ออริเย่ร์ คือเป้าหมายของมิลาน แบ็คขวาตัวอะไหล่ของสเปอร์สมาใช้ต่อ

ออริเย่ร์

ด้วยผลงานในกัลโช่ เซเรียอาที่ยังไม่ค่อยเข้าตาเท่าไหร่ทำให้ปีศาจเเดงดำ(รั้งอันดับ10ในตารางกัลโช่)รับรู้แล้วว่าต้องเสริมทัพอีกขนานใหญ่หากหวังต่อกรเพื่อจบอันดับหัวตารางในอิตาลี่ แล้วมิลานก็หวังจะเริ่มต้นด้วยผู้เล่นในตำแหน่งฟูลแบ๊คอย่างแซร์จ ออริเย่ร์แบ๊คขวาที่ไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนามของสเปอร์ส เนื่องจากตลอดสามซีซั่นที่ผ่านมาดาวเตะทีมชาติไอวอรี่โครสต์เพิ่งจะได้ลงเล่นกับไก่เดือยทองไปเพียง43เกมเท่านั้น

สเปอร์สได้ตัดสินใจปล่อยตัวแบ๊คขวาตัวเก่งอย่างคีแรน ทริปเปียออกไปให้กับแอตเลติโก้ มาดริดซึ่งหลายคนคาดการว่าแซร์จ ออริเย่ร์น่าจะได้สวมบทฟูลแบ๊คตัวจริงเสียที ทว่าเอาเข้าจริงเจ้าตัวก็เพิ่งจะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในเกมพรีเมียร์ลีกเพียงสองเกมเท่านั้น(จากการลงเตะทั้งหมด6เกม) ทำให้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าแบ๊คขวาวัย26ปีจะยังอยู่ในแผนการทำทีมของเมาริซิโอ โปรเชตติโน่หรือไม่ โดยมิลานหมายใจจะขอยืมตัวออริเยร์ไปใช้ก่อนพร้อมเงื่อนไขซื้อขาดตอนสิ้นสุดฤดูกาล

ออริเย่ร์ เล่นแบบไร้วินัยแดนนี่มิลล์ชี้ไก่ใช้ต่ออาจพังกว่านี้

แซร์จ ออริเย่ร์เคยถูกยกย่องว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นแบ๊คขวาเบอร์ต้นๆของยุโรป ทว่าดูเหมือนปัจจุบันเจ้าตัวก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ตัวเองได้ว่าคู่ควรกับคำชื่นชมดังกล่าว ซึ่งแดนนี่ มิลส์อดีตฟูลแบ๊คตัวเก่งของพรีเมียร์ลีกก็ได้ออกโรงสนับสนุนสเปอร์สให้ดร็อปแบ๊คขวารายนี้ไว้ที่ข้างสนามต่อไป “ นับตั้งแต่ทริปเปียจากไปพื้นที่เกมรับฝั่งขวาของสเปอร์สก็กลายเป็นจุดอ่อน ยิ่งการให้ออริเยร์ลงเล่นในตำแหน่งแบ๊คขวามันยิ่งเลวร้าย เค้าเล่นอย่างทรงพลังในเกมทีมชาติ แต่เราไม่เห็นอะไรแบบนั้นกับสเปอร์สเลย เค้าไม่มีสมาธิกับเกมรับ เอาแต่จ้องจะเติมเกมรุกอย่างเดียว แล้วพื้นที่ของเค้าก็กลายเป็นจุดอ่อนให้คู่แข่งคอยเจาะได้แบบง่ายๆ ”

“ ถ้าเทียบกับแบ๊คขวาทีมอื่นๆอย่าง เทรนด์-อาโนลด์(ลิเวอร์พูล),ไคล์ วอคเกอร์(แมนฯซิตี้)หรือแม้แต่เบเยริน(อาร์เซนอล) ถือว่าออริเยร์ยังเป็นรองรายชื่อเหล่านี้อยู่มาก มันแง่ทักษะ และพละกำลังเค้าอาจจะไม่เป็นรอง แต่เค้าไม่สม่ำเสมอพอ เค้าอาจจะมีเกมที่ดีซักเกมหนึ่งจากนั้นเค้าก็จะออกทะเลไปอีกหลายเกม มันชัดเจนว่าทำไมโปรเชตติโน่จึงไม่ค่อยใช้งานเค้า ไม่งั้นผลงานของสเปอร์สคงย่ำแย่กว่าที่เห็น ” อดีตดาวเตะของลีดส์ยูไนเต็ดยุคเฟื่องฟูเตือนไก่เดือยทองด้วยความหวังดี และมีความเป็นไปได้ไม่น้อยที่สเปอร์สอาจปล่อยตัวออริเย่ร์ให้กับมิลานในช่วงปีใหม่ก็เป็นได้

 

แมนซิตี้ &VAR&สถิติจากเกมดวลสเปอร์สกวาร์ดิโอล่ายังคงยิ้มได้?

แมนซิตี้

พรีเมียร์ลีกเพิ่งจะเดินทางเข้าสู่โปรแกรมนัดที่สองมันเร็วเกินไปไหมที่มีอย่างแมนซิตี้และสเปอร์สต้องมาดวลกัน จะช้าหรือเร็วก็ตาม แต่ที่แน่ๆเหล่าลูกรักของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า(เทรนเนอร์แมนเชสเตอร์ซิตี้)ทำแต้มหล่นจากแม็ตซ์นี้ไปแล้วสองคะแนน ทั้งยังเป็นความเจ็บช้ำที่มาจากเทคโนโลยีVARเป็นคำรบสอง หลังจากพวกเค้าเคยถูกปฏิเสธประตูในการดวลกับไก่เดือยทองจากการรีเพลย์ภาพช้าของเทคโลยีดังกล่าวจนเป็นเหตุให้ตกรอบในศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกเมื่อซีซั่นก่อน

กระนั้นสื่อในอังกฤษก็ยังชี้ว่าประสิทธิภาพของทีมตราเรือใบนั้นดุดันอย่างน่าพิศวง จนทำนายว่าปีนี้หนังจะฉายวนซ้ำที่แชมป์พรีเมียร์ลีกก็คงไม่พ้นมือเป๊ปอีกครั้ง นั่นมาจากสถิติการสร้างโอกาสยิงประตูของแมนซิตี้ที่มากกว่าสเปอร์ถึงสิบเท่า(30/3) รวมถึงโอกาสสัมผัสบอลในกรอบเขตโทษสเปอร์สที่สูงถึง52ครั้ง มันมากมายเหลือเกิน แต่คำถามที่น่าสนใจสถิติที่ขี่กันชนิดห่างชั้นนี้ ทำไมจึงลงเอยด้วยการแบ่งแต้ม นี่เป็นสัญญาณที่ดีหรือร้ายกันแน่สำหรับโครตกุนซืออย่างเป๊ป กวาร์ดิโอล่า

แมนซิตี้ ครองบอลเยอะกว่าไม่ได้แปลว่าชนะ เซอร์อเล็กเคยให้บทเรียนกับอาร์เซนอลมาเเล้ว

เหมือนหลายสิบปีก่อนเมื่อครั้งที่อาร์เซนอลก้าวขึ้นมาท้าทายบารมีของแมนยู ทีมปืนใหญ่ภายใต้การทำทีมของอาร์แซน เวนเกอร์ก็เคยใช้ฟุตบอลในสไตล์ที่เน้นการต่อบอล(แต่เพรซซิ่งไม่ดุเท่าแมนซิตี้) แม้ในช่วงแรกบอลสไตล์นี้จะสร้างปัญหาให้กับเซอร์อเล็ก เฟอร์กูสันเป็นอย่างมาก ทว่าเพียงไม่นานเมื่อกุนซือชาวสก็อตจับจุดได้การต่อบอลที่สวยงามของอาร์เซนอลก็โดนทำลายในอีกไม่กี่ปีต่อมา โดยนักเตะปีศาจยุคนั้นยืนยันว่าเฟอร์กี้มีแนวคิดว่ายิ่งครองบอลมากก็ยิ่งมีโอกาสผิดพลาดมากเช่นกัน ฉะนั้นแมนยูก็ใช้สูตรเกลือจิ้มเกลือนี้ในการทำลายเกมของคู่แข่ง ซึ่งมีความเป็นไปได้เหมือนกันว่าการครองแบบชนิดมากเกินจำเป็นของทีมเรือใบอาจไม่ใช่สูตรสำเร็จที่จะนำทีมไปสู่การเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยที่สาม

การได้จับบอลในเขตโทษถึง52ครั้งแต่แปลเป็นสกอร์ได้เพียงสองลูกแท้จริงแล้วนี่คือลางบอกเหตุไปยังทีมตราเรือใบแล้วว่าพวกเค้าอาจกำลังหมกหมุ่นกับสไตล์บอลเฉพาะตัวมากจนเกินไป โดยก่อนหน้าหลุยส์ ฟาลกัลก็เคยออกมาตำหนิเป๊ปเช่นกันว่าไม่ทำการบ้านกับทีมคู่แข่งและยังใช้ยุทธวิธีแบบเดิมๆในการเข้าทำ ซึ่งใช้ไม่ได้กับการต่อสู้ในเวทียุโรปจนทำให้นายใหญ่ชาวสเปนไม่เคยได้ชูถ้วยUCLอีกเลยนับตั้งแต่แยกทางกับบาร์เซโลน่าในปี2012 และตอนนี้สเปอร์สก็แสดงให้เห็นเป็นตัวอย่างแล้วว่าพวกเค้าสู้กับแมนซิตี้ได้สบายแถมยังถีบทีมของเป๊ปหล่นจากตำแหน่งจ่าฝูงอีกต่างหาก