อังกฤษ แคมป์ระอุสสเตอริ่งน็อตหลุดปรี่เข้าหาเรื่องโจโกเมซ

อังกฤษ

ในเกมที่ลิเวอร์พูลเอาชนะแมนซิตี้ได้3-1นั้น ช่วงท้ายเกมปรากฎว่าราฮีม สเตอริ่ง และโจ โกเมสได้มีปากเสียงกันเล็กน้อยในช่วงท้ายเกม และดูเหมือนปีกตัวจี๊ดของทีมตราเรือใบจะยังคงคาใจกับเหตุการณ์ดังกล่าวจนมีรายงานระบุว่าสเตริ่งได้ก่อเหตุชวนทะเลาะกับโจ โกเมสอีกครั้งในระหว่างการเก็บตัวฝึกซ้อมรับใช้ทีมชาติอังกฤษ

สื่อในอังกฤษได้ออกมาแฉว่าราฮีม สเตอริ่งได้บีบคอทักทายโจ โกเมสทันทีที่ได้เจอกันในแคมป์ทีมชาติ พร้อมทั้งท้าทายว่าดาวเตะรุ่นน้องจะมาทำซ่าไม่ได้อีกแล้วเนื่องจากในแคมป์ทีมชาติไม่ได้มีผู้เล่นลิเวอร์พูลคอยให้ท้ายอีกแล้ว โดยหลังจากข่าวฉาวนี้เล็ดลอดออกมา ทั้งตัวราฮีม สเตอริ่ง และสโมสรแมนเชสเตอร์ซิตี้ต่างก็พร้อมใจกันออกมาแถลงการขอโทษต่อสาธารณะโดยทันที

อย่างไรก็ตามด้านนายใหญ่ทีมชาติอังกฤษ แกเร็ธ เซาธ์เกตได้ตัดสินใจลงโทษราฮีม สเตอริ่งจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ด้วยการแบนออกจากทีมเป็นเวลาหนึ่งเกม นั่นเท่ากับปีกตัวเก่งของแมนซิตี้จะไม่มีชื่อลงเล่นในเกมที่ทีมชาติอังกฤษจะลงดวลกับมอนเตเนโกร แต่สเตริ่งก็จะกลับมาช่วยสิงโตคำรามในเกมถัดไปที่จะต้องแข่งกับโคโซโวนั่นเอง

ราฮีมแถลงผ่านIGเคลียร์ปัญหาใจกับโจโกเมสยันร่วมงานกันต่อในทีมชาติ อังกฤษ ได้

ราฮีม สเตอริ่งที่รู้สึกผิดต่อทุกฝ่ายหลังจากที่ได้บันดาลโทสะใส่เพื่อนร่วมทีมชาติก็ได้ออกมาขอโทษผ่านโลกออนไลน์ “ เกมฟุตบอลเต็มไปด้วยอารมณ์ร่วม และดูเหมือนผมจะใช้อารมณ์กับโจ โกเมสอย่างไม่เหมาะสม ผมรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก ผมได้ขอโทษเค้า(โจ โกเมส)แล้ว รวมถึงผมต้องโทษแฟนบอล,สตาฟฟ์โค้ช และเจ้าหน้าที่ทุกท่าน(ที่เกี่ยวข้องกับทีมชาติอังกฤษ) หลังจากนี้ผมกับโจจะสามารถเล่นร่วมกันได้เหมือนเดิม แม้ผมจะไม่ได้เล่นในเกมวันพฤหัส(อังกฤษแข่งกับมอนเตเนโกร)แต่ผมก็จะขอสนับสนุนทีมในทุกๆด้าน ” สเตอริ่งในวัย24กะรัตโพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรม

นอกจากนี้แกเร็ธ เซาธ์เกตยังหวังให้พี่ใหญ่อย่างจอร์แดน แฮนเดอร์สันเป็นตัวกลางในการที่ช่วยปรับอารมณ์รุ่นน้องทั้งสองคนเนื่องจากกัปตันทีมลิเวอร์พูลนั้นเคยสนิทสนมกับราฮีม สเตอริ่งตั้งแต่ก่อนที่เจ้าตัวจะย้ายมาร่วมทัพเรือใบ และโจ โกเมสก็ถือว่าเป็นรุ่นน้องที่อยู่ในโอวาทของเฮนโด้มาโดยตลอด โดยจอร์แดน แฮนเดอร์สันจะไม่มีชื่อในเกมกับมอนเตเนโกรเช่นเดียวกัน เนื่องจากเจ้าตัวติดโทษแบนโดนพักการแข่งขันเป็นเวลาหนึ่งนัดนั่นเอง

 

โรนัลโด้ คือแรงบันดาลใจให้แข้งม้าลายดูแลสุขภาพดั๊กลาสคอสต้าสารภาพ

โรนัลโด้

ดั๊กลาส คอสต้าปีกจอมพลิ้วของยูเวนตุสได้ออกมาเปิดเผยว่าคริสเตียโน่ โรนัลโด้เป็นคนที่มีสภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์อย่างแท้จริง จนมักจะชอบถอดเสื้อโชว์เรือนร่างอยู่เป็นประจำ และการอวดหุ่นให้เพื่อนร่วมทีมเห็นแบบซ้ำไปซ้ำมาก็เริ่มทำให้นักเตะเบียงโคเนรี่รายอื่นๆหันขึ้นมาฟิตหุ่นกันแล้ว โดยตัวเค้าเองก็ได้รับอิทธิพลเรื่องนี้มาจากดาวยิงชาวโปรตุกีสและเริ่มหันมาควบคุมการรับประทานอาหารมากขึ้น

“ บรรดาสตาฟฟ์ของยูเว่เองพบเจอกับเรื่องประหลาด ทั้งๆที่ไม่มีนโยบายควบคุมอาหารหรือการลดน้ำแต่ภาพรวมของไขมันนักเตะยูเวนตุสอยู่ดีๆก็ลงลงเองซะงั้น ผมคิดว่ามันเป็นเพราะคริสเตียโน่ โรนัลโด้ เค้าเข้ามาสร้างความแตกต่างให้ทีม ทว่าความยอดเยี่ยมมันไม่ได้อยู่เพียงฝีเท้าของเค้าหรอก เค้ามักอยู่ในสนามซ้อมแบบเปลือยท่อนบนพร้อมมัดกล้ามเนื้อที่ดูชวนลงไหล ผมคิดไปเองว่าการได้เห็นร่างกายที่ยอดเยี่ยมของเค้าทำให้นักเตะคนอื่นๆหันมาดูเองตัวเองมากขึ้น มันเป็นฝันร้ายแน่ๆถ้าคุณปล่อยเนื้อปล่อยตัวแล้วซักวันโรนัลโด้ก็ถอดเสื้อเดินเข้ามาคุยกับคุณว่า เฮ้!นั่นกล้ามนายหรอ? ผมเองก็เริ่มหันมาเลือกทานอาหารมากขึ้นพร้อมกับพยายามลดอาหารที่มีไขมัน ” คอสต้าในวัย29ปีกล่าวถึงแรงบันดาลใจจากR7

โรนัลโด้ ยังดูแลร่างกายเต็มร้อยแม้อายุจะ34กะรัตแล้วก็ตาม

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ขึ้นชื่อว่าดูแลร่างกายอย่างดีมาโดยตลอด ทำให้นอกจากเราจะได้เห็นเรือนร่างของเค้าผ่านช่วงถอดเสื้อดีใจหลังทำประตูได้แล้ว อีกหนึ่งบทบาทที่เจ้าตัวก็ไม่เคยห่างหายไปนั่นก็คืองานพรีเซนเตอร์สินค้าต่างๆที่บ่อยครั้งแบรนด์ชั้นนำเหล่านั้นก็มักจะหยิบจับเรือนร่างของดาวยิงทัพฝอยทองขึ้นมาเป็นจุดขาย ซึ่งในปัจจุบันเจ้าตัวมีอายุถึง34ปีแล้วก็ตามทว่าคริสเตียโน่ โรนัลโด้ก็ยังเป็นนักฟุตบอลอันดับหนึ่งที่มีรายได้จากการเป็นพรีเซนเตอร์สินค้าต่างๆ

และสถิติการตรวจวัดไขมันในร่างกายของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ยอดเยี่ยม แม้ว่าเค้าจะมีอายุมากแล้วก็ตาม ซึ่งถือว่าเป็นความยอดเยี่ยมของดาวยิงรายนี้ เมื่อได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เพื่อนๆในทีมยูเวนตุสหันมาฟิตหุ่นไปตามๆกัน โดยดั๊กลาส คอสต้ายังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “ เค้า(คริสเตียโน่ โรนัลโด้)ยังเป็นคนสบายๆ บางครั้งเค้าก็ยังให้คำแนะนำกับเพื่อนๆว่าอาหารอะไรบ้างที่เราควรทาน?ไม่ควรทาน? ไม่ต้องแปลกใจหรอกที่แฟนบอลจะรักเค้า เพราะนักเตะด้วยกันยังหลงรักเค้าเลย เค้าช่างเป็นคนที่ยอดเยี่ยมจริงๆ ”

 

ยูเวนตุส ทุบกระปุก40ล้านยูโรเป็นสินสอดไปสู่ขอฮาแลนด์จากซัลบวร์ก

ยูเวนตุส

 เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์กองหน้าเนื้อหอมแห่งปี2019อาจได้โยกย้ายมาล่าตาข่ายในอิตาลี่ในเร็ววันนี้ เมื่อสื่อในอิตาลี่ยืนยันว่ายูเวนตุสใจปล้ำยอมทุ่มเงินถึง40ล้านยูโรเพื่อภารกิจนี้ โดยเมาริซิโอ ซารี่หมายใจที่จะให้หัวหอกชาวนอร์เวย์เป็นตัวหลักในแผนการระยะยาวเนื่องจากคริสเตียโน่ โรนัลโด้ที่จองพื้นที่นี้อยู่ในปัจจุบันก็มีอายุมากขึ้นทุกที่นั่นเอง

ยูเวนตุส เข้าทางเอเยนต์หวังคว้าตัวฮาแลนด์

แม้ว่ายูเวนตุสจะขึ้นชื่อเรื่องความงกและมักได้นักเตะชั้นดีแบบไร้ค่าตัวเสมอ ทว่าสำหรับในเคสของฮาแลนด์นั้นถือว่าเป็นการพิจารณากรณีพิเศษ เนื่องจากกองหน้าวัย19ปีกำลังเป็นที่หมายตาของทีมชั้นนำทั่วยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่หวังใจให้กุนซือชาวนอร์เวย์ใช้ความเป็นชาตินิยมหว่านล้อมให้ฮาแลนด์ยอมตกลงด้วย จึงทำให้เบียงโคเนรี่หวังจะเดินหมากเข้าทางเอเยนต์ส่วนตัวอย่างมิโร่ ไรโอล่าแม้ว่าการดีลผ่านเอเยนต์จอมแสบ(ไรโอล่าเป็นเอเยนต์ให้นักฟุตบอลดังๆ เช่น ป๊อกบา,ดอนนารุมม่า ขึ้นชื่อเรื่องการเรียกค่าเหนื่อยและรายละเอียดโบนัสต่างๆแบบแสนแพง)จะทำให้มูลค่าการย้ายทีมทะลักไปถึง40ล้านยูโรก็ตาม

ซัลบวร์ก ให้ท่าผีโอกาสยังมีเพราะยังไร้ข้อเสนอเข้ามาให้พิจารณา

เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ยิงไปแล้วถึง22ประตูจากทุกรายการในซีซั่นนี้ แถมผลงานในศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก(ยิงไป6ประตู)ก็เรียกว่าร้อนแรงเป็นอย่างมาก นั่นทำให้ต้นสังกัดอย่าง เรดบลูส์ ซัลบวร์กต้องคอยรับมือกับข่าวการย้ายทีมของดาวยิงรายนี้ในทุกๆสัปดาห์ “ ฮาแลนด์มีข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์ไม่เว้นวัน แต่ข่าวก็เป็นเพียงข่าว มันไม่มีความหมายใดๆเมื่อต้นสังกัดอย่างเรายืนยันตรงนี้ว่ามันยังไม่มีพูดคุยกับทีมไหนทั้งนั้น และไม่มีข้อเสนอใดๆยื่นเข้ามาหาเราเลย ” คริสโตเฟอร์ ฟรอยนด์ผู้อำนวยการกีฬาของซัลบวร์กออกโรงแถลงการณ์เอง

“ ฝีเท้าของฮาแลนด์ในเวลานี้นั้นถือว่ายอดเยี่ยมมากๆ เราอยากให้เค้าอยู่ต่อนั่นคือความตั้งใจของเรา แต่หากมีข้อเสนอในระดับที่เราไม่สามารถปฏิเสธได้เข้ามาให้พิจารณา ผมก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าเราจะรั้งตัวเค้าไว้ได้ เราคงต้องจับตาดูกันต่อไปในช่วงปีใหม่ ” ฟรอยนด์กล่าวทิ้งท้าย ทั้งนี้สาเหตุอีกหนึ่งประการที่ทำให้ฮาแลนด์ต้องย้ายทีมเร็วกว่าที่ควรก็เป็นผลมาจากการที่ เจ้าตัวเพิ่งจะเปลี่ยนเอเยนต์ส่วนตัวมาเป็นมิโร่ ไรโอล่าในซีซั่นนี้นั่นเอง

เปอร์ตี ติงชาก้าพลาดมหันต์ฟันธงยากแล้วที่จะเล่นต่อพรีเมียร์

เปอร์ตี

กรานิต ชาก้ากัปตันจอมหัวร้อนของอาร์เซนอลที่กำลังเผชิญชะตากรรมอันน่ารันทด เมื่อเวลานี้แฟนบอลยังด่ากันไม่หยุดปากเลยหลังจากที่ดาวเตะชาวสวิตซ์ได้แสดงท่าที่ยั่วยุแฟนบอลและยังไปเถียงกับแฟนบอลระหว่างขับรถออกจากสนามในเกมล่าสุด(อาร์เซนอลเสมอคริสตัลพาเลซ2-2) จนรุ่นพี่ในชุดปืนใหญ่อย่างเอ็มมานูเอล เปอร์ตีต้องออกมาให้คำสอนว่าชาก้าควรต้องเรียนรู้ความสำคัญของการเป็นกัปตันทีมให้มากกว่านี้

“ ในฐานะนักฟุตบอลการต้องรับฟังเสียงโห่เสียงวิจารณ์เป็นเรื่องปกติ ยิ่งเมื่อคุณมีปลอกแขนอยู่ด้วยคุณยิ่งต้องยิ่งสงบนิ่งให้มาก โทนี่ อดัมส์ และปาทริค วิเอร่าต่างเคยผ่านช่วงเวลาย่ำแย่ด้วยกันทั้งนั้น แต่สิ่งที่พวกเค้าไม่เคยทำเลยคือหันหลังให้กับเพื่อนร่วมทีม หรือแฟนบอล นี่คือเอกลักษณ์ของลีกอังกฤษ และชาก้าผิดพลาดอย่างแรงที่ไม่ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ ต่อจากนี้มันไม่ใช่แค่แฟนบอลคู่แข่งอีกแล้วที่จะตั้งตัวเป็นศัตรูกับเค้า แต่มันจะเป็นฝันร้ายแม้แต่กับแฟนบอลของอาร์เซนอลเอง ผมมองไม่เห็นทางเลยที่เค้าจะลืมตาอ้าปากในพรีเมียร์ลีกได้อีก ” อดีตมิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศสกล่าวยืนยัน

เปอร์ตี ชี้ชัดชาก้าหมดความชอบธรรมที่จะเป็นกัปตันปืนอีกต่อไป

แม้ว่าอูไน เอเมรี่จะยังสงวนท่าที่ว่าอาจจะยังให้ชาก้ารับตำแหน่งกัปตันทีมอาร์เซนอลต่อไปแต่เปอร์ตีมองว่ายิ่งปล่อยให้ดาวเตะสวิตซ์สวมปลอกแขนต่อผลเสียทั้งหลายจะไปตกอยู่ที่ตัวชาก้าเอง “ เค้าต้องถูกถอดออกจากบทบาทผู้นำสถานเดียว ถ้าอูไนยังกล้าผลักดันชาก้าต่อไปมันจะยิ่งมีแต่แย่ลง ถ้าวันนี้คุณแพ้ในเกมพรุ่งนี้มันก็คือเกมใหม่ แต่กับสถานการณ์นี้มันแตกต่างออกไป เรื่องการยอมรับจากแฟนบอลมันไม่ได้มีโอกาสให้แก้ตัวได้บ่อยๆ ผมว่าคิดว่าเต็มที่ก็คือชาก้ายังได้อยู่กับทีมต่อแต่คงไม่ใช่ตัวหลักอีกต่อไป ”

“ ชาก้าคงได้รับบทเรียนจากเหตุการณ์นี้ มันเป็นส่วนหนึ่งของเกมฟุตบอลและคุณพังมันไปแล้ว สิ่งที่คุณทำได้คือก้มหน้าก้มตาซ้อมให้หนัก ทำผลงานให้ดี มันเป็นทางเดียวที่เค้าจะกลับมาได้ แน่นอนว่ามันไม่ง่าย ถ้าโรบิน ฟาน เพอร์ซี่ หรืออเดบายอร์ยังอยู่ในสนามพร้อมกับชาก้า ยังไงซะเสียงโห่ของชาก้าก็จะดังกว่าพวกเค้าทั้งคู่ เรื่องนี้มันไม่ใช่ว่าผู้จัดการทีมบอกให้คุณเป็นกัปตันต่อ ส่งคุณลงสนามแล้วมันจะจบ ชาก้ากำลังมีปัญหาใหญ่และไม่ว่าใครหน้าไหนก็ช่วยเค้าไม่ได้ทั้งนั้น ” เอ็มมานูเอล เปอร์ตีในวัย49ปีกล่าวอย่างจริงจัง

ปืนใหญ่ ตกต่ำเพราะเลือกกัปตันได้ห่วย!เปอตีต์ด่าไม่เลี้ยง

ปืนใหญ่

ในฐานะที่เคยอยู่ในทีมอาร์เซนอลยุครุ่งเรืองจึงนำพาให้เอ็มมานูเอล เปอตีต์ต้องออกโรงมาตำหนิอูไน เอเมรี่ผู้จัดการทีมคนปัจจุบันที่คัดเลือกนักเตะที่มารับบทบาทผู้นำได้อย่างน่าผิดหวัง พร้อมชำแหล่ะกรานิต ชาก้าว่าเป็นกัปตันที่ไร้ตัวตน และแนะนำให้ดาวเตะชาวสวิตเซอร์แลนด์หัดเรียนรู้การกระตุ้นเพื่อนๆจากนักเตะรุ่นน้องอย่างมัตเตโอ เกนดูชี่

เอ็มมานูเอล เปอตีต์ผู้ซึ่งเคยเป็นคู่ซี้กับปาทริค วิเอร่ากัปตันทีมระดับตำนานของไอ้ปืนใหญ่ได้ออกมาแสดงความรู้สึกต่อกัปตันทีมคนปัจจุบันของอูไน เอเมรี่ “ เหลวแหลก!ถ้าวิเอร่ายังอยู่ในสนามในวันนี้(อาร์เซนอลแพ้เชฟฟิลด์ยูไนเต็ด0-1)เค้าคงด่ากราดเพื่อนร่วมทีมแบบไม่ยั้ง นั่นคือกลไกที่ทำให้อาร์เซนอลเคยก้าวขึ้นมายิ่งใหญ่ แต่คุณดูสิ่งที่กรานิต ชาก้าแสดงออกซิ เค้าหายไปจากเกม นอกจากผลงานในสนามจะพึ่งพาไม่ได้แล้วในแง่ของคาแรกเตอร์เค้าก็ไม่คู่ควรจะเป็นกัปตันทีมเอาซะเลย ผมอยากรู้จังว่ากรานิตอายนักเตะรุ่นน้องอย่างเกนดูซี่ไหม? ผมเห็นมีแต่เกนดูซี่คนเดียวที่แหกปากตะโกนกระตุ้นเพื่อนๆ นักเตะต้องแสดงออกแบบนี้บ้างในบางเวลาโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณสวมปลอกแขน คุณเป็นผู้นำทีม ”

เปอตีต์แย้มเกนดูซี่คือความหวังเดียวในแดนกลาง ปืนใหญ่

ก่อนหน้านี้ไม่นานปาทริซ เอวร่าก็ได้ออกความเห็นนำล่องแล้วว่ามัตเตโอ เกนดูชี่นั้นคู่ควรที่จะได้สวมปลอกแขนกัปตันมากกว่ากรานิต ชาก้าเสียอีก ซึ่งในมุมมองของเปอตีต์แล้วก็เห็นด้วยเช่นกัน “ มัตเตโอ เกนดูชี่พัฒนาขึ้นมากเค้ามีส่วนร่วมกับเกมเยอะ มีความกระตือรือล้นทั้งในเวลามีบอลและไม่มีบอล คาแรกเตอร์เค้าชัดเจนว่าเป็นนักสู้ ไม่แปลกเราที่ใครๆจะเปรียบเทียบเค้ากับกรานิต อูไน เอเมรี่กำลังดื้อดึง(พาดพิงกรณีไม่ใช้งานเมซุต โอซิล)จนอะไรต่อมิอะไรดูผิดที่ผิดทางไปหมด แล้วมันกำลังส่งผลร้ายต่อผลงานในสนามของอาร์เซนอล ” เปอตีต์ในวัย49ปีลงความเห็น

เมื่อครั้งที่อูไน เอเมรี่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นกุนซืออาร์เซนอลใหม่ๆ เปอตีต์ก็ได้เคยออกมาเตือนสโมสรแล้วว่าเทรนเนอร์ชาวสเปนนั้นไม่มีบารมีเพียงพอที่จะผลักดันทีมระดับบิ๊กเนมได้จนล้มเหลวกับปารีส แซงต์ แชร์กแมงมาแล้ว กระทั่งในเวลานี้สิ่งที่อดีตกองกลางทีมชาติฝรั่งเศสเป็นกังวลก็เริ่มจะเป็นไปตามนั้น เมื่อนักเตะใหม่ที่เข้ามาอย่างนิโกล่า เปเป้,ดานี เซบายอส และคีแรน เทียร์นี่ต่างก็ยังเล่นไม่เข้าระบบเสียที ซ้ำร้ายสตาร์ขวัญใจแฟนบอลอย่างเมซุต โอซิลก็โดนกีดกันออกจากทีม แล้วทุกๆข้อแม้ที่กล่าวมาก็กำลังนำพาอาร์เซนอลให้ห่างตำแหน่งท๊อปโฟว์ออกไปเรื่อยๆ จนแฟนบอลส่วนใหญ่เริ่มคล้อยตามเปอตีต์ว่าอูไน เอเมรี่อาจเป็นกุนซือก๊อฟเกรดเอที่ส่งตรงมาจากสเปนก็เป็นได้?

อันเช่ ยันไร้บาดหมางกับประธานนาโปลีรับจะอยู่ต่อจนครบสัญญา

อันเช่

นาโปลีภายใต้การคุมทีมของคาร์โล อันเชลอตติจบด้วยอันดับรองแชมป์กัลโช่เมื่อปีก่อน ทว่าพวกเค้ากลับโดนยูเวนตุสทิ้งห่างถึง11แต้ม ด้วยความห่างของตัวเลขนี้เองที่ทำให้เกิดข่าวลือว่าออเรลิโอ เด ลอเรนติสประธานสโมสรอัตซูร่าเริ่มไม่ปลื้มกับอันเชลอตติ ลามไปถึงว่าอันเชลอตติเองก็ไม่แฮปปี้กับงานนี้จนอยากอำลาทีมเช่นกัน ทว่าในที่สุดกุนซือวัย60กะรัตก็ได้ออกมาปฏิเสธกระแสดราม่าดังกล่าว

“ เรามีความปรารถนาร่วมกันที่นี่ ท่านประธานเองเป็นชาวอัตซูร่าเต็มขั้น พวกเรายังซี้กันเหมือนเดิม ผมพอจะได้ยินเกี่ยวกับข่าวลือมาบ้าง มันถูกอย่างเดียวคือทั้งผมและออเรลิโอต่างไม่มีความสุข เราทั้งคู่เกลียดความล้มเหลว แม้ว่าการได้รองแชมป์ลีกอีตาลี่จะเรียกไม่เต็มปากว่าล้มเหลว แต่เราอยากพาทีมไปให้ไกลกว่านั้น ท่านประธานยังคงวางใจในตัวผม ความเชื่อมั่นนี้เองที่ผลักดันให้ยังคงทำงานของตัวเองต่อไปให้ดีที่สุด ” คาร์โล อันเชลอตติยืนยัน

อันเช่ ยันนาโปลีต้องดวลกับทีมแกร่งๆทั้งนั้นแต่ก็ยังมีดีพอคว้าแชมป์ได้

ณ ปัจจุบันนาโปลีรั้งอันดับ4ในตารางกัลโช่โดยมีแต้มตามหลังจ่าฝูงยูเวนตุสถึง6คะแนน ทว่าคาร์โล อันเชลอตติก็ยังมองโลกในแง่ดีว่าหากลูกทีมของเค้ารักษาฟอร์มการเล่นให้สม่ำเสมอพวกเค้าก็ยังมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จได้ “ นาโปลีเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์ได้อย่างยอดเยี่ยม เราพร้อมสำหรับการต่อสู้ในทุกรายการ แน่นอนมันเป็นงานหนัก แต่นักเตะของผมทุกคนเป็นยอดนักสู้ มันท้าทายอย่างมากแต่เราก็อยากพิสูจน์มัน ไม่ว่าจะเป็นกัลโช่ เซเรีย,โคปาอีตาเรีย หรือยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ”

“ ฟุตบอลยุคใหม่พัฒนาไปมาก มีทั้งVAR อีกทั้งธรุกิจลูกหนังก็กำลังเติบโต สิ่งเหล่านี้ช่วยลดช่องว่างระหว่างทีมใหญ่ลงไป มันไม่มีเกมไหนง่ายอีกต่อไป ทุกๆทีมต่างอยากได้ผลการแข่งขันที่ดี เราไม่ประมาททีมไหนๆได้เลยถึงแม้ว่าเราจะเป็นทีมที่ดีกว่า ผมคิดว่ามาตรฐานของเราพัฒนาไปอีกขั้น และเรามีโอกาสที่จะได้แชมป์อยู่เหมือนกัน เราสู้กับยูเวนตุสได้ดี แม้ตอนนี้เราจะมีแต้มตามหลัง แต่เรายังมีเกมให้เล่น ไม่ต้องสนใจว่าทีมเหนือเรามีกี่แต้ม แค่ชนะไปเรื่อยๆนาโปลีก็จะมีสิทธได้ฉลองเมื่อจบฤดูกาล ” คาร์โล อันเชลอตติพูดทิ้งท้าย โดยสัปดาห์นี้นาโปลีมีคิวเปิดรังสตาดิโอน ซานเปาโลเพื่อต้อนรับการมาเยือนของเวโรน่า

 

ปีศาจเเดง ต่อให้!เดเคอาเดี้ยงจากทีมชาติส่อชวดเฝ้าเสาแดงเดือด

ปีศาจเเดง

ถ้าเปรียบว่าชีวิตคนเรามีช่วงดีร้ายสลับกันไป ชะตากรรมของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเวลานี้ก็คงต้องบอกว่าอยู่ในช่วงปีชง เพราะนอกจากผลงานในสนามจะไม่ได้ดั่งใจแล้ว ในส่วนของนักเตะที่พอจะฝากผีฝากไข้ได้ก็ทะยอยกันล้มเจ็บกันไปทีละคนสองคน จนทำให้นักเตะที่ยังจะพอเหลือให้ใช้งานในเกมศึกแดงเดือดสุดสัปดาห์นี้นั้นจำกัดจำเขี่ยเหลือเกิน ทว่าเคราะห์ซ้ำกรรมซัดเมื่อดาบิด เด เคอานายประตูกัปตันทีมก็มาเจ็บเพิ่มไปอีกคนระหว่างภารกิจทีมชาติส่งผลให้ปีศาจแดงอาจจะต้องรับมือกับลิเวอร์พูลโดยการใช้งานผู้รักษาประตูสำรองอย่าง เซคิโอ โรเมโร่ลงเฝ้าเสาแทน

ดาบิด เด เคอามีอาการบาดเจ็บในระหว่างลงทำศึกยูโร2020รอบคัดเลือก กลุ่มเอฟ โดยเจ้าตัวมีชื่อเป็นผู้รักษาประตูตัวจริงให้ทีมชาติสเปนนัดบุกไปเยือนสวีเดน ทว่าหลังเล่นไปได้เพียง60นาทีก็ต้องเดินโยกเยกออกจากสนามเนื่องจากได้บาดเจ็บจาการเปิดบอลผิดจังหวะ แม้จะยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าผู้รักษาประประตูวัย28ปีบาดเจ็บรุนแรงแค่ไหนแต่ก็นับเป็นข่าวที่ไม่สู้ดีสำหรับโอเล่ กุนน่า โซลชาเนื่องจากก่อนหน้าสตาร์ตัวเก่งอย่างปอล ป๊อกบาก็เพิ่งมีอาการนิ้วเท้าหักจนการันตีว่าจะไม่สามารถลงเล่นในเกมแดงเดือดได้ไปก่อนแล้ว

โซลชาโค้ช ปีศาจเเดง ปวดตับคาดวางแท็กติกรถบัสเพื่อหวังแบ่งแต้มลิเวอร์พูล

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดไม่ชนะใครเลยตลอด5เกมหลังสุดในทุกรายการ ทำให้แฟนบอลปีศาจแดงทั้งหลายตั้งหมายใจว่าหากสามารถเอาชนะคู่ปรับอย่างลิเวอร์พูลในศึกแดงเดือดครั้งนี้ให้ได้ ก็น่าจะเป็นการเติมขวัญกำลังใจให้กับทัพอสูรได้เป็นอย่างดี แต่ดูเหมือนว่าจากรายชื่อผู้เล่นที่บาดเจ็บอย่าง ปอล ป๊อกบา,ฟิล โจนส์,ลุค ชอร์,เอริค ไบญี่,อารอน วาน-บิสซาก้า และดาบิด เด เคอาก็ส่งผลให้ กุนซือใหญ่อย่างโซลชาเน้นให้ปีศาจแดงเล่นแบบรัดกุมเพื่อหวังเพียงไม่แพ้คาบ้าน และคงไม่ได้เห็นผู้เล่นของแมนยูฯเปิดเกมแลกกับลิเวอร์พูลแน่นอน แม้ว่าที่จริงแล้วนี่จะเป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีที่จะต้องเล่นกันแบบเต็มที่ก็ตาม

โอเล่ กุนน่า โซลชากำลังโดนกระแสจากแฟนบอลกดดันหนักหลังจากที่เพิ่งเก็บชัยชนะได้เพียงสองเกมในพรีเมียร์ลีก แต่แม้ว่าทีมจะต้องการชัยชนะมากแค่ไหนก็ตามคงไม่เป็นการดีหากจะไปเปิดเกมรุกเข้าใส่ลิเวอร์พูลในขณะที่สภาพทีมแมนยูฯเองพิกลพิการขนาดนี้ จึงเชื่อว่านายใหญ่ชาวนอร์เวย์จะสั่งให้นักเตะตั้งรับต่ำเพื่อรอเล่นเกมสวนกลับในศึกแดงเดือด 20ต.ค.นี้

มิลาน หั่นจามเปาโลพ้นกุนซือตามคาดแม้ผลงานล่าสุดจะชนะก็ตามที

มิลาน

หลังจากผลงานของมาร์โค้ จามเปาโลกับปีศาจแดงดำไม่เป็นไปตามเป้าเมื่อพวกเค้าเพิ่งจะมีเพียง9แต้มรั้งอันดับ13ในตารางกัลโช่เท่านั้น แม้ว่าผลงานเกมล่าสุดพวกเค้าจะบุกไปเอาชนะเจนัวมาได้2-1 ทว่าในที่สุดบอร์ดบริหาของมิลานก็ยังตัดสินใจแยกทางกับจามเปาโลอยู่ดี โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากแท็กติกของอดีตกุนซือเอ็มโปลีที่ทำให้ผู้เล่นในถิ่นซานซิโร่สับสนจนผลงานตกต่ำกว่าที่คิดไว้

“ สโมสรเอซิมิลานได้ยุติการทำงานร่วมกับมาร์โค้ จามเปาโลแล้ว เราทุกคนรู้สึกขอบคุณสำหรับความมุ่งมั่นและความเป็นมืออาชีพที่มาร์โค้แสดงออกตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เอซีมิลานของอวยพรให้จามเปาโลจงโชคดี ” ปีศาจแดงดำแห่งอิตาลี่แถลงการณ์ โดยจามเปาโลเพิ่งเข้ามาคุมมิลานในซีซั่นนี้ และเพิ่งจะได้โอกาสคุมทัพเพียง12นัดเท่านั้น(รวมเกมอุ่นเครื่องด้วย)อย่างไรก็ตามมิลานประสบปัญหาทางเงินจนโดนลงโทษห้ามลงแข่งในรายการยูโรป้าลีก จนทำให้ไม่มีงบเสริมทัพจนทำให้ขุมกำลังไม่แข็งแกร่งพอที่จะต่อกรกับทีมยักษ์ใหญ่รายอื่นๆในอิตาลี่ได้

สเตฟาโน่ปิโอลี่เสียบแทนตำแหน่งเทรนเนอร์ มิลาน ตามขาดในทันที

โดยทันทีที่เก้าอี้ผู้จัดการทีมในถิ่นซานซิโร่ว่างลง พวกเค้าก็ได้แต่งตั้ง สเตฟาโน่ ปิโอลี่ เข้ามาทำหน้าที่แทนทันที แม้กุนซือวัย53ปีจะไม่เป็นที่ถูกแกถูกใจของแฟนรอสโซเนรี่มากนักก็ตาม ทว่าอดีตนายใหญ่วีโอล่าก็ยังได้รับสัญญาคุมทีมเป็นเวลา2ปีด้วยกัน และจะได้รับค่าเหนื่อยที่1.5ล้านยูโรต่อซีซั่น

“ มิลานเต็มไปด้วยผู้เล่นคุณภาพ ผมตื่นเต้นที่จะได้จะได้ผลักดันทีมให้กลับมาสู่จุดที่ควรจะเป็น ” ปิโอลี่กล่าวในทันทีหลังจากรับงานใหม่

เมื่อถูกถามถึงผู้เล่นในทีมว่ามีศักยภาพดีพอไหมเจ้านายคนใหม่ของชาวรอสโซเนรี่ก็ได้ตอบกลับอย่างสบายใจ “ ผมคงไม่เปลี่ยนแปลงอะไรกับผู้เล่นหรอก อันดับแรกผมคงต้องขอคุยกับทีมงานและผู้เล่นเสียก่อน ในแง่การทำงานทุกคนควรได้รับการทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป อย่างคริสตอฟ เปียเท็กเค้าพิสูจน์ผลงานมาแล้วว่ามีความเฉียบคม ลูกัส ปาเคต้าเองก็ทำดีในกรอบเขตโทษ สถิติต่างๆบ่งบอกได้ว่าเค้ามีความสม่ำเสมอ หรือซูโซ่ที่สามารถดวลตัวต่อตัวกับผู้เล่นหน้าในก็ได้ในอิตาลี่ได้สบายๆ นั่นเป็นเพียงตัวอย่างที่ผมพูดไว้แต่ยังมีนักเตะพรสวรรค์อีกมากที่นี่(ในทีมมิลาน) ” ปิโอลี่กล่าวอย่างเชื่อมั่น

ดอร์ทมุนด์ แค้นฝังใจแซะโอบารู้สึกดีไหมที่ไม่ได้เล่นยูซีแอล?

ดอร์ทมุนด์

ในเกมฟุตบอลนั้นไม่มีอะไรแน่นอน นักเตะที่วันนี้เป็นขวัญใจของทีมแต่วันเดียวผ่านไปนักเตะคนเดียวกันก็อาจกลายเป็นคนแปลกหน้า หรืออาจกลายเป็นศัตรูคู่แค้นของเหล่าแฟนบอลทีมนั้นๆก็เป็นได้ ฉันใดก็ฉันนั้น ปิแอร์ โอเมริค โอบาเมยองหัวหอกที่เป็นยอดขวัญใจของอาร์เซนอลแต่ในเวลาเดียวกันเค้าก็ยังคงเป็นที่เกลียดชังของแฟนบอลดอร์ทมุนด์ และมันยิ่งชัดเจนขึ้นว่าฝั่งเสือเหลืองยังคงผูกใจเจ็บที่กองหน้าชาวกาบองตัดสินใจอำลาทีมไปอย่างไร้เยื่อใย เมื่อประธานสโมสรของดอร์ทมุนด์ได้ออกมาพูดพาดพิงถึงโอบาเมยองอย่างเจ็บแสบ

“ มีคนบอกผมว่าโอบาเมยองกำลังฟอร์มดีกับอาร์เซนอล มันเป็นเรื่องดีนะที่ได้ยินว่าเค้ากำลังเล่นได้ดี แต่ผมก็อดห่วงไม่ได้ว่าโอบาเมยองจะแฮปปี้จริงๆหรอที่จะได้สัมผัสเกมยูซีแอลผ่านทีวี? เค้าควรเป็นหนึ่งในผู้เล่นในสนามไม่ใช่เป็นได้แค่ผู้ชม แล้วที่น่าห่วงเค้าก็ไม่ได้มาเล่นถ้วยนี้ตั้งหลายปีแล้วแถมอายุอานามของเค้าก็มากขึ้นด้วย มันน่าเสียดายแทนเค้าจริงๆ ” ฮันส์-โยอาคิม วัตซ์เค่ซีอีโอของโบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ให้ความเห็น

วัตซ์เค่ปรามแข้ง ดอร์ทมุนด์ อย่าหิวเงินแต่ควรหิวแชมป์มากกว่า

ในเวลานี้ดอร์ทมุนด์ก็กำลังเข้าสู่วงจรเดิมเมื่อจาดอน ซานโช่ปีกตัวจี๊ดนั้นมีข่าวเชื่อมโยงย้ายทีมแบบรายวัน โดยมีทีมอย่างแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเป็นตัวเต็ง ซึ่งวัตซ์เค่ก็พยายามยกบทเรียนของโอบาเมยองเพื่อส่งสาร์นไปยังเหล่านักเตะของเสือเหลืองทั้งหลายว่าควรพิจารณาให้รอบคอบในการย้ายทีมออกไป เนื่องจากในเวลานี้ทีมของพวกเค้ามีความพร้อมที่จะแย่งแชมป์ในรายการสำคัญๆหลายรายการไม่ว่าจะเป็นศึกบุนเดสลีก้า,เดเอฟเบ โพคาล หรือยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก

“ โลกฟุตบอลยุคนี้หลายๆอย่างขับเคลื่อนด้วยเงิน ในทางกลับกันมันก็ได้ทำลายสเน่ห์หลายๆอย่างของเกมฟุตบอล นักเตะบางคนอาจสนใจแต่เงินในบัญชีจนละเลยความภาคภูมิใจในตราสโมสร มันเป็นบทเรียนสำคัญที่บางคนก็อาจทำพลาด เมื่อคุณได้เป็นนักเตะของเรา(ดอร์ทมุนด์)คุณสามารถเชิดหน้าสู้ได้กับทุกๆทีมในโลก ดอร์ทมุนด์พิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นแล้วว่าเราเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จอย่างดีมาโดยตลอด มันจึงทำให้ผมแปลกใจทุกครั้งที่ได้ยินข่าวว่านักเตะของเราสนใจจะย้ายออก ” ประธานบริหารเสือเหลืองกล่าวทิ้งท้าย

 

ออริเย่ร์ คือเป้าหมายของมิลาน แบ็คขวาตัวอะไหล่ของสเปอร์สมาใช้ต่อ

ออริเย่ร์

ด้วยผลงานในกัลโช่ เซเรียอาที่ยังไม่ค่อยเข้าตาเท่าไหร่ทำให้ปีศาจเเดงดำ(รั้งอันดับ10ในตารางกัลโช่)รับรู้แล้วว่าต้องเสริมทัพอีกขนานใหญ่หากหวังต่อกรเพื่อจบอันดับหัวตารางในอิตาลี่ แล้วมิลานก็หวังจะเริ่มต้นด้วยผู้เล่นในตำแหน่งฟูลแบ๊คอย่างแซร์จ ออริเย่ร์แบ๊คขวาที่ไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนามของสเปอร์ส เนื่องจากตลอดสามซีซั่นที่ผ่านมาดาวเตะทีมชาติไอวอรี่โครสต์เพิ่งจะได้ลงเล่นกับไก่เดือยทองไปเพียง43เกมเท่านั้น

สเปอร์สได้ตัดสินใจปล่อยตัวแบ๊คขวาตัวเก่งอย่างคีแรน ทริปเปียออกไปให้กับแอตเลติโก้ มาดริดซึ่งหลายคนคาดการว่าแซร์จ ออริเย่ร์น่าจะได้สวมบทฟูลแบ๊คตัวจริงเสียที ทว่าเอาเข้าจริงเจ้าตัวก็เพิ่งจะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในเกมพรีเมียร์ลีกเพียงสองเกมเท่านั้น(จากการลงเตะทั้งหมด6เกม) ทำให้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าแบ๊คขวาวัย26ปีจะยังอยู่ในแผนการทำทีมของเมาริซิโอ โปรเชตติโน่หรือไม่ โดยมิลานหมายใจจะขอยืมตัวออริเยร์ไปใช้ก่อนพร้อมเงื่อนไขซื้อขาดตอนสิ้นสุดฤดูกาล

ออริเย่ร์ เล่นแบบไร้วินัยแดนนี่มิลล์ชี้ไก่ใช้ต่ออาจพังกว่านี้

แซร์จ ออริเย่ร์เคยถูกยกย่องว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นแบ๊คขวาเบอร์ต้นๆของยุโรป ทว่าดูเหมือนปัจจุบันเจ้าตัวก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ตัวเองได้ว่าคู่ควรกับคำชื่นชมดังกล่าว ซึ่งแดนนี่ มิลส์อดีตฟูลแบ๊คตัวเก่งของพรีเมียร์ลีกก็ได้ออกโรงสนับสนุนสเปอร์สให้ดร็อปแบ๊คขวารายนี้ไว้ที่ข้างสนามต่อไป “ นับตั้งแต่ทริปเปียจากไปพื้นที่เกมรับฝั่งขวาของสเปอร์สก็กลายเป็นจุดอ่อน ยิ่งการให้ออริเยร์ลงเล่นในตำแหน่งแบ๊คขวามันยิ่งเลวร้าย เค้าเล่นอย่างทรงพลังในเกมทีมชาติ แต่เราไม่เห็นอะไรแบบนั้นกับสเปอร์สเลย เค้าไม่มีสมาธิกับเกมรับ เอาแต่จ้องจะเติมเกมรุกอย่างเดียว แล้วพื้นที่ของเค้าก็กลายเป็นจุดอ่อนให้คู่แข่งคอยเจาะได้แบบง่ายๆ ”

“ ถ้าเทียบกับแบ๊คขวาทีมอื่นๆอย่าง เทรนด์-อาโนลด์(ลิเวอร์พูล),ไคล์ วอคเกอร์(แมนฯซิตี้)หรือแม้แต่เบเยริน(อาร์เซนอล) ถือว่าออริเยร์ยังเป็นรองรายชื่อเหล่านี้อยู่มาก มันแง่ทักษะ และพละกำลังเค้าอาจจะไม่เป็นรอง แต่เค้าไม่สม่ำเสมอพอ เค้าอาจจะมีเกมที่ดีซักเกมหนึ่งจากนั้นเค้าก็จะออกทะเลไปอีกหลายเกม มันชัดเจนว่าทำไมโปรเชตติโน่จึงไม่ค่อยใช้งานเค้า ไม่งั้นผลงานของสเปอร์สคงย่ำแย่กว่าที่เห็น ” อดีตดาวเตะของลีดส์ยูไนเต็ดยุคเฟื่องฟูเตือนไก่เดือยทองด้วยความหวังดี และมีความเป็นไปได้ไม่น้อยที่สเปอร์สอาจปล่อยตัวออริเย่ร์ให้กับมิลานในช่วงปีใหม่ก็เป็นได้