดูเหมือนปีกตัวจี๊ดของทีมตราเรือใบจะยังคงคาใจกับเหตุการณ์ดังกล่าวจนมีรายงานระบุว่าสเตริ่งได้ก่อเหตุชวนทะเลาะกับโจ โกเมสอีกครั้งในระหว่างการเก็บตัวฝึกซ้อมรับใช้ทีมชาติอังกฤษ

สื่อในอังกฤษได้ออกมาแฉว่าราฮีม สเตอริ่งได้บีบคอทักทายโจ โกเมสทันทีที่ได้เจอกันในแคมป์ทีมชาติ พร้อมทั้งท้าทายว่าดาวเตะรุ่นน้องจะมาทำซ่าไม่ได้อีกแล้วเนื่องจากในแคมป์ทีมชาติไม่ได้มีผู้เล่นลิเวอร์พูลคอยให้ท้ายอีกแล้ว โดยหลังจากข่าวฉาวนี้เล็ดลอดออกมา ทั้งตัวราฮีม สเตอริ่ง และสโมสรแมนเชสเตอร์ซิตี้ต่างก็พร้อมใจกันออกมาแถลงการขอโทษต่อสาธารณะโดยทันที

อย่างไรก็ตามด้านนายใหญ่ทีมชาติอังกฤษ แกเร็ธ เซาธ์เกตได้ตัดสินใจลงโทษราฮีม สเตอริ่งจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ด้วยการแบนออกจากทีมเป็นเวลาหนึ่งเกม นั่นเท่ากับปีกตัวเก่งของแมนซิตี้จะไม่มีชื่อลงเล่นในเกมที่ทีมชาติอังกฤษจะลงดวลกับมอนเตเนโกร แต่สเตริ่งก็จะกลับมาช่วยสิงโตคำรามในเกมถัดไปที่จะต้องแข่งกับโคโซโวนั่นเอง

ราฮีมแถลงผ่านIGเคลียร์ปัญหาใจกับโจโกเมสยันร่วมงานกันต่อในทีมชาติ อังกฤษ ได้

ราฮีม สเตอริ่งที่รู้สึกผิดต่อทุกฝ่ายหลังจากที่ได้บันดาลโทสะใส่เพื่อนร่วมทีมชาติก็ได้ออกมาขอโทษผ่านโลกออนไลน์ “ เกมฟุตบอลเต็มไปด้วยอารมณ์ร่วม และดูเหมือนผมจะใช้อารมณ์กับโจ โกเมสอย่างไม่เหมาะสม ผมรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก ผมได้ขอโทษเค้า(โจ โกเมส)แล้ว รวมถึงผมต้องโทษแฟนบอล,สตาฟฟ์โค้ช และเจ้าหน้าที่ทุกท่าน(ที่เกี่ยวข้องกับทีมชาติอังกฤษ) หลังจากนี้ผมกับโจจะสามารถเล่นร่วมกันได้เหมือนเดิม แม้ผมจะไม่ได้เล่นในเกมวันพฤหัส(อังกฤษแข่งกับมอนเตเนโกร)แต่ผมก็จะขอสนับสนุนทีมในทุกๆด้าน ” สเตอริ่งในวัย24กะรัตโพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรม

นอกจากนี้แกเร็ธ เซาธ์เกตยังหวังให้พี่ใหญ่อย่างจอร์แดน แฮนเดอร์สันเป็นตัวกลางในการที่ช่วยปรับอารมณ์รุ่นน้องทั้งสองคนเนื่องจากกัปตันทีมลิเวอร์พูลนั้นเคยสนิทสนมกับราฮีม สเตอริ่งตั้งแต่ก่อนที่เจ้าตัวจะย้ายมาร่วมทัพเรือใบ และโจ โกเมสก็ถือว่าเป็นรุ่นน้องที่อยู่ในโอวาทของเฮนโด้มาโดยตลอด โดยจอร์แดน แฮนเดอร์สันจะไม่มีชื่อในเกมกับมอนเตเนโกรเช่นเดียวกัน เนื่องจากเจ้าตัวติดโทษแบนโดนพักการแข่งขันเป็นเวลาหนึ่งนัดนั่นเอง

 

โรนัลโด้ คือแรงบันดาลใจให้แข้งม้าลายดูแลสุขภาพดั๊กลาสคอสต้าสารภาพ

โรนัลโด้

ดั๊กลาส คอสต้าปีกจอมพลิ้วของยูเวนตุสได้ออกมาเปิดเผยว่าคริสเตียโน่ โรนัลโด้เป็นคนที่มีสภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์อย่างแท้จริง จนมักจะชอบถอดเสื้อโชว์เรือนร่างอยู่เป็นประจำ และการอวดหุ่นให้เพื่อนร่วมทีมเห็นแบบซ้ำไปซ้ำมาก็เริ่มทำให้นักเตะเบียงโคเนรี่รายอื่นๆหันขึ้นมาฟิตหุ่นกันแล้ว โดยตัวเค้าเองก็ได้รับอิทธิพลเรื่องนี้มาจากดาวยิงชาวโปรตุกีสและเริ่มหันมาควบคุมการรับประทานอาหารมากขึ้น

“ บรรดาสตาฟฟ์ของยูเว่เองพบเจอกับเรื่องประหลาด ทั้งๆที่ไม่มีนโยบายควบคุมอาหารหรือการลดน้ำแต่ภาพรวมของไขมันนักเตะยูเวนตุสอยู่ดีๆก็ลงลงเองซะงั้น ผมคิดว่ามันเป็นเพราะคริสเตียโน่ โรนัลโด้ เค้าเข้ามาสร้างความแตกต่างให้ทีม ทว่าความยอดเยี่ยมมันไม่ได้อยู่เพียงฝีเท้าของเค้าหรอก เค้ามักอยู่ในสนามซ้อมแบบเปลือยท่อนบนพร้อมมัดกล้ามเนื้อที่ดูชวนลงไหล ผมคิดไปเองว่าการได้เห็นร่างกายที่ยอดเยี่ยมของเค้าทำให้นักเตะคนอื่นๆหันมาดูเองตัวเองมากขึ้น มันเป็นฝันร้ายแน่ๆถ้าคุณปล่อยเนื้อปล่อยตัวแล้วซักวันโรนัลโด้ก็ถอดเสื้อเดินเข้ามาคุยกับคุณว่า เฮ้!นั่นกล้ามนายหรอ? ผมเองก็เริ่มหันมาเลือกทานอาหารมากขึ้นพร้อมกับพยายามลดอาหารที่มีไขมัน ” คอสต้าในวัย29ปีกล่าวถึงแรงบันดาลใจจากR7

โรนัลโด้ ยังดูแลร่างกายเต็มร้อยแม้อายุจะ34กะรัตแล้วก็ตาม

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ขึ้นชื่อว่าดูแลร่างกายอย่างดีมาโดยตลอด ทำให้นอกจากเราจะได้เห็นเรือนร่างของเค้าผ่านช่วงถอดเสื้อดีใจหลังทำประตูได้แล้ว อีกหนึ่งบทบาทที่เจ้าตัวก็ไม่เคยห่างหายไปนั่นก็คืองานพรีเซนเตอร์สินค้าต่างๆที่บ่อยครั้งแบรนด์ชั้นนำเหล่านั้นก็มักจะหยิบจับเรือนร่างของดาวยิงทัพฝอยทองขึ้นมาเป็นจุดขาย ซึ่งในปัจจุบันเจ้าตัวมีอายุถึง34ปีแล้วก็ตามทว่าคริสเตียโน่ โรนัลโด้ก็ยังเป็นนักฟุตบอลอันดับหนึ่งที่มีรายได้จากการเป็นพรีเซนเตอร์สินค้าต่างๆ

และสถิติการตรวจวัดไขมันในร่างกายของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ยอดเยี่ยม แม้ว่าเค้าจะมีอายุมากแล้วก็ตาม ซึ่งถือว่าเป็นความยอดเยี่ยมของดาวยิงรายนี้ เมื่อได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เพื่อนๆในทีมยูเวนตุสหันมาฟิตหุ่นไปตามๆกัน โดยดั๊กลาส คอสต้ายังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “ เค้า(คริสเตียโน่ โรนัลโด้)ยังเป็นคนสบายๆ บางครั้งเค้าก็ยังให้คำแนะนำกับเพื่อนๆว่าอาหารอะไรบ้างที่เราควรทาน?ไม่ควรทาน? ไม่ต้องแปลกใจหรอกที่แฟนบอลจะรักเค้า เพราะนักเตะด้วยกันยังหลงรักเค้าเลย เค้าช่างเป็นคนที่ยอดเยี่ยมจริงๆ ”

 

ยูเวนตุส ทุบกระปุก40ล้านยูโรเป็นสินสอดไปสู่ขอฮาแลนด์จากซัลบวร์ก

ยูเวนตุส

 เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์กองหน้าเนื้อหอมแห่งปี2019อาจได้โยกย้ายมาล่าตาข่ายในอิตาลี่ในเร็ววันนี้ เมื่อสื่อในอิตาลี่ยืนยันว่ายูเวนตุสใจปล้ำยอมทุ่มเงินถึง40ล้านยูโรเพื่อภารกิจนี้ โดยเมาริซิโอ ซารี่หมายใจที่จะให้หัวหอกชาวนอร์เวย์เป็นตัวหลักในแผนการระยะยาวเนื่องจากคริสเตียโน่ โรนัลโด้ที่จองพื้นที่นี้อยู่ในปัจจุบันก็มีอายุมากขึ้นทุกที่นั่นเอง

ยูเวนตุส เข้าทางเอเยนต์หวังคว้าตัวฮาแลนด์

แม้ว่ายูเวนตุสจะขึ้นชื่อเรื่องความงกและมักได้นักเตะชั้นดีแบบไร้ค่าตัวเสมอ ทว่าสำหรับในเคสของฮาแลนด์นั้นถือว่าเป็นการพิจารณากรณีพิเศษ เนื่องจากกองหน้าวัย19ปีกำลังเป็นที่หมายตาของทีมชั้นนำทั่วยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่หวังใจให้กุนซือชาวนอร์เวย์ใช้ความเป็นชาตินิยมหว่านล้อมให้ฮาแลนด์ยอมตกลงด้วย จึงทำให้เบียงโคเนรี่หวังจะเดินหมากเข้าทางเอเยนต์ส่วนตัวอย่างมิโร่ ไรโอล่าแม้ว่าการดีลผ่านเอเยนต์จอมแสบ(ไรโอล่าเป็นเอเยนต์ให้นักฟุตบอลดังๆ เช่น ป๊อกบา,ดอนนารุมม่า ขึ้นชื่อเรื่องการเรียกค่าเหนื่อยและรายละเอียดโบนัสต่างๆแบบแสนแพง)จะทำให้มูลค่าการย้ายทีมทะลักไปถึง40ล้านยูโรก็ตาม

ซัลบวร์ก ให้ท่าผีโอกาสยังมีเพราะยังไร้ข้อเสนอเข้ามาให้พิจารณา

เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ยิงไปแล้วถึง22ประตูจากทุกรายการในซีซั่นนี้ แถมผลงานในศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก(ยิงไป6ประตู)ก็เรียกว่าร้อนแรงเป็นอย่างมาก นั่นทำให้ต้นสังกัดอย่าง เรดบลูส์ ซัลบวร์กต้องคอยรับมือกับข่าวการย้ายทีมของดาวยิงรายนี้ในทุกๆสัปดาห์ “ ฮาแลนด์มีข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์ไม่เว้นวัน แต่ข่าวก็เป็นเพียงข่าว มันไม่มีความหมายใดๆเมื่อต้นสังกัดอย่างเรายืนยันตรงนี้ว่ามันยังไม่มีพูดคุยกับทีมไหนทั้งนั้น และไม่มีข้อเสนอใดๆยื่นเข้ามาหาเราเลย ” คริสโตเฟอร์ ฟรอยนด์ผู้อำนวยการกีฬาของซัลบวร์กออกโรงแถลงการณ์เอง

“ ฝีเท้าของฮาแลนด์ในเวลานี้นั้นถือว่ายอดเยี่ยมมากๆ เราอยากให้เค้าอยู่ต่อนั่นคือความตั้งใจของเรา แต่หากมีข้อเสนอในระดับที่เราไม่สามารถปฏิเสธได้เข้ามาให้พิจารณา ผมก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าเราจะรั้งตัวเค้าไว้ได้ เราคงต้องจับตาดูกันต่อไปในช่วงปีใหม่ ” ฟรอยนด์กล่าวทิ้งท้าย ทั้งนี้สาเหตุอีกหนึ่งประการที่ทำให้ฮาแลนด์ต้องย้ายทีมเร็วกว่าที่ควรก็เป็นผลมาจากการที่ เจ้าตัวเพิ่งจะเปลี่ยนเอเยนต์ส่วนตัวมาเป็นมิโร่ ไรโอล่าในซีซั่นนี้นั่นเอง

เปอร์ตี ติงชาก้าพลาดมหันต์ฟันธงยากแล้วที่จะเล่นต่อพรีเมียร์

เปอร์ตี

กรานิต ชาก้ากัปตันจอมหัวร้อนของอาร์เซนอลที่กำลังเผชิญชะตากรรมอันน่ารันทด เมื่อเวลานี้แฟนบอลยังด่ากันไม่หยุดปากเลยหลังจากที่ดาวเตะชาวสวิตซ์ได้แสดงท่าที่ยั่วยุแฟนบอลและยังไปเถียงกับแฟนบอลระหว่างขับรถออกจากสนามในเกมล่าสุด(อาร์เซนอลเสมอคริสตัลพาเลซ2-2) จนรุ่นพี่ในชุดปืนใหญ่อย่างเอ็มมานูเอล เปอร์ตีต้องออกมาให้คำสอนว่าชาก้าควรต้องเรียนรู้ความสำคัญของการเป็นกัปตันทีมให้มากกว่านี้

“ ในฐานะนักฟุตบอลการต้องรับฟังเสียงโห่เสียงวิจารณ์เป็นเรื่องปกติ ยิ่งเมื่อคุณมีปลอกแขนอยู่ด้วยคุณยิ่งต้องยิ่งสงบนิ่งให้มาก โทนี่ อดัมส์ และปาทริค วิเอร่าต่างเคยผ่านช่วงเวลาย่ำแย่ด้วยกันทั้งนั้น แต่สิ่งที่พวกเค้าไม่เคยทำเลยคือหันหลังให้กับเพื่อนร่วมทีม หรือแฟนบอล นี่คือเอกลักษณ์ของลีกอังกฤษ และชาก้าผิดพลาดอย่างแรงที่ไม่ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ ต่อจากนี้มันไม่ใช่แค่แฟนบอลคู่แข่งอีกแล้วที่จะตั้งตัวเป็นศัตรูกับเค้า แต่มันจะเป็นฝันร้ายแม้แต่กับแฟนบอลของอาร์เซนอลเอง ผมมองไม่เห็นทางเลยที่เค้าจะลืมตาอ้าปากในพรีเมียร์ลีกได้อีก ” อดีตมิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศสกล่าวยืนยัน

เปอร์ตี ชี้ชัดชาก้าหมดความชอบธรรมที่จะเป็นกัปตันปืนอีกต่อไป

แม้ว่าอูไน เอเมรี่จะยังสงวนท่าที่ว่าอาจจะยังให้ชาก้ารับตำแหน่งกัปตันทีมอาร์เซนอลต่อไปแต่เปอร์ตีมองว่ายิ่งปล่อยให้ดาวเตะสวิตซ์สวมปลอกแขนต่อผลเสียทั้งหลายจะไปตกอยู่ที่ตัวชาก้าเอง “ เค้าต้องถูกถอดออกจากบทบาทผู้นำสถานเดียว ถ้าอูไนยังกล้าผลักดันชาก้าต่อไปมันจะยิ่งมีแต่แย่ลง ถ้าวันนี้คุณแพ้ในเกมพรุ่งนี้มันก็คือเกมใหม่ แต่กับสถานการณ์นี้มันแตกต่างออกไป เรื่องการยอมรับจากแฟนบอลมันไม่ได้มีโอกาสให้แก้ตัวได้บ่อยๆ ผมว่าคิดว่าเต็มที่ก็คือชาก้ายังได้อยู่กับทีมต่อแต่คงไม่ใช่ตัวหลักอีกต่อไป ”

“ ชาก้าคงได้รับบทเรียนจากเหตุการณ์นี้ มันเป็นส่วนหนึ่งของเกมฟุตบอลและคุณพังมันไปแล้ว สิ่งที่คุณทำได้คือก้มหน้าก้มตาซ้อมให้หนัก ทำผลงานให้ดี มันเป็นทางเดียวที่เค้าจะกลับมาได้ แน่นอนว่ามันไม่ง่าย ถ้าโรบิน ฟาน เพอร์ซี่ หรืออเดบายอร์ยังอยู่ในสนามพร้อมกับชาก้า ยังไงซะเสียงโห่ของชาก้าก็จะดังกว่าพวกเค้าทั้งคู่ เรื่องนี้มันไม่ใช่ว่าผู้จัดการทีมบอกให้คุณเป็นกัปตันต่อ ส่งคุณลงสนามแล้วมันจะจบ ชาก้ากำลังมีปัญหาใหญ่และไม่ว่าใครหน้าไหนก็ช่วยเค้าไม่ได้ทั้งนั้น ” เอ็มมานูเอล เปอร์ตีในวัย49ปีกล่าวอย่างจริงจัง

ปืนใหญ่ ตกต่ำเพราะเลือกกัปตันได้ห่วย!เปอตีต์ด่าไม่เลี้ยง

ปืนใหญ่

ในฐานะที่เคยอยู่ในทีมอาร์เซนอลยุครุ่งเรืองจึงนำพาให้เอ็มมานูเอล เปอตีต์ต้องออกโรงมาตำหนิอูไน เอเมรี่ผู้จัดการทีมคนปัจจุบันที่คัดเลือกนักเตะที่มารับบทบาทผู้นำได้อย่างน่าผิดหวัง พร้อมชำแหล่ะกรานิต ชาก้าว่าเป็นกัปตันที่ไร้ตัวตน และแนะนำให้ดาวเตะชาวสวิตเซอร์แลนด์หัดเรียนรู้การกระตุ้นเพื่อนๆจากนักเตะรุ่นน้องอย่างมัตเตโอ เกนดูชี่

เอ็มมานูเอล เปอตีต์ผู้ซึ่งเคยเป็นคู่ซี้กับปาทริค วิเอร่ากัปตันทีมระดับตำนานของไอ้ปืนใหญ่ได้ออกมาแสดงความรู้สึกต่อกัปตันทีมคนปัจจุบันของอูไน เอเมรี่ “ เหลวแหลก!ถ้าวิเอร่ายังอยู่ในสนามในวันนี้(อาร์เซนอลแพ้เชฟฟิลด์ยูไนเต็ด0-1)เค้าคงด่ากราดเพื่อนร่วมทีมแบบไม่ยั้ง นั่นคือกลไกที่ทำให้อาร์เซนอลเคยก้าวขึ้นมายิ่งใหญ่ แต่คุณดูสิ่งที่กรานิต ชาก้าแสดงออกซิ เค้าหายไปจากเกม นอกจากผลงานในสนามจะพึ่งพาไม่ได้แล้วในแง่ของคาแรกเตอร์เค้าก็ไม่คู่ควรจะเป็นกัปตันทีมเอาซะเลย ผมอยากรู้จังว่ากรานิตอายนักเตะรุ่นน้องอย่างเกนดูซี่ไหม? ผมเห็นมีแต่เกนดูซี่คนเดียวที่แหกปากตะโกนกระตุ้นเพื่อนๆ นักเตะต้องแสดงออกแบบนี้บ้างในบางเวลาโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณสวมปลอกแขน คุณเป็นผู้นำทีม ”

เปอตีต์แย้มเกนดูซี่คือความหวังเดียวในแดนกลาง ปืนใหญ่

ก่อนหน้านี้ไม่นานปาทริซ เอวร่าก็ได้ออกความเห็นนำล่องแล้วว่ามัตเตโอ เกนดูชี่นั้นคู่ควรที่จะได้สวมปลอกแขนกัปตันมากกว่ากรานิต ชาก้าเสียอีก ซึ่งในมุมมองของเปอตีต์แล้วก็เห็นด้วยเช่นกัน “ มัตเตโอ เกนดูชี่พัฒนาขึ้นมากเค้ามีส่วนร่วมกับเกมเยอะ มีความกระตือรือล้นทั้งในเวลามีบอลและไม่มีบอล คาแรกเตอร์เค้าชัดเจนว่าเป็นนักสู้ ไม่แปลกเราที่ใครๆจะเปรียบเทียบเค้ากับกรานิต อูไน เอเมรี่กำลังดื้อดึง(พาดพิงกรณีไม่ใช้งานเมซุต โอซิล)จนอะไรต่อมิอะไรดูผิดที่ผิดทางไปหมด แล้วมันกำลังส่งผลร้ายต่อผลงานในสนามของอาร์เซนอล ” เปอตีต์ในวัย49ปีลงความเห็น

เมื่อครั้งที่อูไน เอเมรี่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นกุนซืออาร์เซนอลใหม่ๆ เปอตีต์ก็ได้เคยออกมาเตือนสโมสรแล้วว่าเทรนเนอร์ชาวสเปนนั้นไม่มีบารมีเพียงพอที่จะผลักดันทีมระดับบิ๊กเนมได้จนล้มเหลวกับปารีส แซงต์ แชร์กแมงมาแล้ว กระทั่งในเวลานี้สิ่งที่อดีตกองกลางทีมชาติฝรั่งเศสเป็นกังวลก็เริ่มจะเป็นไปตามนั้น เมื่อนักเตะใหม่ที่เข้ามาอย่างนิโกล่า เปเป้,ดานี เซบายอส และคีแรน เทียร์นี่ต่างก็ยังเล่นไม่เข้าระบบเสียที ซ้ำร้ายสตาร์ขวัญใจแฟนบอลอย่างเมซุต โอซิลก็โดนกีดกันออกจากทีม แล้วทุกๆข้อแม้ที่กล่าวมาก็กำลังนำพาอาร์เซนอลให้ห่างตำแหน่งท๊อปโฟว์ออกไปเรื่อยๆ จนแฟนบอลส่วนใหญ่เริ่มคล้อยตามเปอตีต์ว่าอูไน เอเมรี่อาจเป็นกุนซือก๊อฟเกรดเอที่ส่งตรงมาจากสเปนก็เป็นได้?

อันเช่ ยันไร้บาดหมางกับประธานนาโปลีรับจะอยู่ต่อจนครบสัญญา

อันเช่

นาโปลีภายใต้การคุมทีมของคาร์โล อันเชลอตติจบด้วยอันดับรองแชมป์กัลโช่เมื่อปีก่อน ทว่าพวกเค้ากลับโดนยูเวนตุสทิ้งห่างถึง11แต้ม ด้วยความห่างของตัวเลขนี้เองที่ทำให้เกิดข่าวลือว่าออเรลิโอ เด ลอเรนติสประธานสโมสรอัตซูร่าเริ่มไม่ปลื้มกับอันเชลอตติ ลามไปถึงว่าอันเชลอตติเองก็ไม่แฮปปี้กับงานนี้จนอยากอำลาทีมเช่นกัน ทว่าในที่สุดกุนซือวัย60กะรัตก็ได้ออกมาปฏิเสธกระแสดราม่าดังกล่าว

“ เรามีความปรารถนาร่วมกันที่นี่ ท่านประธานเองเป็นชาวอัตซูร่าเต็มขั้น พวกเรายังซี้กันเหมือนเดิม ผมพอจะได้ยินเกี่ยวกับข่าวลือมาบ้าง มันถูกอย่างเดียวคือทั้งผมและออเรลิโอต่างไม่มีความสุข เราทั้งคู่เกลียดความล้มเหลว แม้ว่าการได้รองแชมป์ลีกอีตาลี่จะเรียกไม่เต็มปากว่าล้มเหลว แต่เราอยากพาทีมไปให้ไกลกว่านั้น ท่านประธานยังคงวางใจในตัวผม ความเชื่อมั่นนี้เองที่ผลักดันให้ยังคงทำงานของตัวเองต่อไปให้ดีที่สุด ” คาร์โล อันเชลอตติยืนยัน

อันเช่ ยันนาโปลีต้องดวลกับทีมแกร่งๆทั้งนั้นแต่ก็ยังมีดีพอคว้าแชมป์ได้

ณ ปัจจุบันนาโปลีรั้งอันดับ4ในตารางกัลโช่โดยมีแต้มตามหลังจ่าฝูงยูเวนตุสถึง6คะแนน ทว่าคาร์โล อันเชลอตติก็ยังมองโลกในแง่ดีว่าหากลูกทีมของเค้ารักษาฟอร์มการเล่นให้สม่ำเสมอพวกเค้าก็ยังมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จได้ “ นาโปลีเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์ได้อย่างยอดเยี่ยม เราพร้อมสำหรับการต่อสู้ในทุกรายการ แน่นอนมันเป็นงานหนัก แต่นักเตะของผมทุกคนเป็นยอดนักสู้ มันท้าทายอย่างมากแต่เราก็อยากพิสูจน์มัน ไม่ว่าจะเป็นกัลโช่ เซเรีย,โคปาอีตาเรีย หรือยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ”

“ ฟุตบอลยุคใหม่พัฒนาไปมาก มีทั้งVAR อีกทั้งธรุกิจลูกหนังก็กำลังเติบโต สิ่งเหล่านี้ช่วยลดช่องว่างระหว่างทีมใหญ่ลงไป มันไม่มีเกมไหนง่ายอีกต่อไป ทุกๆทีมต่างอยากได้ผลการแข่งขันที่ดี เราไม่ประมาททีมไหนๆได้เลยถึงแม้ว่าเราจะเป็นทีมที่ดีกว่า ผมคิดว่ามาตรฐานของเราพัฒนาไปอีกขั้น และเรามีโอกาสที่จะได้แชมป์อยู่เหมือนกัน เราสู้กับยูเวนตุสได้ดี แม้ตอนนี้เราจะมีแต้มตามหลัง แต่เรายังมีเกมให้เล่น ไม่ต้องสนใจว่าทีมเหนือเรามีกี่แต้ม แค่ชนะไปเรื่อยๆนาโปลีก็จะมีสิทธได้ฉลองเมื่อจบฤดูกาล ” คาร์โล อันเชลอตติพูดทิ้งท้าย โดยสัปดาห์นี้นาโปลีมีคิวเปิดรังสตาดิโอน ซานเปาโลเพื่อต้อนรับการมาเยือนของเวโรน่า

 

ปีศาจเเดง ต่อให้!เดเคอาเดี้ยงจากทีมชาติส่อชวดเฝ้าเสาแดงเดือด

ปีศาจเเดง

ถ้าเปรียบว่าชีวิตคนเรามีช่วงดีร้ายสลับกันไป ชะตากรรมของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเวลานี้ก็คงต้องบอกว่าอยู่ในช่วงปีชง เพราะนอกจากผลงานในสนามจะไม่ได้ดั่งใจแล้ว ในส่วนของนักเตะที่พอจะฝากผีฝากไข้ได้ก็ทะยอยกันล้มเจ็บกันไปทีละคนสองคน จนทำให้นักเตะที่ยังจะพอเหลือให้ใช้งานในเกมศึกแดงเดือดสุดสัปดาห์นี้นั้นจำกัดจำเขี่ยเหลือเกิน ทว่าเคราะห์ซ้ำกรรมซัดเมื่อดาบิด เด เคอานายประตูกัปตันทีมก็มาเจ็บเพิ่มไปอีกคนระหว่างภารกิจทีมชาติส่งผลให้ปีศาจแดงอาจจะต้องรับมือกับลิเวอร์พูลโดยการใช้งานผู้รักษาประตูสำรองอย่าง เซคิโอ โรเมโร่ลงเฝ้าเสาแทน

ดาบิด เด เคอามีอาการบาดเจ็บในระหว่างลงทำศึกยูโร2020รอบคัดเลือก กลุ่มเอฟ โดยเจ้าตัวมีชื่อเป็นผู้รักษาประตูตัวจริงให้ทีมชาติสเปนนัดบุกไปเยือนสวีเดน ทว่าหลังเล่นไปได้เพียง60นาทีก็ต้องเดินโยกเยกออกจากสนามเนื่องจากได้บาดเจ็บจาการเปิดบอลผิดจังหวะ แม้จะยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าผู้รักษาประประตูวัย28ปีบาดเจ็บรุนแรงแค่ไหนแต่ก็นับเป็นข่าวที่ไม่สู้ดีสำหรับโอเล่ กุนน่า โซลชาเนื่องจากก่อนหน้าสตาร์ตัวเก่งอย่างปอล ป๊อกบาก็เพิ่งมีอาการนิ้วเท้าหักจนการันตีว่าจะไม่สามารถลงเล่นในเกมแดงเดือดได้ไปก่อนแล้ว

โซลชาโค้ช ปีศาจเเดง ปวดตับคาดวางแท็กติกรถบัสเพื่อหวังแบ่งแต้มลิเวอร์พูล

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดไม่ชนะใครเลยตลอด5เกมหลังสุดในทุกรายการ ทำให้แฟนบอลปีศาจแดงทั้งหลายตั้งหมายใจว่าหากสามารถเอาชนะคู่ปรับอย่างลิเวอร์พูลในศึกแดงเดือดครั้งนี้ให้ได้ ก็น่าจะเป็นการเติมขวัญกำลังใจให้กับทัพอสูรได้เป็นอย่างดี แต่ดูเหมือนว่าจากรายชื่อผู้เล่นที่บาดเจ็บอย่าง ปอล ป๊อกบา,ฟิล โจนส์,ลุค ชอร์,เอริค ไบญี่,อารอน วาน-บิสซาก้า และดาบิด เด เคอาก็ส่งผลให้ กุนซือใหญ่อย่างโซลชาเน้นให้ปีศาจแดงเล่นแบบรัดกุมเพื่อหวังเพียงไม่แพ้คาบ้าน และคงไม่ได้เห็นผู้เล่นของแมนยูฯเปิดเกมแลกกับลิเวอร์พูลแน่นอน แม้ว่าที่จริงแล้วนี่จะเป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีที่จะต้องเล่นกันแบบเต็มที่ก็ตาม

โอเล่ กุนน่า โซลชากำลังโดนกระแสจากแฟนบอลกดดันหนักหลังจากที่เพิ่งเก็บชัยชนะได้เพียงสองเกมในพรีเมียร์ลีก แต่แม้ว่าทีมจะต้องการชัยชนะมากแค่ไหนก็ตามคงไม่เป็นการดีหากจะไปเปิดเกมรุกเข้าใส่ลิเวอร์พูลในขณะที่สภาพทีมแมนยูฯเองพิกลพิการขนาดนี้ จึงเชื่อว่านายใหญ่ชาวนอร์เวย์จะสั่งให้นักเตะตั้งรับต่ำเพื่อรอเล่นเกมสวนกลับในศึกแดงเดือด 20ต.ค.นี้