เสือใต้ แฉเป๊ปเคยมีไอเดียแปลกสุดอยากให้นอยเออร์คุมแดนกลาง

เสือใต้

แม้ว่าปีนี้เป๊ป กวาร์ดิโอล่าจะเสียเหลี่ยมในการชิงถ้วยพรีเมียร์ลีก ด้วยความพ่ายแพ้ต่อเจอร์เกน คล็อปป์อย่างหมดรูป แต่ถึงอย่างไรเทรนเนอร์ชาวสเปนก็ยังขึ้นชื่อว่าเป็นกุนซือที่มีมุมมอง และไอเดียการทำทีมที่สุดล้ำไม่ซ้ำใคร โดยคาร์ล ไฮน์ รุมเมนิเก้คนใหญ่คนโตของวงการลูกหนังเยอรมันได้ออกมาเปิดเผยว่ากวาร์ดิโอล่าเคยมีความคิดที่จะใช้ผู้รักษาประตูจอมหนึบอย่างมานูเอล นอยเออร์ขึ้นมายืนเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางให้กับบาเยิร์นมิวนิคเลยทีเดียว

มานูเอล นอยเออร์นายด่านเสือใต้ชาวเยอรมันได้รับการยอมรับว่าอ่านเกมได้ดี และใช้เท้าเล่นบอลได้อย่างชำนาญไม่เป็นรองใคร ซึ่งเครดิตส่วนนี้ทำให้กวาร์ดิโอล่าที่ครั้งหนึ่งเคยร่วมงานกับเป๊ปในถิ่นอารีอันซ์ อารีน่าอยากลองใช้งานผู้รักษาประตูอย่างนอยเออร์ในตำแหน่งอื่นดูบ้าง “ พวกเราทุกคนอุ่นใจยามที่เห็นมานูเอลยืนตระหง่านในกรอบเขตโทษ เค้าไม่ได้มีเพียงปฏิกิริยาการป้องกันประตูที่ยอดเยี่ยมเท่านั้น แต่มานูเอลยังวางบอลได้อย่างแม่นยำ มิติการเล่นของเค้าเป็นมากกว่าผู้รักษาประตูทั่วไป เค้าสามารถวางบอลไปในพื้นที่ว่างได้ดั่งใจ และสามารถออกมาเล่นนอกกรอบเขตโทษได้อย่างมั่นใจ เรื่องนี้แม้แต่กวาร์ดิโอล่าก็ยังทึ่ง เค้าเคยพยายามผลักดันให้มานูเอลได้ลองยืนเป็นมิดฟิลด์ด้วยซ้ำ ผมไม่ได้ล้อเล่นมันคือความตั้งใจของเค้าจริงๆ ” คาร์ล ไฮน์ รุมเมริเก้ประธานบริหารของบาเยิร์นมิวนิคยืนยัน

เป๊ปเอาคืน เสือใต้ แสบสุดขอทาบเลวานดอฟสกี้เติมกระสุนปีหน้า

แม้ว่าจะเคยร่วมงานกันมาก่อนแต่ดูเหมือนเป๊ป กวาร์ดิโอล่าจะไม่ค่อยไว้หน้าทีมเก่าอย่างบาเยิร์น มิวนิคซักเท่าไหร่ เมื่อมีข่าวนำล่องมาแล้วว่าในช่วงซัมเมอร์หน้า กวาร์ดิโอล่าจะเดินหน้าล่าตัวโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้อย่างจริงจังเสียที

แมนเชสเตอร์ซิตี้ทำผลงานได้ไม่สดใสนักในปีนี้ จนทำให้น่าจะหมดลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างเต็มตัวไปแล้ว(โดนลิเวอร์พูลทิ้งห่าง22คะแนน)เป็นเหตุให้กวาร์ดิโอล่าน่าจะต้องทำการเสริมทัพครั้งใหญ่ในช่วงซัมเมอร์ และโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ก็คือเป้าหมายอันดับต้นๆ เนื่องจากทีมตราเรือใบต้องการตัวจบสกอร์ที่ไว้ใจได้เข้ามาสลับสับเปลี่ยนกับกุน อเกวโร่ที่ดูจะเจ็บง่ายเสียเหลือเกิน โดยทีมตราเรือใบหวังจะใช้เรลอย ซาเน่เป็นตัวล่อให้บาเยิร์น มิวนิคยอมปล่อยตัวเลวานดอฟสกี้ให้ เนื่องจากทีมแชมป์เก่าบุนเดสลีก้าเองก็ปรารถนาที่จะได้ตัวซาเน่อยู่แล้วนั่นเอง

 

แฟนันดินโญ่ ใจฝ่อกลัวเน้นUCLอาจทำเรือหลุดท็อปโฟร์เลยก็ได้

แฟนันดินโญ่

หลังจากปีนี้แมนซิตี้ฟอร์มไม่แจ่มเหมือนเคย แถมแพ้ไปแล้วถึง6เกมในพรีเมียร์ลีกก็เริ่มทำให้แฟนันดินโญ่ต้องออกมากระตุ้นเพื่อนๆให้กลับมามุ่งมั่นอีกครั้ง พร้อมขู่ไปในตัวว่าหากย่ามใจทีมตราเรือใบอาจประสบเคราะห์กรรมถึงขึ้นหลุดท็อปโฟร์เลยทีเดียว

แมนซิตี้เพิ่งจะบุกไปแพ้สเปอร์สมา0-2 ทั้งที่รูปเกมพวกเค้าเหนือกว่ามาก จนกัปตันทีมแฟนันดินโญ่ชักเป็นกังวลเกี่ยวกับผลงานของทีมในระยะยาว “ เราแพ้สเปอร์สแบบสุดช็อค เราไม่ได้เล่นแย่ บางคนบอกว่าซิตี้ควรหันไปเน้นถ้วยอื่นแบบไม่ต้องเน้นพรีเมียร์ลีก แต่สำหรับผมไม่เห็นด้วย สเปอร์สทำให้เราเห็นแล้วว่าทีมอื่นๆพวกเค้าก็อยากเก็บแต้มด้วยกันทั้งนั้น ซิตี้ไม่สามารถสบายใจกับเรื่องนี้ได้ เราก็ยังคงต้องมีสมาธิกับเกมในลีก เพราะโควต้าแชมเปี้ยนส์ลีกเป็นสิ่งที่เราจะพลาดไม่ได้เช่นเดียวกัน ”

แฟนันดินโญ่ กล่าวถึงเเม้เราจะเน้นบอลถ้วยเเต่ก็ต้องยังรักษามาตรฐานของทีมไว้

“ เราทำได้แค่เก็บแต้มที่เหลือให้มากที่สุดเรื่องแชมป์พรีเมียร์ลีกเราจะไม่พูดถึงมัน แน่นอนซิตี้ต้องการเน้นรายการบอลถ้วยที่เหลือทั้งคาราบาวคัพ,เอฟเอคัพ และยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก แต่ถึงกระนั้นเราก็ยังจำเป็นต้องรักษามาตรฐานของเราเอาไว้ แมนเชสเตอร์ซิตี้คือทีมระดับท็อป เอกลักษณ์ของเรายังคงเป็นการเสพย์ติดความสำเร็จ และชัยชนะ ” มิดฟิลด์วัย34ปีกล่าวอย่างไว้ลาย

เป๊ป หมดมุกโบ้ยพรีเมียร์ลีกไม่ชอบใจนักที่หงส์นำจ่าฝูงขาดลอย

เป๊ป กวาร์ดิโอล่าที่เสียเชิงโดนลิเวอร์พูลทำแต้มทิ้งห่างไปถึง22คะแนนเริ่มออกลูกงอแงเมื่อได้กล่าวพาดพิงให้ผู้จัดการแข่งขันพรีเมียร์ลีกออกมาไซโคทีมหงส์แดงบ้างที่ทำให้การลุ้มแชมป์ในซีซั่นนี้หมดสนุกก่อนเวลาอันควร “ ผมเองเคยพาซิตี้คว้าแชมป์ด้วยการมี100แต้มทิ้งห่างทีมอันดับสอง19คะแนน แล้วพรีเมียร์ลีกก็ออกมาบอกว่าไม่ชอบใจที่เราทำให้การลุ้นแชมป์ไม่สนุก แต่สิ่งที่เจอร์เกน คล็อปป์ทำในปีนี้มันหนักหนากว่าเคสของเราอีก ทำไมลิเวอร์พูลไม่โดยไซโคแบบเราบ้าง ”

“ เราต้องยอมรับในความยอดเยี่ยมของลิเวอร์พูล เป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะตามพวกเค้าทัน พวกเค้าสร้างมาตรฐานใหม่ ไม่มีอะไรจะหยุดพวกเค้าได้เลย แน่นอนว่าเรายังไม่ถอดใจในบอลถ้วยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในแชมเปี้ยนส์ลีก ”

พร้อมกันนั้นเป๊ปยังได้เอ่ยปากอีกว่าจะไม่มีการล้างบางทีมตราเรือใบในช่วงซัมเมอร์นี้อย่างแน่นอน “ ซิตี้ไม่จำเป็นต้องสร้างทีมใหม่ เรามีขุมกำลังที่ดีพร้อมอยู่แล้ว เพียงแต่เราต้องแข็งแกร่งกว่านี้ นี่ยังไม่ใช่มาตรฐานของเรา งานของผมคือต้องหาทางกระตุ้นทีมให้กลับมาสู่จุดที่เราควรจะเป็นให้ได้ ”

แมนซิตี้ &VAR&สถิติจากเกมดวลสเปอร์สกวาร์ดิโอล่ายังคงยิ้มได้?

แมนซิตี้

พรีเมียร์ลีกเพิ่งจะเดินทางเข้าสู่โปรแกรมนัดที่สองมันเร็วเกินไปไหมที่มีอย่างแมนซิตี้และสเปอร์สต้องมาดวลกัน จะช้าหรือเร็วก็ตาม แต่ที่แน่ๆเหล่าลูกรักของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า(เทรนเนอร์แมนเชสเตอร์ซิตี้)ทำแต้มหล่นจากแม็ตซ์นี้ไปแล้วสองคะแนน ทั้งยังเป็นความเจ็บช้ำที่มาจากเทคโนโลยีVARเป็นคำรบสอง หลังจากพวกเค้าเคยถูกปฏิเสธประตูในการดวลกับไก่เดือยทองจากการรีเพลย์ภาพช้าของเทคโลยีดังกล่าวจนเป็นเหตุให้ตกรอบในศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกเมื่อซีซั่นก่อน

กระนั้นสื่อในอังกฤษก็ยังชี้ว่าประสิทธิภาพของทีมตราเรือใบนั้นดุดันอย่างน่าพิศวง จนทำนายว่าปีนี้หนังจะฉายวนซ้ำที่แชมป์พรีเมียร์ลีกก็คงไม่พ้นมือเป๊ปอีกครั้ง นั่นมาจากสถิติการสร้างโอกาสยิงประตูของแมนซิตี้ที่มากกว่าสเปอร์ถึงสิบเท่า(30/3) รวมถึงโอกาสสัมผัสบอลในกรอบเขตโทษสเปอร์สที่สูงถึง52ครั้ง มันมากมายเหลือเกิน แต่คำถามที่น่าสนใจสถิติที่ขี่กันชนิดห่างชั้นนี้ ทำไมจึงลงเอยด้วยการแบ่งแต้ม นี่เป็นสัญญาณที่ดีหรือร้ายกันแน่สำหรับโครตกุนซืออย่างเป๊ป กวาร์ดิโอล่า

แมนซิตี้ ครองบอลเยอะกว่าไม่ได้แปลว่าชนะ เซอร์อเล็กเคยให้บทเรียนกับอาร์เซนอลมาเเล้ว

เหมือนหลายสิบปีก่อนเมื่อครั้งที่อาร์เซนอลก้าวขึ้นมาท้าทายบารมีของแมนยู ทีมปืนใหญ่ภายใต้การทำทีมของอาร์แซน เวนเกอร์ก็เคยใช้ฟุตบอลในสไตล์ที่เน้นการต่อบอล(แต่เพรซซิ่งไม่ดุเท่าแมนซิตี้) แม้ในช่วงแรกบอลสไตล์นี้จะสร้างปัญหาให้กับเซอร์อเล็ก เฟอร์กูสันเป็นอย่างมาก ทว่าเพียงไม่นานเมื่อกุนซือชาวสก็อตจับจุดได้การต่อบอลที่สวยงามของอาร์เซนอลก็โดนทำลายในอีกไม่กี่ปีต่อมา โดยนักเตะปีศาจยุคนั้นยืนยันว่าเฟอร์กี้มีแนวคิดว่ายิ่งครองบอลมากก็ยิ่งมีโอกาสผิดพลาดมากเช่นกัน ฉะนั้นแมนยูก็ใช้สูตรเกลือจิ้มเกลือนี้ในการทำลายเกมของคู่แข่ง ซึ่งมีความเป็นไปได้เหมือนกันว่าการครองแบบชนิดมากเกินจำเป็นของทีมเรือใบอาจไม่ใช่สูตรสำเร็จที่จะนำทีมไปสู่การเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยที่สาม

การได้จับบอลในเขตโทษถึง52ครั้งแต่แปลเป็นสกอร์ได้เพียงสองลูกแท้จริงแล้วนี่คือลางบอกเหตุไปยังทีมตราเรือใบแล้วว่าพวกเค้าอาจกำลังหมกหมุ่นกับสไตล์บอลเฉพาะตัวมากจนเกินไป โดยก่อนหน้าหลุยส์ ฟาลกัลก็เคยออกมาตำหนิเป๊ปเช่นกันว่าไม่ทำการบ้านกับทีมคู่แข่งและยังใช้ยุทธวิธีแบบเดิมๆในการเข้าทำ ซึ่งใช้ไม่ได้กับการต่อสู้ในเวทียุโรปจนทำให้นายใหญ่ชาวสเปนไม่เคยได้ชูถ้วยUCLอีกเลยนับตั้งแต่แยกทางกับบาร์เซโลน่าในปี2012 และตอนนี้สเปอร์สก็แสดงให้เห็นเป็นตัวอย่างแล้วว่าพวกเค้าสู้กับแมนซิตี้ได้สบายแถมยังถีบทีมของเป๊ปหล่นจากตำแหน่งจ่าฝูงอีกต่างหาก